โครงการเราชนะ

วัตถุประสงค์โครงการ 

  • เพื่อให้ความช่วยเหลือด้วยการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
  • โดยจะสนับสนุนวงเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชน จำนวนประมาณ 31.1 ล้านคน วงเงินไม่เกิน 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน สำหรับเดือนกุมภาพันธ์  – มีนาคม 2564 
  • วงเงินโครงการรวม 210,200 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มสนับสนุนวงเงินให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2564
  • วงเงินช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าครองชีพดังกล่าว จะก่อให้เกิดการนำไปใช้เพื่อการใช้จ่ายสำหรับการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคที่จำเป็น และค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง อันจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปในคราวเดียวกัน

กำหนดระยะเวลา

  การดำเนินการช่วงระยะเวลา
  ระยะเวลาโครงการทั้งหมด29 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2564
  ประชาชนลงทะเบียน29 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2564
  ร้านค้าลงทะเบียน29 มกราคม – 31 มีนาคม 2564
  บัตรประชารัฐ รับวงเงินครั้งแรก5 กุมภาพันธ์ 2564
  ตรวจสิทธิ กรณีมีแอป “เป๋าตัง”5 กุมภาพันธ์ 2564
  ตรวจสิทธิ กรณีสมัครใหม่8 กุมภาพันธ์ 2564
  ทบทวนสิทธิ์8 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2564
  กรณีมีแอป “เป๋าตัง” ยืนยันรับสิทธิ์ และรับวงเงินครั้งแรก 18 กุมภาพันธ์ 2564
  สมัครใหม่ รับวงเงินครั้งแรก 18 กุมภาพันธ์ 2564
  สิ้นสุดระยะเวลาใช้จ่าย31 พฤษภาคม 2564 

คุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ 

  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ
  2. ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม ทั้งที่มีคุณสมบัติครบและไม่ครบตามเงื่อนไขการได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ
  3. ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐให้หมายความถึงหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561
  4. ไม่เป็นข้าราชการการเมืองตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ
  5. ไม่เป็นผู้รับบำนาญปกติหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ
  6. ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 300,000 บาท ตามฐานข้อมูลที่มีล่าสุด (ปีภาษี 2562)
  7. ไม่มีเงินฝากรวมกันทุกบัญชีเกิน 500,000 บาท ตามฐานข้อมูลที่มีล่าสุด (31 ธันวาคม 2563)
  8. ครม. เห็นชอบ (15 ก.พ.64) ปรับคุณสมบัติผู้รับสิทธิเราชนะ ในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐ สามารร่วมรับสิทธิโครงการเราชนะได้ เพิ่มเติม 3 กลุ่ม คือ
    • ลูกจ้างแบบจ้างเหมาของหน่วยราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ในกลุ่มลูกจ้างที่จ้างผ่านบริษัท ไม่ได้ขึ้นตรงกับหน่วยราชการโดยตรง
    • ลูกจ้างรายวันส่วนราชการ
    • อาสาสมัครต่างๆ ทั้ง อาสาสมัครสาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร (อสส.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

กลุ่มที่ได้รับประโยชน์

    • ไม่ต้องลงทะเบียน
    • จะได้รับวงเงินช่วยเหลือตลอดระยะโครงการฯ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยแบ่งเป็น
        • กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี ได้รับอยู่แล้ว 800 บาท/เดือน จะได้วงเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 675 บาท/สัปดาห์ (หรือ 2,700 บาท/คน/เดือน) วงเงินต่อคนตลอดระยะโครงการฯ จำนวน 5,400 บาท
        • กลุ่มที่มีรายได้เกิน 30,000 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี ได้รับอยู่แล้ว 700 บาท/เดือน จะได้วงเงินช่วยเหลือเพิ่มอีกคนละ 700 บาท/สัปดาห์ (หรือ 2,800 บาท/คน/เดือน) วงเงินต่อคนตลอดระยะโครงการฯ จำนวน 5,600 บาท
    • จะได้รับเงินเป็นรายสัปดาห์ต่อเนื่อง 8 สัปดาห์จนกว่าจะครบจำนวนเงิน 7,000 บาท โดยในจำนวน 7,000 บาทนี้ จะรวมจำนวนเงิน 700 หรือ 800 บาทที่ได้รับอยู่แล้วในส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อเดือนไปด้วย
    • การรับเงิน
        • จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
        • รับวงเงินครั้งแรก 5 กุมภาพันธ์ 2564 วงเงิน 675 หรือ 700 บาท
        • รับวงเงินครั้งต่อไป ทุกวันศุกร์ ในวันที่ 12, 19, 26 กุมภาพันธ์ และ 5 ,12, 19, 26 มีนาคม 2564 วงเงินครั้งละ 675 หรือ 700 บาท
    • ระยะเวลาใช้จ่าย ใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 
  • มีแอปพลิเคชั่นกระเป๋าตังค์อยู่แล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ แต่ต้องเช็คสิทธิ
  • กระทรวงการคลังจะใช้ข้อมูลเดิมที่ลงทะเบียนไว้ก่อนนี้แล้วเพื่อตรวจสอบเข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการเยียวยาหรือไม่ หากผ่านตามเกณฑ์ที่จะได้รับเงินอนุมัติเยียวยาดังกล่าว
  • ตรวจสอบสถานะการได้รับสิทธิ  5 กุมภาพันธ์ 2564 ผ่าน www.เราชนะ.com
  • ยืนยันรับสิทธิ  18 กุมภาพันธ์ 2564 กดยืนยันรับสิทธิผ่านแอป “เป๋าตัง”
  • การรับเงิน
      • จ่ายผ่านแอป “เป๋าตัง”
      • รับวงเงินครั้งแรก 18 กุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 2,000 บาท **กรณีที่ได้รับโอนครั้งแรกสัปดาห์ถัดจาก 18 ก.พ. 64 จะได้ทบไปอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เช่น ได้ครั้งแรก 25 ก.พ. จะได้ 3,000 บาท ได้ครั้งแรก 4 มี.ค. จะได้ 4,000 บาท
      • รับวงเงินครั้งต่อไป ทุกวันพฤหัสบดี ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ และ 4, 11, 18 และ 25 มีนาคม 2564 วงเงินครั้งละ 1,000 บาท (จนครบ 7,000 บาท)
  • ระยะเวลาใช้จ่าย ใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 
  • ไม่เคยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการของรัฐ หรือไม่มีแอปพลิเคชั่นกระเป๋าตัง
  • ลงทะเบียนที่ www.เราชนะ.com (เปิดให้ลงทะเบียน ระหว่าง 29 ม.ค.-12 ก.พ. 2564 เวลา 06.00-23.00 น.)
  • เมื่อผ่านการคัดกรองตามเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (g-Wallet) แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ก่อน จึงจะได้รับวงเงินช่วยเหลือ
  • ตรวจสอบสถานะการได้รับสิทธิ  8 กุมภาพันธ์ 2564 ผ่าน www.เราชนะ.com
  • การรับเงิน
      • จ่ายผ่านแอป “เป๋าตัง”
      • รับวงเงินครั้งแรก 18 กุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 2,000 บาท **กรณีที่ได้รับโอนครั้งแรกสัปดาห์ถัดจาก 18 ก.พ. 64 จะได้ทบไปอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เช่น ได้ครั้งแรก 25 ก.พ. จะได้ 3,000 บาท ได้ครั้งแรก 4 มี.ค. จะได้ 4,000 บาท
      • รับวงเงินครั้งต่อไป ทุกวันพฤหัสบดี ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ และ 4, 11, 18 และ 25 มีนาคม 2564 วงเงินครั้งละ 1,000 บาท (จนครบ 7,000 บาท)
  • ระยะเวลาใช้จ่าย ใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 

วิธีลงทะเบียน

1. เข้าสู่เว็บไซต์ www.เราชนะ.com

2. กดคำว่า “ลงทะเบียนใหม่” (ปุ่มสีแดง)

3. กรอกข้อมูล

  • ชื่อ-สกุล
  • เลขบัตรประจําตัวประชาชน
  • รหัสหลังบัตรประจําตัวประชาชน
  • วันเดือนปีเกิด
  • เบอร์โทรศัพท์

4. ใส่รหัส OTP ซึ่งจะส่งจากเบอร์โทรศัพท์ที่ใส่ในระบบ

5. ระบบจะขึ้นข้อความว่า

  • “ระบบได้รับข้อมูลของท่านแล้ว โดยจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของท่านตามเงื่อนไขโครงการต่อไป”
  • ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.64 เป็นต้นไป
  • กรณีมีสิทธิอยู่ในกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการของรัฐ
     – ระบบจะแจ้งว่าไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
  • กรณีมีสิทธิอยู่ในกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการ คนละครึ่ง/เราเที่ยวด้วยกัน และยืนยันตัวตน เปิด G-wallet ภายในวันที่ 27 ม.ค. 64
    – ระบบจะแจ้งว่าไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
    – ตรวจสอบสิทธิ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ผ่าน www.เราชนะ.com

วิธีลงทะเบียน สำหรับกลุ่มที่ "ไม่มีอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน"

กำหนดลงทะเบียน

สถานที่ลงทะเบียน

  • ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา (ตามวันเวลาทำการของแต่ละสาขา)
    • สำหรับผู้เดินทางไปที่สาขา ธนาคารจะแจกบัตรคิว ตามจำนวนลูกค้าที่สาขาสามารถให้บริการได้สูงสุดในแต่ละวัน
    • กรณีติดต่อลงทะเบียนเกินจำนวนธนาคารจะแจกบัตรคิว และนัดหมายเพื่อมาลงทะเบียนในวันหลัง โดยกำหนดวันและช่วงเวลาที่แน่นอนอีกครั้ง
  • หน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย
  • 871 จุดบริการพิเศษ รับลงทะเบียนสำหรับผู้ไม่มีอินเตอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน
  • ธนาคารออมสิน เริ่มรับลงทะเบียน 22 ก.พ.
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เริ่มรับลงทะเบียน 22 ก.พ.

วิธีลงทะเบียน

  • ใช้บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด (ที่ไม่หมดอายุ) เพื่อยืนยันตัวตน และกำหนดรหัส 6 หลักของตัวเอง
  • ต้องลงทะเบียนด้วยตนเองเท่านั้น ไม่สามารถมอบอำนาจได้

วิธีใช้สิทธิ์

  • วงเงินจะเข้าบัตรประชาชนเป็นรายสัปดาห์งวดแรก ได้วันที่ 5 มี.ค.64​ และทยอยได้จนครบ 7,000 บาท
  • ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จากโครงการสามารถซื้อของได้โดยให้ร้านค้าใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” สแกนบัตรประชาชนของผู้ซื้อ

กรณี “ไม่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ”

  • หากตรวจสอบสถานะแล้วพบว่า “ไม่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ”
  • ขอทบทวนสิทธิ์ได้ทาง www.เราชนะ.com ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2564
  • สามารถตรวจสอบผลการทบทวนสิทธิ์ได้ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com เช่นเดียวกัน
  • ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะนำข้อมูลไปคัดกรองใหม่อีกครั้งตามคุณสมบัติที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 และกระทรวงการคลังจะถือว่าผลการพิจารณาทบทวนสิทธิ์เป็นอันสิ้นสุด

สถานที่ใช้วงเงินของโครงการ

วิธีการ/ขั้นตอนใช้สิทธิเราชนะ

วิธีการรับสิทธิเราชนะ

กรณีลงทะเบียนผ่านแล้ว ได้รับสิทธิ์แล้ว แต่ไม่มีสมาร์ทโฟนสำหรับรับเงินเยียวยา

  • กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการหารูปแบบการใช้จ่ายที่เหมาะสมให้ โดยรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งเช่นเดียวกัน

สำหรับร้านค้า ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการ

  • ร้านค้าที่ลงทะเบียนผ่าน www.เราชนะ.com ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 31 มีนาคม 2564
    • ผู้ประกอบการ/ร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการฯ ต้องเป็นร้านค้าบุคคลธรรมดา
    • ผู้ประกอบการ/ร้านค้า ที่เป็นนิติบุคคล ไม่สมารถเข้าร่วมโครงการได้ ยกเว้นร้านธงฟ้าที่เป็นนิติบุคคล(สามารถเข้าร่วมโครงการได้)
    • เป็นผู้ประกอบการ/ร้านค้า/บริการรายย่อยที่มีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้ รวมถึงประเภทรถเร่ขายของ สามล้อถีบ 
    • เป็นร้านค้าของกองทุนหมู่บ้าน/กองทุนชุมชนเมืองหรือวิสาหกิจชุมชน
    • ร้านที่ร่วมคนละครึ่ง สามารถเข้าร่วมได้และสมัครเราชนะก็ได้ (จะได้รับสัญลักษณ์เราชนะ)
    • ตัวอย่างประเภทร้านค้าและบริการที่สมัครทาง www.เราชนะ.com
      –  ร้านนวด/สปา ร้านตัดผม เสริมสวย ทำเล็บ
      –  สถานพยาบาลที่ไม่รับผู้ป่วยค้างคืน (คลีนิก) แพทย์แผนจีน คลินิก(รักษาทางการแพทย์ เสริมความงาม ทันตกรรม อื่นๆ)
      –  โฮมสเยต์ หอพัก แมนชั่น อพาร์ทเม้นท์ แฟลต
      –  ตัดเย็บผ้า ซ่อมสินค้า/เสื้อผ้า ซักรีด
      –  ช่างซ่อมรถยนต์/จักรยานยนต์/จักรยาน
      –  ช่างซ่อมสาธารณูปโภค ประปา ไฟฟ้า แอร์
      –  งานก่อสร้างขนาดเล็ก บริการทำสวน/แต่งสวน
      –  รับเหมาทำความสะอาด/ฆ่าเชื้อ ฉีดปลวก
  • ร้านค้าที่ไม่ต้องลงทะเบียนผ่าน www.เราชนะ.com
    • ร้านค้าธงฟ้าฯ และ ร้านค้าคนละครึ่ง โดยการอัปเดตแอปฯถุงเงินให้เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน โดยไม่ต้องลงทะเบียนในฟอร์มนี้
    • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไป สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการเราชนะได้ที่สาขาธนาคารกรุงไทย หรือลงทะเบียนที่ www.คนละครึ่ง.com

      ผู้ให้บริการด้านขนส่งสาธารณะทุกประเภท (ยกเว้นสายการบิน) สามารถเข้าร่วมโครงการ “เราชนะ” ในฐานะร้านค้าได้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย

    1. กลุ่มรถโดยสารที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา
      • ประกอบด้วย รถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถตุ๊กตุ๊ก รถสองแถว สามล้อเครื่อง สามล้อถีบ รถตู้
      • ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com  ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 31 มีนาคม 2564
      • โดยเตรียมข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วย เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ชื่อ-สกุล เบอร์โทรศัพท์ และประเภทการขนส่งที่ให้บริการ
      • ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งมาให้กรมการขนส่งทางบกตรวจสอบเพื่อยืนยันสถานะการเป็นผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมายก่อนจึงจะมีสิทธิเข้าร่วมโครงการ “เราชนะ”
    2. กลุ่มรถโดยสารที่เจ้าของเป็นนิติบุคคล
      • ประกอบด้วย รถโดยสารประจำทาง (รถเมล์, รถมินิบัส, รถตู้) รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้า MRT รถไฟฟ้า Airport Rail Link และรถไฟ
      • จะดำเนินการโดยธนาคารกรุงไทย

ผู้ให้บริการด้านขนส่งสาธารณะทางน้ำ ได้แก่ เรือข้ามฟาก เรือโดยสารในแม่น้ำ ลำคลอง และทะเล สามารถเข้าร่วมโครงการ “เราชนะ” ในฐานะร้านค้าได้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย

    1. กลุ่มเรือโดยสารที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา
      • ได้แก่ ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะและส่วนบุคคลที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และกลุ่มสมัครเพื่อรับชำระค่าบริการรายย่อยทั่วไป
      • ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com  ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 31 มีนาคม 2564
      • โดยเตรียมข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วย เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ชื่อ-สกุล เบอร์โทรศัพท์ และใบอนุญาตขับเรือและข้อมูลประเภทการขนส่งที่ให้บริการที่ถูกต้องตรงกัน
      • ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งมาให้กรมเจ้าท่า ตรวจสอบเพื่อยืนยันสถานะการเป็นผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมายก่อนจึงจะมีสิทธิเข้าร่วมโครงการ “เราชนะ”
    2. กลุ่มเรือโดยสารที่เจ้าของเป็นนิติบุคคล
      • ประกอบด้วย เรือข้ามฟาก เรือโดยสารในแม่น้ำ ลำคลอง และทะเล
      • สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ “เราชนะ” ได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
      • จะต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องและถูกต้องตามกฎหมาย

ดาวน์โหลดแอปที่ต้องใช้

ประชาชน – แอปเป๋าตัง

ร้านค้า – แอปถุงเงิน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สอบถามเพิ่มเติม

หน่วยงาน / เรื่องที่ต้องการสอบถามหมายเลขติดต่อ
  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง0 2273 9020
  Call Center ธนาคารกรุงไทย0 2111 1144
  ตรวจสอบสิทธิและผลการลงทะเบียนผ่านระบบอัตโนมัติ0 2111 1144 กด 2 ตลอด 24 ชั่วโมง
  ตรวจสอบวงเงินสิทธิคงเหลือผ่านระบบอัตโนมัติ โทร. 0 2109 2345 กด 3 ตลอด 24 ชั่วโมง
  ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ สำหรับรายการรับเงินภาครัฐ
  และการใช้งานแอปฯ ถุงเงิน
0 2111 9999 กด 3 ตลอด 24 ชั่วโมง
  คุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ และข้อเสนอแนะโครงการฯ 
  จ.-ศ. เวลา 8.30-16.30 น. (ยกเว้นวันหยุดราชการ)
02-273-9020 ต่อ 3250, 3423, 3424, 3425, 3427, 3429, 3430, 3431, และ 3444

 

Scroll Up