การขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง

พระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ได้บัญญัติให้จัดตั้ง “กองทุนพัฒนายางพารา” มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุน และส่งเสริมการพัฒนายางพารา โดยผู้ที่จะได้รับประโยชน์ได้แก่เกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งจะต้องขึ้นทะเบียนไว้กับการยางแห่งประเทศไทย 

คำนิยาม “สวนยาง” ตามพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 หมายความว่า ที่ดินปลูกต้นยางเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 2 ไร่ แต่ละไร่มีต้นยางปลูกไม่น้อยกว่า 10 ต้น และโดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่าไร่ละ 25 ต้น

“เกษตรกรชาวสวนยาง” หมายความว่า เจ้าของ ผู้เช่าหรือผู้ทําสวนยางและคนกรีดยางซึ่งมีสิทธิได้รับผลผลิตจากต้นยางในสวนยางนั้น และได้ขึ้นทะเบียนไว้กับการยางแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกําหนด

  1. สามารถขอรับการส่งเสริม สนับสนุนและความช่วยเหลือ เพื่อการปลูกแทน (เงินสงเคราะห์สวนยางเดิม)
  2. สามารถขอรับการส่งเสริม ในด้านการปรับปรุงคุณภาพผลผลิต การผลิต การแปรรูปยางพารา/ไม้ยาง ตามวิธีการที่ กยท. กำหนด
  3. ได้รับการจัดสวัสดิการ ตามที่ กยท. กำหนด
  4. ได้รับความช่วยเหลือจาก กยท. ในการรวมกลุ่มเป็นสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง

เจ้าของสวนยาง 

  • เป็นผู้ขอขึ้นทะเบียนที่มีชื่ออยู่ในเอกสารหลักฐานที่ดิน ซึ่งมีสิทธิได้รับผลผลิตจากสวนยางในที่ดิน ไม่ว่าจะกรีดเองหรือจ้างกรีด
  • เอกสารสำหรับยื่นขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง
    1. บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา และรับรองสำเนาถูกต้อง
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน และรับรองสำเนาถูกต้อง
    3. แบบคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง คบ.ก 1
      เอกสารหลักฐานที่ดิน พร้อมสำเนา (บัญชีเอกสารหลักฐานที่ดิน 1.และ 2.) โดยต้องมีพยานซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียงหรือกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ที่สวนยางตั้งอยู่รับรองการใช้ประโยชน์ที่ดินและการทํากิจกรรมปลูกยาง/กรีดยาง โดยต้องลงลายมือชื่อเป็นพยานในแบบคําขอ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ให้ครบถ้วน
    4. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 3 รูป
    5. หนังสือมอบอำนาจกรณีให้ตัวแทนดำเนินการ คบ.ก 4
    6. เอกสารอื่นๆ…(หากเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่มเติม ให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรงเท่านั้น)

ผู้เช่าสวนยาง

  • เป็นผู้ขอขึ้นทะเบียน ซึ่งไม่มีชื่ออยู่ในเอกสารหลักฐานที่ดิน แต่มีสิทธิได้รับผลผลิตจากสวนยางนั้น เนื่องจากได้ทำสัญญาเช่าที่ดิน โดยเจ้าของที่ดินต้องไม่มีสิทธิรับผลผลิตจากสวนยางนั้น
  • เอกสารสำหรับยื่นขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง
    1. บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนาและรับรองสำเนาถูกต้อง
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน และรับรองสำเนาถูกต้อง
    3. แบบคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง คบ.ก 1
    4. เอกสารหลักฐานที่ดิน พร้อมสำเนา และรับรองสำเนาถูกต้อง (บัญชีเอกสารหลักฐานที่ดิน 1.และ 2.)
    5. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 3 รูป
    6. สัญญาเช่าที่ดิน
    7. หนังสือมอบอำนาจกรณีให้ตัวแทนดำเนินการ คบ.ก 4
    8. เอกสารอื่นๆ…(หากเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่มเติม ให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรงเท่านั้น

ผู้ทำสวนยาง

  • เป็นผู้ขอขึ้นทะเบียน ซึ่งไม่มีชื่ออยู่ในเอกสารหลักฐานที่ดิน แต่มีสิทธิได้รับผลผลิตจากสวนยางนั้น เนื่องจากได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน โดยเจ้าของที่ดินต้องไม่มีสิทธิรับผลผลิตจากสวนยางนั้น (ยกตัวอย่าง เช่น บิดาเป็นเจ้าของที่ดินตามเอกสารสิทธิ แต่ยินยอมให้บุตรเข้าไปทำสวนยาง สิทธิในการขึ้นทะบียนเกษตรกรชาวสวนยางจะเป็นของบุตร)
  • เอกสารสำหรับยื่นขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง
    1. บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา และรับรองสำเนาถูกต้อง
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน และรับรองสำเนาถูกต้อง
    3. แบบคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง คบ.ก 1
    4. เอกสารหลักฐานที่ดิน พร้อมสำเนา และรับรองสำเนาถูกต้อง (บัญชีเอกสารหลักฐานที่ดิน 1.และ 2.)
    5. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 3 รูป
    6. หนังสือรับรองจากเจ้าของที่ดิน คบ.ก 3
    7. หนังสือมอบอำนาจกรณีให้ตัวแทนดำเนินการ คบ.ก 4
    8. เอกสารอื่นๆ…(หากเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่มเติม ให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรงเท่านั้น)

คนกรีดยาง

  • เป็นผู้รับจ้างกรีดยาง โดยได้รับส่วนแบ่งจากผลผลิตตามสัดส่วนและตามจำนวนที่กรีด โดยผู้ว่าจ้างจะต้องขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรชาวสวนยางแล้ว คนกรีดยางจะต้องไม่เป็นเจ้าของสวนยาง ผู้เช่าหรือผู้ทำสวนยาง
  • เอกสารสำหรับยื่นขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง
    1. บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา และรับรองสำเนาถูกต้อง
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน และรับรองสำเนาถูกต้อง
    3. แบบคำขอขึ้นทะเบียนคนกรีดยาง คบ.ก 2 (เจ้าของสวนต้องลง
    4. ลายมือชื่อรับรองในแบบคำขอ คบ.ก 2 ในสวนยางนั้น พร้อมแนบสำเนาเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของสวน)
    5. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 3 รูป
    6. หนังสือมอบอำนาจกรณีให้ตัวแทนดำเนินการ คบ.ก 4
    7. เอกสารอื่นๆ…(หากเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่มเติม ให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรงเท่านั้น)
  1. เกษตรกรต้องเตรียมเอกสารหลักฐานฉบับจริงของตนเองมาด้วย เพื่อให้พนักงานตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
  2. กรณี ผู้เยาว์เป็นผู้ขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ตามแบบ คบก.5
  3. หนังสือมอบอำนาจ (แบบ คบก.4) กรณีแทน/อื่นๆ (ถ้ามี) ให้ผู้รับมอบอำนาจเป็นตัวแทนจัดการในเรื่อง ดังนี้
    • กรณีผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง มีสิทธิครอบครองที่ดินร่วมกับผู้อื่น จะต้องลงลายมือชื่อมอบอำนาจให้ครบทุกคน หรือผู้มีสิทธิ์ครอบครองร่วมทุกคนมอบอำนาจให้ผู้อื่นที่มิได้มีสิทธิ์ครอบครองเป็นผู้ยื่น ผู้มีสิทธิ์ครอบครองร่วมจะต้องลงลายมือชื่อให้ครบทุกคน โดยลงลายมือชื่อผู้มอบอำนาจและคู่สมรสในแบบหนังสือมอบอำนาจเพื่อดำเนินการ (แบบ คบก.4) ด้วย
    • กรณีดำเนินการแทนเจ้าของสวนยาง เช่น ขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง ยกเลิก/แก้ไข ทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง ทั้งนี้ หนังสือมอบอำนาจ (แบบ คบก.4) กรณีแทน/อื่นๆ (ถ้ามี) ให้ปิดอากรแสตมป์ จำนวน 10 บาท และขีดเส้นคร่อมบนอากรแสตมป์ด้วย พร้อมกับแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมคู่สมรส และผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง โดยหนังสือฉบับนี้เป็นหนังสือระหว่างเกษตรกรชาวสวนยาง กับผู้รับมอบอำนาจ จึงไม่ต้องทำหนังสือต่อหน้าพนักงาน กยท.
  4. ผู้ขอขึ้นทะเบียนต้องให้พยานซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียงหรือกำนันผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ที่สวนยางตั้งอยู่รับรองการใช้ประโยชน์ที่ดินและการทำกิจกรรมปลูกยาง/กรีดยาง โดยต้องลงลายมือชื่อเป็นพยาน ในแบบคำขอให้ครบถ้วน กรณีเป็นคนกรีดยาง ต้องให้เจ้าของสวนยางลงลายมือชื่อรับรองการเป็นคนกรีดยางในสวนยางนั้น 
  5. หลังที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนแล้ว
    • พนักงานตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของเอกสาร 5-30 นาที
    • หากเจ้าหน้าที่ไม่รับขึ้นทะเบียนเนื่องจากเอกสารไม่ครบถ้วน ให้เกษตรกรนำเอกสารมายื่นเพิ่มเติมภายใน 7 วันทำการ มิฉะนั้นจะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ในการขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง หากยังมีความประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนต้องมายื่นขอขึ้นทะเบียนใหม่อีกครั้ง
    • เจ้าหน้าที่จะใช้เวลาพิจารณาและอนุมัติ ภายใน 30 วันนับแต่ยื่นเอกสารครบถ้วน
Scroll Up