กระทรวงสาธารณสุข รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 21 พฤศจิกายน 2563

กระทรวงสาธารณสุข รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 21 พฤศจิกายน 2563

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ประจำวันที่ 21 พฤศจิกายน 2563


 

          สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10 ราย ทุกรายเป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรค (PUI) 1 ราย, เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ 4 ราย และเข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนด 5 ราย มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 11 ราย ทำให้ผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,756 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 96.26 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 86 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 2.20 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 60 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,902 ราย

โดยรายละเอียดผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ เป็น

          ชาวไทย 6 ราย เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) 4 ราย เดินทางมาจากสาธารณรัฐเช็ก 1 ราย เนเธอร์แลนด์ 2 ราย สหรัฐอเมริกา 1 ราย เข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine) 1 ราย เดินทางจากสวีเดน ทั้งหมดตรวจพบเชื้อ โดย 3 รายไม่มีอาการ อีก 2 รายมีอาการ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ มีเสมหะ จมูกไม่ได้กลิ่น ส่งต่อรักษาที่โรงพยาบาลตามระบบ และมี 1 รายเดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา คัดกรองที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรค (PUI) และมีไข้ ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังอาการและตรวจหาเชื้อตามระบบ ผลตรวจพบเชื้อ

          ชาวต่างชาติ 4 ราย เข้ารับการกักตัวในสถานที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine) เดินทางมาจาก เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์, เบลเยียม และอินเดีย ทั้งหมดตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารับรักษาในโรงพยาบาลเอกชน โดยค่าใช้จ่ายคิดจากประกันโควิด 19 ที่ผู้เข้ารับการกักตัวทำไว้ก่อนเดินทางเข้าประเทศ

          นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงวันหยุดยาวนี้ ประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยว และเข้าใช้บริการในสถานที่/ ร้านค้าต่างๆ จำนวนมาก ดังนั้น การสวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่อยู่ในที่สาธารณะ เว้นระยะห่างเท่าที่ทำได้ ล้างมือบ่อยๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยป้องกันการรับและแพร่กระจายเชื้อไวรัสที่ดีที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปในสถานที่ที่มีคนแออัด และลงทะเบียน “ไทยชนะ” ทุกครั้งเมื่อใช้บริการสถานที่ต่าง ๆ นอกจากนี้ เมื่อกลับจากเที่ยวขอให้สังเกตอาการตนเองเป็นเวลา 14 วัน และหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้สูงอายุหรือเด็กในบ้านที่ไม่ได้ไปด้วยกัน หากมีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ มีไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย หรือ “จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส” ซึ่งเป็นอาการสำคัญที่พบในโรคโควิด 19 ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที

          สำหรับสถานการณ์โควิด 19 ทั่วโลก ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 659,511 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 57,902,489 ราย เสียชีวิต 1,377,539 ราย รักษาหาย 40,103,358 ราย โดยประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยสะสมสูงสุด 12,274,726 ราย เสียชีวิต 260,283 ราย รองลงมาคืออินเดีย ผู้ป่วยสะสม 9,050,613 ราย เสียชีวิต 132,764 ราย, บราซิล ผู้ป่วยสะสม 6,020,164 ราย เสียชีวิต 168,662 ราย ฝรั่งเศส ผู้ป่วยสะสม 2,109,170 ราย เสียชีวิต 48,265 ราย ส่วนประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 151

 



ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/36956

Scroll Up