นายกรัฐมนตรี ห่วงใยประชาชน ขอให้ดูแลสุขภาพและระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวน และฝนตกสะสม ระหว่างวันที่ 1 – 4 ธันวาคม 2565

นายกรัฐมนตรี ห่วงใยประชาชน ขอให้ดูแลสุขภาพและระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวน และฝนตกสะสม ระหว่างวันที่ 1 – 4 ธันวาคม 2565

          นายกรัฐมนตรี ห่วงใยประชาชน ขอให้ดูแลสุขภาพและระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวน และฝนตกสะสม ระหว่างวันที่ 1 – 4 ธ.ค. 2565โดยได้กำชับทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในช่วงที่อาจมีฝนตกหนัก


 

          วันที่ 1 ธันวาคม 2565 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 1 – 4 ธันวาคม 2565 ประเทศไทยจะมีอากาศแปรปรวนบริเวณตอนบน และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ จึงขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพและเฝ้าระวังอันตรายจากสภาพอากาศดังกล่าว

          ทั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยได้กำชับทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในช่วงที่อาจมีฝนตกหนัก

          โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนในช่วงวันที่ 1-4 ธ.ค. 2565 มวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศลาวแล้ว และจะแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคอื่นๆ ในลำดับต่อไป ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

          นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 2–4 ธ.ค. 2565 บริเวณภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

          “นายกฯ ห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยได้สั่งการทุกหน่วยงานบูรณาการเตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหา พร้อมขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน สวมหน้ากากอนามัยขณะออกนอกบ้านเพื่อป้องกันฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันและลดการเกิดฝุ่น PM 2.5 ด้วย” นายอนุชาฯ กล่าว

 


ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/62173