สทนช. ยืนยันยังไม่เก็บค่าใช้น้ำ รอพิจารณาออกไปอีก 2 ปี เพื่อความเป็นธรรมและเหมาะสม

สทนช. ยืนยันยังไม่เก็บค่าใช้น้ำ รอพิจารณาออกไปอีก 2 ปี เพื่อความเป็นธรรมและเหมาะสม

            สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ชี้แจงกรณี มีข้อวิจารณ์เรื่องการเก็บค่าน้ำภาคเกษตรกรรมตาม พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 ซึ่งจะไปเพิ่มต้นทุนให้เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ยืนยันว่ายังไม่มีการจัดเก็บในช่วง 2 ปีจากนี้ อย่างแน่นอน ยังต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ และหารือกับคณะกรรมการลุ่มน้ำให้ได้ข้อสรุปเพื่อให้อัตราค่าใช้น้ำในอนาคตถูกต้องตามหลักการ โปร่งใส และเป็นธรรม

 


 

            นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ชี้แจงกรณี มีข้อวิจารณ์เรื่องการเก็บค่าน้ำภาคเกษตรกรรมตาม พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 ซึ่งจะไปเพิ่มต้นทุนให้เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย

            ยืนยันว่ายังไม่มีการจัดเก็บในช่วง 2 ปีจากนี้ อย่างแน่นอน ยังต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ ฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ และหารือกับคณะกรรมการลุ่มน้ำให้ได้ข้อสรุป เพื่อให้อัตราค่าใช้น้ำในอนาคตถูกต้องตามหลักการ โปร่งใส และเป็นธรรม

            อัตราค่าใช้น้ำและรูปแบบการจัดเก็บจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพและความพร้อมของแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่การจัดเก็บเพื่อแสวงหากำไร และจะไม่ให้เกิดภาระซ้ำเติมเกษตรผู้มีรายได้น้อย แต่เป็นการจัดเก็บที่เป็นธรรมเพื่อให้ผู้ใช้น้ำทุกรายวางแผนการใช้น้ำอย่างเหมาะสม


พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ จัดประเภทการใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเป็น 3 ประเภท คือ

  • การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อการดำรงชีพ การอุปโภคบริโภคในครัวเรือน การเกษตรหรือการเลี้ยงสัตว์เพื่อยังชีพ การอุตสาหกรรมในครัวเรือน การรักษาระบบนิเวศ จารีตประเพณี การบรรเทาสาธารณภัย การคมนาคม และการใช้น้ำในปริมาณเล็กน้อย
  • การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อการอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปาและกิจการอื่น
  • การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะ เพื่อกิจการขนาดใหญ่ที่ใช้น้ำปริมาณมาก หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบข้ามลุ่มน้ำ หรือครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวาง

            การใช้น้ำประเภทที่หนึ่ง ในส่วนของการอุปโภคบริโภคเพื่อยังชีพจะไม่มีการเก็บค่าใช้น้ำ ส่วนการใช้น้ำเพื่อการเกษตรหรือการเลี้ยงสัตว์เพื่อยังชีพ มีหลักเกณฑ์ คือ การทำการเกษตรในรอบแรกของปีจะไม่มีการเก็บค่าใช้จ่าย ไม่ว่าเกษตรกรจะเพาะปลูกหรือมีพื้นที่ทำการเกษตรจำนวนกี่ไร่ก็ตาม


            ในช่วงฤดูแล้งที่มีความจำเป็นต้องสำรองน้ำต้นทุน เพื่อการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ และการผลักดันน้ำเค็ม ดังนั้น การเพาะปลูกข้าวรอบสองเป็นจำนวนมากอาจส่งผลให้ขาดแคลนน้ำ


            จึงวางแนวทางว่า การทำนารอบสองที่มีพื้นที่มากกว่า 66 ไร่ขึ้นไป ต้องเสียค่าใช้น้ำเพื่อสร้างจิตสำนึกและปรับพฤติกรรมให้ลดการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งข่อมูลระบุว่าเกษตรกรที่เข้าข่ายมีเพียง 4.6% ของจำนวนครัวเรือนเกษตรกรทั้งประเทศ

 


 

ที่มา : https://bit.ly/3fSuN0c

 

Scroll Up