โครงการขยายอายุเกษียณ 63 ปี

สาระสำคัญ

     ปัจจุบันภาครัฐยังประสบปัญหาเกี่ยวกับการบริหารกำลังคน การบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคล อาทิ “หาคนไม่ได้” “ใช้คนได้ไม่เต็มที่” “สร้างคนได้ช้า” และ “รักษาคนได้ยาก” กล่าวคือ ภาครัฐยังไม่สามารถดึงดูดและจูงใจบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังคนในสาขาวิชาที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาระบบราชการและกลุ่มที่มีการแข่งขันสูงในตลาดแรงงานขณะที่บุคลากรที่กำลังปฏิบัติงานในภาครัฐอยู่แล้ว ภาครัฐไม่สามารถมอบหมายหน้าที่หรือใช้ประโยชน์ให้ตรงกับความรู้ความสามารถ ความถนัด หรือความสนใจของแต่ละบุคคลได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐมีลักษณะเป็น “ระบบปิด” ทำให้ไม่สามารถสับเปลี่ยนหมุนเวียนบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญข้ามสังกัด หรือสรรหาบุคลากรจากภายนอกราชการได้ทันต่อความจำเป็นและเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่การเจริญเติบโตและความก้าวหน้าในอาชีพของบุคลากรต้องอาศัยระยะเวลาค่อนข้างมาก ทำให้ผู้สมัครงานขาดแรงจูงใจส่งผลให้การสรรหาบุคคลในบางลักษณะงานกระทำได้ด้วยความยากล าบาก นอกจากนี้ ภาครัฐยังขาดโครงสร้างระบบกลไกและมาตรฐานในการดูแลบุคลากรภาครัฐภาพรวม อาทิ การกำหนดค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์สำหรับบุคลากรภาครัฐ ส่งผลให้เกิดความลักลั่นในการบริหารกำลังคนการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคล

สภาพปัญหาข้างต้นเกิดจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ

     1) ระบบบริหารงานบุคคลขาดประสิทธิภาพและความไม่คล่องตัวของกฎหมาย กฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการบริหารกำลังคน

     2) การขาดเอกภาพมาตรฐาน และความเป็นธรรมของระบบ กฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการบริหารกำลังคนภายในภาครัฐ

     ดังนั้น การปฏิรูปประเทศในประเด็นการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ จึงมุ่งเน้นการสร้างประสิทธิภาพเอกภาพและความคล่องตัวในการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลภาครัฐ เพื่อให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ทันการณ์ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ “การปรับเปลี่ยนการบริหารคน” (People Transformation) เพื่อนำไปสู่ “การปรับเปลี่ยนระบบราชการ” (Civil Service Transformation) ซึ่งแนวทางการปฏิรูปที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องพัฒนาระบบการบริหารกำลังคน และระบบการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้เป็นระบบที่เปิดกว้างมีความยืดหยุ่น คล่องตัว เป็นการถ่ายเทกำลังคนระหว่างหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานของรัฐกับองค์กรในภาคส่วนอื่น

     ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) โดยคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุงตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศเสนอ และรัฐสภา รับทราบแผนการปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงให้ประกาศแผนการปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน

     สำหรับเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับข้าราชการในส่วนของการขยายอายุเกษียณราชการปรากฏอยู่ในราชกิจจานุเบกษาหน้า 43 รายละเอียด>>ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) 

การขยายอายุเกษียณ

ขยายอายุเกษียณราชการสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งต่าง ๆ

  • จากอายุ 60 ปี เป็น 63 ปี ตั้งแต่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 
  • ขยายอายุเกษียณเป็น 65 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

     ยกเว้น ผู้ดำรงตำแหน่งนักบริหาร และตำแหน่งที่ต้องใช้สมรรถภาพทางกายในการปฏิบัติหน้าที่

หมายเหตุ : ครม.ชะลอขยายเกษียณอายุราชการออกไปก่อน

ตำแหน่งในสายงานที่ส่วนราชการจะให้รับราชการต่อไป

  1. ต้องเป็นตำแหน่งที่ระบุไว้ตามมาตรา 108 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบด้วย ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญหรือระดับทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับอาวุโสหรือระดับทักษะพิเศษ
  2. เป็นตำแหน่งที่ส่วนราชการมีความขาดแคลนบุคลากรในเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพ และหาผู้อื่นปฏิบัติงานแทนได้ยาก เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในทางวิชาการหรือหน้าที่ที่จะต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว

ทั้งนี้ ปัจจุบันตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 กำหนดให้ข้าราชการพลเรือสามัญซึ่งมีอายุครบ 60 ปี บางตำแหน่งสามารถรับราชการต่อไปได้อีกไม่เกิน 10 ปี อยู่แล้ว ได้แก่ ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป และประเภททั่วไประดับอาวุโสขึ้นไป ในลักษณะงานจำนวน 8 สายงาน โดยให้ อ.ก.พ.กระทรวงเป็นผู้พิจารณาข้าราชการตามเหตุผลความจำเป็น

หมายเหตุ งานที่สามารถรับราชการต่อไปได้อีกไม่เกิน 10 ปีได้แก่

  • นักกฎหมายกฤษฎีกา
  • แพทย์
  • ทันตแพทย์
  • นายสัตวแพทย์
  • ปฏิบัติงานช่างศิลปิน
  • คีตศิลป์
  • ดุริยางคศิลป์
  • นาฏศิลป์

ข่าวความเคลื่อนไหว


ที่มา : https://www.ocsc.go.th/node/4225