กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะนำวิธีการใช้เจลแอลกอฮอล์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะนำวิธีการใช้เจลแอลกอฮอล์

           กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะนำวิธีการใช้เจลแอลกอฮอล์ โดยวิธีการใช้เจลแอลกอฮอล์ ต้องระมัดระวัง เนื่องจากเป็นสารที่ระเหยได้ง่าย เมื่อหยดลงบนฝ่ามือแล้วไม่ควรมาสัมผัสใบหน้า จมูกและตา ถูให้ทั่ว ทั้งฝ่ามือ หลังมือ ซอกนิ้วและเล็บ แล้วปล่อยให้ระเหยหมดก่อนที่จะไปสัมผัสส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทั้งนี้ควรใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น



           นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ของโรคโควิด 19 ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยเป็นประจำทุกครั้ง รวมถึงหมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือหากไม่สะดวกให้ใช้ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและการใช้ที่ถูกต้องจะทำให้ปลอดภัยและปลอดโรค ทั้งนี้เจลแอลกอฮอล์ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันการระเหยและการเปิดภาชนะบ่อยๆ ทำให้ปริมาณความเข้มข้นแอลกอฮอล์ลดลง จนอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อลดลง

           สำหรับวิธีการใช้เจลแอลกอฮอล์ ต้องระมัดระวัง เนื่องจากเป็นสารที่ระเหยได้ง่าย เมื่อหยดลงบนฝ่ามือแล้วไม่ควรมาสัมผัสใบหน้า จมูกและตา ถูให้ทั่ว ทั้งฝ่ามือ หลังมือ ซอกนิ้วและเล็บ แล้วปล่อยให้ระเหยหมดก่อนที่จะไปสัมผัสส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทั้งนี้ควรใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น

           จากข้อมูลของสำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม- 28 ธันวาคม 2563 มีหน่วยงานราชการและผู้ประกอบการได้ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ ทั้งชนิดเจลและของเหลวมาตรวจวิเคราะห์ รวมทั้งหมด 15 ตัวอย่าง พบว่า 12 ตัวอย่าง มีชนิดและปริมาณแอลกอฮอล์ตามที่กำหนด และมีประสิทธิภาพการลดเชื้อ ส่วนอีก 3 ตัวอย่าง (ร้อยละ 37.5) มีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้สำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ได้พัฒนาห้องปฏิบัติการเพื่อรองรับการทดสอบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ โดยมีความพร้อมของเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับจากโครงการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ซึ่งสามารถรองรับการทดสอบผลิตภัณฑ์ได้มากกว่า 20 ตัวอย่างต่อสัปดาห์ จากเดิมได้เพียง 10 ตัวอย่างต่อสัปดาห์

 


 

ที่มา : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210113112613786

Scroll Up