การจดทะเบียนชาวไร่อ้อยและหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย

** ขณะนี้ยังไม่เปิดให้ลงทะเบียนในปี 2563

  1. ได้รับสิทธิ์ในการส่งอ้อยเข้าโรงงานอย่างถูกต้องและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
  2. ได้รับเงินค่าอ้อยเพิ่มขึ้นกรณีที่การประกาศราคาอ้อยขั้นสุดท้ายมากกว่าราคาอ้อยขั้นต้น
  3. ได้รับการสนับสนุนและการให้ความช่วยเหลือต่างๆ จากภาครัฐ อาทิ
    • โครงการเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิตที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะเกษตรกรชาวไร่อ้อยรายเล็ก
    • โครงการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ซึ่งเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวไร่อ้อยและสร้างความมั่นคงในการทำอาชีพไร่อ้อย

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ

  1. ผู้ที่ขอจดทะเบียนเป็นชาวไร่อ้อยต้องเป็นผู้ซึ่งปลูกอ้อยในท้องที่ที่คณะ กรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนด และมีสัญญาส่งอ้อยให้กับโรงงานน้ำตาล
  2. ขั้นตอนการดำเนินตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว
  3. ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ

เอกสารหรือหลักฐานที่ต้องใช้

  1. บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน พร้อมทั้งสำเนาที่มีการลงนามรับรองความถูกต้อง
  2. หลักฐานแสดงว่ามีโรงงานรับซื้ออ้อยของผู้ยื่นคำขอ เช่น หนังสือรับรองจากหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อยของตน หรือหนังสือรับรองของโรงงานที่รับซื้ออ้อย หรือหนังสือรับรองของสถาบันไร่อ้อยตามแบบที่คณะกรรมการอ้อยกำหนด
  3. เอกสารแสดงสิทธิที่ชอบด้วยกฎหมาย ในการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น เอกสารสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครอง สัญญาเช่าซื้อ สัญญาฝากขาย หรือเอกสารอื่นใดตามที่คณะอนุกรรมการอ้อยเห็นสมควร พร้อมสำเนาที่มีการลงนามรับรองความถูกต้อง

ขั้นตอนการให้บริการ

  • ให้ผู้ที่ปลูกอ้อยและประสงค์จะจดทะเบียนเป็นชาวไร่อ้อยยื่นคำขอจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบหลักฐานและข้อเท็จจริง
  • เจ้าหน้าที่รับจดทะเบียน ตรวจสอบข้อมูลเสนอคณะอนุกรรมการอ้อยรับรอง รวมทั้งส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบฐานข้อมูลส่วนกลางตรวจสอบและบันทึกข้อมูล
  • เจ้าหน้าที่รับผิดชอบฐานข้อมูล ตรวจสอบข้อมูลชาวไร่อ้อยและหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย
    เพื่อบันทึกลงฐานข้อมูล
  • เจ้าหน้าที่เขตบริหารอ้อยและน้ำตาลทรายดำเนินการออกบัตรประจำตัวชาวไร่อ้อย

ระยะเวลา

  • ใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 13 วัน

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ

  • ผู้ที่ขอจดทะเบียนเป็นหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อยต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    • มีสัญญาส่งอ้อยให้แก่โรงงาน
    • มีพื้นที่ปลูกอ้อยของตนเองไม่น้อยกว่า 10 ไร่ และต้องรับมอบอ้อยจากชาวไร่อ้อยรายอื่นซึ่งเมื่อรวมพื้นที่ของตนเองแล้วต้องไม่น้อยกว่า 100 ไร่
    • เป็นสมาชิกสถาบันชาวไร่อ้อย
  • ขั้นตอนการดำเนินตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว

เอกสารหรือหลักฐานที่ต้องใช้

  1. บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน พร้อมทั้งสำเนาที่มีการลงนามรับรองความถูกต้อง
  2. สำเนาบัตรประจำตัวชาวไร่อ้อย
  3. เอกสารแสดงการเป็นสมาชิสถาบันชาวไร่อ้อย
  4. สำเนาสัญญาของชาวไร่อ้อยที่จะส่งอ้อยผ่านตนที่ลงนามรับรองความถูกต้อง
  5. หนังสือรับรองของโรงงานน้ำตาลที่รับซื้ออ้อย

ขั้นตอนการให้บริการ

  1. ผู้มีสิทธิตามระเบียบฯ กำหนดยื่นคำขอจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบหลักฐานและข้อเท็จจริงจากผู้ยื่นคำขอ 
  2. เจ้าหน้าที่รับจดทะเบียนตรวจสอบข้อมูลเสนอคณะอนุกรรมการอ้อย รับรองรวมทั้งส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ รับผิดชอบฐานข้อมูลส่วนกลางตรวจสอบและบันทึกข้อมูล
  3. เจ้าหน้าที่รับผิดชอบฐานข้อมูลตรวจสอบข้อมูลหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย เพื่อบันทึก
    ลงฐานข้อมูล
  4. เจ้าหน้าที่เขตบริหารอ้อยและน้ำตาลทรายดำเนินการออกบัตรประจำตัวหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย

ระยะเวลา

  • ใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 13 วัน

หน่วยประจำโรงงานน้ำตาลทั้ง 57 แห่งทั่วประเทศ

  • ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน (เปิดให้บริการ เฉพาะเดือนพฤษภาคม และพฤศจิกายน)
  • เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
    ตั้งแต่เวลา 08:30 – 16:30 น. (มีพักเที่ยง)

เขตบริหารอ้อยและน้ำตาลทราย 1-8

  • ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน (เปิดให้บริการ เฉพาะเดือนพฤษภาคม และพฤศจิกายน)
  • เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
    ตั้งแต่เวลา 08:30 – 16:30 น. (มีพักเที่ยง)
  • ฟรีไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น
  • โทรศัพท์ 02-202-3290
  • ประกาศในเว็บไซต์สำนักงาน www.ocsb.go.th หัวข้อ “ประกาศ-คำสั่ง” เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการรับบริการ
Scroll Up