ถามตอบ เยียวยา COVID-19 : แรงงานนอกระบบ 5,000 บ. (3เดือน)

คุณสมบัติและวิธีการคัดกรอง

ช่วยแรงงาน  ลูกจ้าง  ลูกจ้างชั่วคราว  อาชีพอิสระ  เน้น คนทำงานที่เดือนร้อนจาก Covid-19 เช่น 

  • ถูกเลิกจ้าง 
  • โดนลดเวลาทำงานที่ส่งผลต่อรายได้
  • โดนลดเงินเดือน 
  • สถานประกอบการถูกปิด
  • มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป
  • ลูกจ้าง  ลูกจ้างชั่วคราว  อาชีพอิสระ 
  • ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม ยกเว้นผู้ประกันตนมาตรา 39 มาตรา 40 
  • ได้รับผลกระทบจาก Covid19

คนทำงานรับจ้างทั่วไป ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกร หรือใครก็ตามที่ทำงานโดย “ไม่มีสัญญาการจ้างงาน” หรือ “ไม่มีนายจ้างตามกฎหมายแรงงาน” ไม่มีค่าจ้างไม่มีรายได้ค่าตอบแทนแน่นอน และไม่อยู่ในระบบหลักประกันทางสังคม สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่าปี 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 20.4 ล้านคน ส่วนแรงงานในระบบที่มีนายจ้างหรืออยู่ในระบบหลักประกันต่าง ๆ มีจำนวน 17.1 ล้านคน

ไม่จำกัด เนื่องจาก3 ล้านคนเป็นตัวเลขประมาณการณ์ หากมีจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบ ที่เป็นกลุ่มแรงงาน ลูกจ้างอาชีพอิสระ มากกว่าที่ประมาณการไว้ รัฐบาลก็พร้อมดูแลให้กิดความครอบคลุมมากที่สุด

กระทรวงการคลังยืนยันว่า ผู้ประกันตนมาตรา 39 และ 40 มีสิทธิได้เงิน 5 พันบาท

  • เนื่องจากเป็น มาตรา 39 คือผู้ออกจากงานประจำที่มีนายจ้างแล้ว แต่ยังสมัครใจจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมด้วยตัวเอง
  • ส่วนมาตรา 40 คือผู้ทำงานนอกระบบทั่วไป และไม่เคยอยู่ในระบบประกันสังคมที่มีนายจ้างมาก่อน เช่น พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร อาชีพอิสระ ฯลฯ และต้องได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID19

มีสิทธิ์

  • ผู้ประกันตนตามมาตรา ม.33 แต่ส่งเงินสมทบ ไม่ครบ 6 เดือน สามารถลงทะเบียนได้ หากเป็นผู้ได้รับ ผลกระทบ

มีสิทธิ์

  • กระทรวงการคลังมีระบบการกัดกรองเพื่อดูว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติ ที่จะได้รับสิทธิเยียวยา

กระทรวงการคลัง ใช้ระบบ AI (Artificial Intelligence) ในการคัดกรองคุณสมบัติ ขอให้ผู้ลงทะเบียนกรอกข้อมูลให้ถูกต้อง 

การตรวจสอบคุณสมบัติจะใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (SECONDARY DATA) จากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ฐานข้อมูลนักเรียนหรือนักศึกษา ฐานข้อมูลผู้ประกันตน ฐานข้อมูลข้าราชการ เป็นสำคัญ แล้วนำข้อมูลจากผู้ลงทะเบียนพิจารณาเป็นลำดับถัดไปเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง

คุณสมบัติตามสายอาชีพ

กลุ่มอาชีพที่สามารถประเมินผลกระทบจาก Covid-19 ได้รับความเดือนร้อนและมีฐานข้อมูลตรวจสอบได้ชัดเจน

  • มัคคุเทศก์
  • ขับรถแท็กซี่
  • ผู้ค้าสลาก
  • วินมอเตอร์ไซค์

ส่วนอาชีพอื่น ๆ อยู่ระหว่างการตรวจสอบและคัดกรองซึ่งจะทยอยเผยแพร่ต่อไป

กรณีเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็ก เช่น ร้านเสริมสวย , ร้านขายข้าวแกง , ร้านนวดที่มีลูกจ้าง 1 -2 คน และไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม สามารถลงทะเบียนได้ หากอยู่ในเงื่อนไขการได้รับความเดือดร้อนจากมาตราป้องกันโควิด-19

ไม่มีสิทธิ์

  • สถานประกอบการ ที่มีลูกจ้างสามารถรับความช่วยเหลือจากมาตรการอื่นๆของกระทรวงการคลัง เช่นมาตรการสินเชื่อฉุกเฉิน สินเชื่อพิเศษ เป็นต้น

สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ แต่การพิจารณาเป็นไปตามเงื่อนไขของมาตรการฯ

หมดสิทธิ์รับ 5,000 บาท

  • เนื่องจากนักเรียนนักศึกษาไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลัก อีกทั้งมีมาตรการช่วยเหลือเป็นเฉพาะสำหรับกลุ่มที่มีหนี้กับ กยศ. เช่น พักหนี้ ผ่อนผันหนี้แล้ว

หมดสิทธิ์รับ 5,000 บาท

  • เนื่องจากธุรกิจยังดำเนินไปได้ตามปกติ และการขนส่งสินค้ายังดำเนินต่อไปได้ 
  • แต่ถ้าลงไปแล้วก็จะไม่ได้รับเงินเยียวยา

หมดสิทธิ์รับ 5,000 บาท

  • เพราะมาตรการมีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ เช่น รายได้ลดลง ไม่มีรายได้ ชั่วโมงการทำงานลดลง หยุดงาน ปิดกิจการ
  • กรณีแม่บ้านจึงถือว่าไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ

หมดสิทธิ์รับ 5,000 บาท

  • เนื่องจากรัฐให้ความช่วยเหลือเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ระยะที่ 3 อยู่แล้ว

ไม่ห้ามแต่ต้องมีคุณสมบัติครบ คือ

  • แรงงาน  ลูกจ้างชั่วคราว  อาชีพอิสระ
  • ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม มาตร 33
  • ได้รับผลกระทบจาก Covid19
  • หากเป็นผู้สูงอายุที่ว่างงานหรือไม่ได้ทำงานจะไม่มีสิทธิ 
  • นอกจากเป็นผู้สูงอายุที่ยังคงทำงานรับจ้างและมีรายได้ตามนิยามของกลุ่มแรงงานนอกระบบ
  • หากเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโรคโควิด- 19 สามารถสมัครลงทะเบียนได้
  • กระทรวงการคลังจะมีการคัดกรองอีกครั้งว่าได้รับสิทธิหรือไม่

มาตรการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือลูกจ้าง แรงงาน ที่มีอาชีพอิสระ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิต-19

  1. อายุต่ำกว่า 18 ปี – ยังไม่อยู่ในวัยทำงาน ไม่ใช่แรงงาน
  2. คนที่ว่างงานอยู่ก่อนแล้ว – ไม่ใช่กลุ่มแรงงาน ลูกจ้าง หรืออาชีพอิสระที่เดือดร้อนจากโควิด-19 เช่น ถูกเลิกจ้าง ถูกลดเงินเดือน หรือสถานประกอบการถูกปิด
  3. ผู้ได้รับเงินชดเชยกรณีว่างงานจากประกันสังคม
  4. ข้าราชการ – ยังมีงานทำ ได้รับเงินเดือนตามปกติ
  5. ผู้รับบำนาญ – ยังได้รับการดูแลจากภาครัฐสม่ำเสมอ
  6. นักเรียน/นักศึกษา –เรียนหนังสือเป็นหลัก ไม่ใช่กลุ่มแรงงาน ลูกจ้าง หรืออาชีพอิสระ หากมีหนี้ กยศ. จะได้รับการพักหนี้หลายล้านคน
  7. เกษตรกร – รัฐให้ความช่วยเหลือเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ระยะที่ 3 อยู่แล้ว
  8. ผู้ค้าขายออนไลน์ – ธุรกิจยังดำเนินไปได้ตามปกติ และการขนส่งสินค้ายังดำเนินต่อไปได้
  9. คนงานก่อสร้าง – ยังทำงานต่อไปได้ การก่อสร้างยังไม่ถูกระงับ
  10. โปรแกรมเมอร์ – อาชีพนี้ยังมีความยืดหยุ่น ทำงานที่ไหนก็ได้ ยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง

วิธีการลงทะเบียน

  • www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตลอด 24 ชม. เริ่ม 6 โมงเย็น  เสาร์ที่ 28 มี.ค. 63 
  • ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2563 เป็นต้นไป
    • ปรับเวลาลงทะเบียนเป็น 06.00 – 23.59 น. 
    • ปิดลงทะเบียนเวลา 00.00 – 05.59 น. ของทุกวัน 
  • ไม่ต้องไปสาขาธนาคาร อยู่บ้านทำเองดีที่สุดให้ญาติให้เพื่อนช่วยลงได้อยู่บ้าน  หยุดเชื้อ  เพื่อชาติ 
  • มีบัญชีธนาคารอยู่แล้ว  ไม่ต้องเปิดใหม่ ใช้ได้เลย 
  • ควรลงทะเบียนด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนตัว
  • หากใครลงทะเบียนไม่เป็นก็ต้องให้สมาชิกในครอบครัวหรือผู้ที่ไว้ใจได้ลงทะเบียนให้แทน

ต้องเตรียมข้อมูลดังนี้

  • บัตรประชาชน 
  • หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ย้ำ มือถือของตัวเองหรือคนใกล้ชิด 
  • คิดไว้ก่อนเลยว่าจะรับโอนเงินทางไหน  ระหว่าง  บัญชีธนาคาร ธนาคารอะไรก็ได้ แต่ชื่อนามสกุลต้องตรงกัน หรือพร้อมเพย์ ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน  
  • ข้อมูลการทำงาน 
  • ผลกระทบจาก Covid19
  • หลังลงทะเบียนแล้ว ถ้าข้อมูลถูกต้อง คุณสมบัติครบถ้วน จะได้รับเงินเร็วสุด 7 วันทำการ 
  • และจะได้รับเงิน 3 เดือน เพิ่มเป็น 6 เดือน (เมษายน – กันยายน 63) [ตามมติ ครม. 2020-04-07  17:16:29]

 

ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดปิด จนกว่าจะมั่นใจว่าผู้ได้รับผลกระทบมาลงทะเบียนครบทุกคน โดยใช้บัญชีธนาคารใดก็ได้ที่มีชื่อตรงกับผู้ลงทะเบียน 

สามารถใช้หมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลใกล้ชิดมาลงทะเบียนได้ โดย 1 หมายเลขสามารถใช้ลงทะเบียนได้ 5 บุคคล

สำหรับท่านที่ขอยกเลิกการลงทะเบียนสำเร็จแล้วถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลง ตามคำขอยกเลิกการลงทะเบียนมาตรการฯ ดังนั้นท่านจะไม่สามารถกลับมาลงทะเบียนใหม่ได้

ปัจจุบันได้พัฒนาและปรับปรุงระบบขอให้ผู้ขับแท็กซี่ส่วนบุคคลเข้าไปล่งทะเบียนใหม่และกรอกว่า “ขับแท็กซี่ส่วนบุคคล”

ไม่ได้ ต้องเป็นบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชนกับธนาคารใดก็ได้ หรือหากไม่มีหมายเลขพร้อมเพย์สามารถใช้บัญชีธนาคารใดก็ได้

ไม่ได้ ชื่อและนามสกุลเจ้าของบัญชีต้องตรงกับชื่อและนามสกุลของผู้ลงทะเบียนเท่านั้น

ไม่ได้ เลขบัญชีธนาคารจะต้องมีชื่อและนามสกุลเจ้าของบัญชีตรงกับชื่อและนามสกุลของผู้ลงทะเบียนเท่านั้น

ขึ้นอยู่กับการพิจารณาจัดสรรเงินช่วยเหลือหรือเยียวยาผลกระทบของหน่วยงานของรัฐนั้น ๆ

ได้ สามารถใช้หมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลใกล้ชิดมาลงทะเบียนได้ โดย 1 หมายเลขสามารถใช้ลงทะเบียนได้ 5 บุคคล

มาตรการเยียวยา 5,000 (3 เดือน) จะเป็นการโอนผ่านบัญชีธนาคารหรือพร้อมเพย์ ดังนั้น บุคคลที่จะเข้าร่วมมาตรการได้จะต้องมีเลขที่บัญชีของ ตนเองหรือพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนตนเองเท่านั้น

กระทรวงการคลังมีการตรวจสอบข้อมูลกับ ฐานข้อมูลของหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบว่าเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระจริงหรือไม่ และกระทรวงการคลังอาจขอเรียกเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมหรือส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ

ระบบตอบรับหลังจากการลงทะเบียน

  • ลงทะเบียนสำเร็จแสดง”เครื่องหมายถูกสีฟ้า”
  • SMS หรือ e-mail แจ้งว่า “ลงทะเบียนไม่สำเร็จ” แสดงว่าข้อมูลบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง สามารถลงทะเบียนใหม่ได้
  • เมื่อลงทะเบียนใหม่ หน้าจอแสดง “ดำเนินการไม่สำเร็จ” แสดงว่า หมายเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือถูกลงทะเบียนสำเร็จ อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล ให้รอ SMS หรือ e-mail แจ้งผลกลับ (หากได้รับ SMS หรือ e-mail แจ้ง “ข้อมูลไม่ถูกต้อง” สามารถลงทะเบียนใหม่ได้)

– ได้รับ SMS ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง / บัตรประชาชนหมายเลขนี้ถูกลงทะเบียนไปเรียบร้อยแล้ว
– ระบบแจ้งว่าดำเนินการไม่สำเร็จ หมายเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ได้ถูกลงทะเบียนแล้ว

  • ให้กดลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง
  • ถ้าหากเป็นแบบนี้ซ้ำกันหลายครั้ง ให้โทรศัพท์ติดต่อที่ธนาคารกรุงไทย หมายเลข 02 111 1111

สามารถลงทะเบียนใหม่ได้อีกครั้ง วันที่ 1 เมษายน 2563 เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป

1. ผู้ลงทะเบียนที่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ มีเฉพาะกรณีได้รับ SMS แจ้งผลการลงทะเบียนไม่สำเร็จเท่านั้น ซึ่งประชาชนสามารถกลับไปลงทะเบียนใหม่และระบุข้อมูลให้ถูกต้องได้ แต่หากข้อมูลการลงทะเบียนเรียบร้อยและเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคุณสมบัติแล้วจะไม่สามารถกลับไปแก้ไจข้อมูลได้และไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำได้

2. ผู้ที่ลงทะเบียนผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ต้องการยกเลิกการลงทะเบียนระบบจะเปิดให้ยกเลิกการลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2563 [update2020-04-03 18:59:50]

  • กรณีระบุเบอร์โทรศัพท์มือถือ : ขึ้นข้อความ “รอการแจ้งยืนยันผลการได้รับสิทธิตามมาตรการฯ ทาง SMS และ EMAL ที่ลงทะเบียนไว้”
  • กรณีระบุเบอร์โทรศัพท์บ้าน : “รอการแจ้งยืนยันผลทางไปรษณีย์ หลังตรวจสอบข้ออมูลเสร็จสิ้น”

ระบบจะมีการแจ้งผลการตรวจสอบสิทธิ์ทั้งกรณีผ่านสิทธิ์และไม่ผ่านสิทธิ์ ผ่านทาง SMS ไปยังเบอร์โทรศัพท์มือถือและอีเมลที่ท่านลงทะเบียนไว้โดยเร็วที่สุด เริ่มทยอยแจ้งผลตั้งแต่ 8 เม.ย.63 เป็นต้นไป

มีขั้นตอน ดังนี้ 

  1. เข้าเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com 
  2. คลิ๊ก เปลี่ยนแปลงข้อมูลการรับเงิน
  3. กรอกรหัสบัตรประชาชน 13 หลัก
  4. กรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียน
  5. กรอก วัน เดือน ปีเกิด
  6. คลิ๊ก เปลี่ยนแปลงข้อมูลการรับเงิน

หมายเหตุ : 

  • ใช้ได้เฉพาะ “ผู้ได้รับสิทธิที่ชื่อบัญชีไม่ตรงกับชื่อนามสกุลที่ลงทะเบียน”
  • ระบบจะให้เปลี่ยนแปลงข้อมูลการรับเงินได้เพียงครั้งเดียว ดังนั้น ผู้ลงทะเบียนจะต้องตรวจสอบเลขที่บัญชีธนาคาร และธนาคารเจ้าของบัญชีให้ถูกต้องรวมถึงชื่อ – นามสกุลบัญชีธนาคาร ต้องตรงกับ ชื่อ – นามสกุลของผู้ลงทะเบียน หรือ ประชาชนสามารถเลือกช่องทางการรับเงินตามมาตรการเยียวยาผ่านทางพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งช่องทางพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนจะสะดวกสำหรับ ประชาชน ในกรณี ที่ประชาชนจะประสงค์เปลี่ยนแปลงธนาคารในอนาคต 
  • สำหรับท่านที่แก้ไขข้อมูลบัญชีสำเร็จ ระบบจะโอนเงินซ้ำในวันที่ 22 และ 29 เมษายน 2563 

เฉพาะกรณีคนที่ลงทะเบียนไปแล้ว และไม่ประสงค์จะลงทะเบียนอีก

  1. ยกเลิกการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com
  2. คลิ๊กเลือกที่เมนู ยกเลิกการลงะเบียน
  3. กรอกหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก /หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียน/ วัน เดือน ปีเกิด
  4. คลิ๊ก ปุ่มยกเลิกลงทะเบียน (แถบสีแดง) จะปรากฎข้อความดังนี้
    ขอยกเลิกการลงทะเบียน มาตรการเยียวยาฯ
    “ข้าพเจ้าขอรับรองว่าการยกเลิกการลงทะเบียนเป็นการกระทำของข้าพเจ้าในขณะที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจบังคับของผู้ใด และไม่ได้เกิดจากการสำคัญผิดแต่ประการใด ทั้งนี้ข้าพเจ้าตกลงไม่ประสงค์จะลงทะเบียนอีกในอนาคตรวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการนี้”
  5. ผู้ลงทะเบียนอ่านข้อความและเลือกเมนู ยืนยันและดำเนินการต่อ (แถบตัวอักษรสีน้ำเงิน)
  • สามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนได้ที่ธนาคารกรุงไทย โทร. 02 111 1144
  • อย่างไรก็ดี ก่อนให้ทำการยกเลิก จะต้องระบุหมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียน วันเดือนปีเกิด เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน ว่าเป็นผู้ลงทะเบียนจริง ๆ
  • ทั้งนี้ เมื่อยกเลิกการลงทะเบียนแล้ว จะไม่สามารถลงทะเบียนหรือเข้าไปแก้ไขข้อมูลใด ๆ ได้ ขอให้ประชาชนอ่านข้อความยินยอมก่อนกดยกเลิก ซึ่งข้อความยินยอมระบุ ดังนี้ “ข้าพเจ้าขอรับรองว่าการยกเลิกการลงทะเบียนเป็นการกระทำของข้าพเจ้าในขณะที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจบังคับของผู้ใด และไม่ได้เกิดจากการสำคัญผิดแต่ประการใด ทั้งนี้ ข้าพเจ้าตกลงไม่ประสงค์จะลงทะเบียนอีกในอนาคตรวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการนี้”
  • หากได้รับ SMS ยืนยันว่าได้รับสิทธิ์ ระบบจะโอนเงินโดยเร็วที่สุด โดยสามารตรวจสอบเงินในบัญชีได้ภายในวันรุ่งขึ้นเป็นต้นไป

จะตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรอย่างไร

  • เกษตรกรจะมีการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทุกปีกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการขึ้นทะเบียนจะเป็นราย “ครอบครัว”
  • โดยให้หัวหน้าครอบครัวเป็นคนมาขึ้นทะเบียนและในการกรอกรายละเอียดสมาชิกในครอบครัวจะให้ระบุด้วยว่ามีสมาชิกในครอบครัวกี่คนเป็นใครบ้าง
    และสมาชิกในครอบครัวที่ช่วยทำเกษตรกรรมมีกี่คนคือใครบ้าง
  • ที่ผ่านมารัฐบาลใช้ฐานข้อมูลเกษตรกรชุดเดียวกันนี้ในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นค่าเพาะปลูกค่าเก็บเกี่ยวค่าปัจจัยการผลิตเป็นต้น
  • ดังนั้น ในการคัดกรองของมาตรการเยียวยา 5,000 บาทกำหนดหลักเกณฑ์ให้ครอบครัวที่ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและสมาชิกในครอบครัวที่ช่วยทำเกษตรกรรมถือว่าเป็นกลุ่มเกษตรกรไม่ผ่านเกณฑ์
  • และจะมีการดูแลโดยมาตรการเยียวยากลุ่มเกษตรกรโดยเฉพาะที่จะออกมาเร็วๆนี้

Application Farmbook

  • สามารถแจ้งยกเลิกการเป็นสมาชิกครัวเรือนเกษตรกร ในรายที่ไม่ได้ช่วยทำการเกษตรแล้ว
  • ระบบมีการบันทึกประวัติการยกเลิกและการเพิ่มสมาชิกในครัวเรือนเพื่อเป็นหลักฐานไว้
  • ก่อนทำการยกเลิกให้ Update Application ก่อน ในขณะนี้สามารถทำได้เฉพาะ Android ส่วน iOS อยู่ในขั้นตอนการปรับปรุง

 

สำหรับ ผู้ไม่ผ่านการคัดกรองมาตรการเยียวยา 5,000 บ.

  • สามารถยื่นขอรับการทบทวนสิทธิ์ ในวันที่ 20 เม.ย. 63
  • ผ่านเว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน.com คลิกปุ่ม ขอทบทวนสิทธิ์

**ไม่รับยื่นเอกสาร ไม่ต้องเดินทางไปติดต่อสถาบันการเงินหรือหน่วยราชการ

สถานะ “อยู่ระหว่างการตรวจสอบ”

ตัวเลขผู้ได้รับสิทธิ์เงินเยียวยาตามมาตรการ 5,000 บาท (3 เดือน) จำนวน 3 ล้านคนเป็นตัวเลขที่กระทรวงการคลังประมาณการไว้เบื้องต้น ดังนั้น หากมีจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด COVID-19 ที่เป็นกลุ่มแรงงาน ลูกจ้าง หรืออาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบ COVID-19 โดยตรงมีจำนวนมากกว่าที่กระทรวงการคลังประมาณการไว้ รัฐบาลก็พร้อมจะจัดสรรเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้เกิดความครอบคลุมมากที่สุด

          ตั้งแต่มีการเปิดรับลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามเร่งกระบวนการตรวจสอบและคัดกรองผู้ลงทะเบียนกว่า 27 ล้านคน เพื่อให้เงินเยียวยาถึงมือทุกคนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วที่สุด โดยตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2563 เป็นต้นมา กระทรวงการคลังได้มีการจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท ต่อเนื่องทุกวัน (ยกเว้นวันหยุดราชการ)

          การตรวจสอบและคัดกรองผู้ลงทะเบียนแต่ละคน จะใช้ระยะเวลามากน้อยไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ถูกต้องของข้อมูลตามบัตรประชาชนของผู้ลงทะเบียน การประกอบอาชีพที่ผู้ลงทะเบียนได้ระบุ ซึ่งต้องนำไปตรวจสอบข้อมูลกับฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อให้มั่นใจว่างบประมาณของแผ่นดิน   ที่รัฐบาลได้จัดสรรมาจะตกถึงมือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง ระบบจะแจ้งผลการตรวจสอบสิทธิ์ผ่านทาง SMS ไปยังเบอร์โทรศัพท์มือถือและอีเมลที่ท่านลงทะเบียนโดยเร็วที่สุด หรือสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนของท่านได้ที่ www.เราไม่ทิ้งกัน.com

กรณีผู้ลงทะเบียนตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com และปรากฏสถานะว่า “อยู่ระหว่างการตรวจสอบ” ซึ่งแปลว่าระบบอยู่ระหว่างการตรวจสอบและคัดกรองข้อมูลของผู้ลงทะเบียน ผู้ลงทะเบียนยังไม่ต้องดำเนินการใด ๆ

          กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามเร่งกระบวนการตรวจสอบและคัดกรอง ผู้ลงทะเบียนกว่า 27 ล้านคน เพื่อให้เงินเยียวยาถึงมือทุกคนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วที่สุด
          ระบบจะแจ้งผลการตรวจสอบสิทธิ์ผ่านทาง SMS ไปยังเบอร์โทรศัพท์มือถือและอีเมลที่ท่านลงทะเบียนโดยเร็วที่สุด หรือสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนของท่านได้ที่ www.เราไม่ทิ้งกัน.com

กระทรวงการคลังได้เตรียมกลไกการทบทวนสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์และประสงค์จะขอทบทวนสิทธิ์ และสำหรับกลไกการดำเนินการทบทวนสิทธิ์จะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อยืนยันตัวตนและความเดือดร้อนของ ผู้ลงทะเบียน เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาให้สิทธิ์รับเงินเยียวยาต่อไป

กรณีผู้ลงทะเบียนตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com และปรากฏสถานะว่า “อยู่ระหว่างการตรวจสอบ” ซึ่งแปลว่าระบบอยู่ระหว่างการตรวจสอบและคัดกรองข้อมูลของ            ผู้ลงทะเบียน ไม่ได้แปลว่าไม่ได้รับสิทธิ์

ทั้งนี้ กรณีไม่ได้รับสิทธิ์ จะมี SMS แจ้งไปยังเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ท่านระบุไว้ ว่า “ไม่ได้รับสิทธิ์” และหากตรวจสอบสถานะผ่านทางเว็บไซต์จะปรากฏสถานะว่า “ไม่ได้รับสิทธิ์ เนื่องจาก … (แสดงเหตุผล)”

ตัวเลขผู้ได้รับสิทธิ์เงินเยียวยาตามมาตรการ 5,000 บาท (3 เดือน) จำนวน 3 ล้านคนเป็นตัวเลขที่ กระทรวงการคลังประมาณการไว้เบื้องต้น ดังนั้น หากมีจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด COVID-19 ที่เป็นกลุ่มแรงงาน ลูกจ้าง หรืออาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบ COVID-19 โดยตรงมีจำนวนมากกว่าที่กระทรวงการคลังประมาณการไว้ รัฐบาลก็พร้อมจะจัดสรรเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้เกิดความครอบคลุมมากที่สุด

ลักษณะการประกอบอาชีพก่อสร้างส่วนใหญ่ยังสามารถดำเนินได้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปิดสถานที่จากคำสั่งของทางราชการค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ดี หากประชาชนที่มีอาชีพก่อสร้างและได้รับผลกระทบจากระบาดของโรคโควิต-19 แต่ได้รับแจ้งว่าไม่ได้สิทธิ์เข้าร่วมมาตรการเยียวยา 5000 (3 เดือน) กระทรวงการคลังได้เปิดให้ยื่นขอทบทวนสิทธิ์ โดยจะมีเจ้าหน้าที่การลงพื้นที่เพื่อยืนยันตัวตนและความเดือดร้อนของผู้ลงทะเบียน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสามารถจัดสรรเงินเยียวยาให้กับผู้ที่สมควรจะได้รับอย่างแท้จริง ซึ่งผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์และประสงค์จะยื่นขอทบทวนสิทธิ์ สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิ์ได้ ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. 2563

มาตรการฯ นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้กับแรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดประกอบกิจการของสถานประกอบการที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในประเทศไทยเป็นหลัก

ในกรณีการกรอกให้ข้อมูลเท็จและตรวจสอบพบภายหลังว่าเป็นผู้ไม่มีสิทธิในการรับเงินช่วยเหลือจากมาตรการฯ ภาครัฐมีสิทธิสั่งระงับการจ่ายเงินชดเชยตามมาตรการฯ โดยผู้ได้รับเงินเยียวยาที่ไม่มีสิทธิในมาตรการฯ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงินชดเชยที่ได้รับไปแล้วคืนให้แก่รัฐภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการระงับสิทธิดังกล่าว ตามวิธีการที่กระทรวงการคลังหรือผู้จัดทำระบบให้กระทรวงการคลังกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่รัฐ            ได้ดำเนินการข้างต้นแล้ว รัฐอาจใช้สิทธิในการที่จะดำเนินคดีทางแพ่งหรือทางอาญาต่อไป

นอกจากนี้ ในกรณีการให้ข้อมูลเท็จโดยเจตนา ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี ปรับสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ซึ่งจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ    ไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยในกรณีที่เป็นการให้ข้อมูลเท็จโดยมิได้มีเจตนาและถูกดำเนินการทางกฎหมาย ในชั้นศาลจะมีกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป

ทั้งนี้ หากผู้ได้รับสิทธิ์ที่ได้รับเงินเยียวยาแล้วประสงค์คืนเงิน กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างกำหนด       แนวทางการคืนเงืนสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ โดยจะประกาศให้ทราบโดยเร็ว

ขณะนี้ระบบการนำส่งข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ได้มีการขอให้แนบเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ เข้าสู่ระบบ แต่ผู้ลงทะเบียนสามารถระบุชื่อสถานประกอบการ หรือระบุที่ตั้งของสถานประกอบการหรือที่อยู่อาศัย โดยการระบุเป็นข้อความ หรือ โดยการปักหมุดในแผนที่ได้ ทั้งนี้ ขอให้ท่านให้ข้อมูลที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาสิทธิ์การได้รับเงินเยียวยา

สามารถร้องเรียนได้ที่ Call Center สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 02-273-9020 (เฉพาะวันและเวลาราชการ) และ Call Center ธนาคารกรุงไทย โทร. 02-111-1144 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

หากท่านไม่ได้รับสิทธิ์ เนื่องจากเป็นสมาชิกในครัวเรือนเกษตรกร แต่ปัจจุบันไม่ได้ประกอบการเกษตรกรแล้ว ท่านสามารถยื่นขอทบทวนสิทธิ์ได้ ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. 2563 ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com โดยจะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบหน้างาน ทั้งนี้ ผู้ผ่านการทบทวนสิทธิ์จะยังได้รับเงินเยียวยาครบทั้ง 3 เดือน เนื่องจากการให้เงินเยียวยาจะใช้วันลงทะเบียนในการเริ่มนับสิทธิ์

ข้อมูลอื่น ๆ

  • โปรดติดต่อธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศเพื่อทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่
  • โทร. 02 109 2345

สอบถามเพิ่มเติม

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 

  • โทร 0 2273 9020 ต่อ 3558 , 3421-25 , 3427 , 3429-30 และ 3572

ปัญหาเกี่ยวกับการลงทะเบียนออนไลน์ 

  • Call Center ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตลอด 24 ชม. 
    • 02-111-1144
    • 02-111-1111 
Scroll Up