หน้ากากผ้า

ความเป็นมา

หน้ากากผ้าเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนที่ไม่ป่วยและมีความเสี่ยงต่ำกว่าบุคลากรทางการแพทย์ในภาวะขาดแคลนหน้ากากอนานัยทางการแพทย์ ที่สำคัญคือสามารถทำเองได้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมอนามัย จึงได้ทำการศึกษาชนิดของผ้าต่างๆ ที่น่าจะมีความเหมาะสมในการนำมาใช้ คือ

  • สามารถกันอนุภาคขนาดเล็ก
  • ป้องกันการซึมผ่านของละอองน้ำ
  • สามารถนำไปซักได้หลายครั้งรวมถึงหาได้ง่ายทั่วไป

ชนิดผ้าที่ทำการศึกษาเปรียบเทียบ

  • ผ้าฝ้ายดิบ
  • ผ้าฝ้ายมัสลิน
  • ผ้าสาลู
  • ผ้านาโน
  • ผ้ายืด

ผลการทดสอบ

  • ส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อศึกษาเส้นใยผ้าในการกันอนุภาค
    • พบว่ามีผ้า 3 ชนิดคือ ผ้าฝ้ายดิบ ผ้าฝ้ายมัสลินและผ้านาโน เมื่อนำผ้ามาประกอบกัน 2 ชั้นและส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์เส้นใยผ้าสามารถกันอนุภาคได้ใกล้เคียงหน้ากากอนามัยทางการแพทย์
  • ทดสอบการเป็นขุยด้วยวิธีการซัก
    • ศึกษาจำนวนครั้งของการซักล้างในผ้า 3 ชนิด
    • ผ้าฝ้ายดิบและผ้าฝ้ายมัสลิน สามารถซักได้มากกว่า 100 ครั้ง โดยคุณภาพของเนื้อผ้าไม่เสื่อม
  • ทดสอบประสิทธิภาพการต้านการซึมผ่านของละอองน้ำ
    • พบว่าผ้าฝ้ายมัสลินและผ้าสาลูสามารถต้านการซึมผ่านได้ดีที่สุด

สรุปผลการทดสอบหน้ากากผ้า

สรุปว่า ผ้าฝ้ายมัสลิน มีความเหมาะสม ในการนำมาใช้ทำหน้ากากผ้า 2 ชั้นมากกว่าผ้าชนิดอื่น เนื่องจากมีประสิทธิภาพดีหลายด้าน คือ

  • สามารถกันละอองน้ำได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับผ้าชนิดอื่น
  • เส้นใยผ้าสามารถกันอนุภาคได้ดีกว่าผ้าชนิดอื่น
  • สามารถนำมาใช้งานได้หลายครั้ง

คำแนะนำในการใช้หน้ากากผ้า

  • เพื่อความสะอาดของหน้ากากผ้า ควรซักล้างและตากแห้งทุกวัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • ประชาชนต้องป้องกันตัวเองโดยไม่เอามือไปสัมผัส หน้ากาก ขณะสวมใส่เพื่อไม่ให้เชื้อโรคมาติด ซึ่งอาจจะเข้าสู่จมูกหรือปากได้และล้างมือบ่อยๆ

ลักษณะของหน้ากากผ้าควรเป็นอย่างไร

 แนะนำให้เป็นหน้ากากสี่เหลี่ยมแบบมีจีบ

  • เนื่องจากถ้าไม่มีจีบ อาจทำให้หายใจไม่สะดวก
  • จะเป็นจีบแบบระบาย หรือจีบแบบสี่เหลี่ยม ก็ทำได้ตามถนัด
  • ตัวจีบควรจะจีบลง เพื่อไม่ให้รองรับของเหลว

ส่วนหน้ากากผ้าแบบสามเหลี่ยม หรือ 3D

  • ควรเป็นแบบที่ไม่มีตะเข็บตรงกลาง เนื่องจากอาจทำให้เกิดการรั่วซึม เมื่อมีละอองไอของเหลวลอยมาติด
  •  

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

ที่มา

Scroll Up