โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

มาตรการการดำเนินการของรัฐบาล

  • ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเริ่มสั่งปิดสถานที่ต่างๆ ดังนี้
    • สนามมวย, สนามม้า, สนามกีฬา, สถานบริการ, กิจการอาบ อบ นวด,
    • สถานที่อาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร, กิจการโรงมหรสพ, สถานที่ออกกำลังกายที่เป็นพื้นที่ปิด
  • ในส่วนของต่างจังหวัดให้อำนาจแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดในการสั่งปิด

ตามมติ ครม เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 ยกเลิกการหยุดราชการในวันที่ 13 – 15 เมษายน 2563

รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกวันหยุดช่วงสงกรานต์เป็นวันหยุดราชการ และกำหนดให้เป็นวันทำงานปกติ และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนรวมถึงเอกชนให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ตามประกาศของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ปัจจุบันยังอยู่ในระยะที่ 2 และรัฐบาลได้จัดให้มีการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขแล้วเพื่อรองรับสถานการณ์หากมีการแพร่ระบาดในวงกว้าง

  • หากใครมีอาการป่วย มีไข้ เป็นหวัดหรือมีน้ำมูก และมีประวัติเสี่ยงทางระบาดวิทยาสามารถไปโรงพยาบาลที่แต่ละคนมีสิทธิ์ได้
  • โดยจะได้รับการตรวจและรักษาฟรีในทุกโรงพยาบาล เพราะคนไทยทุกคนมีทั้งสิทธิของตนเอง ทั้งสิทธิของข้าราชการ สิทธิตามหลักประกันสุขภาพ หรือแม้แต่สิทธิประกันสังคม

สถานที่ซึ่งผู้คนไม่ได้มาชุมนุมเป็นกิจวัตร แต่มาทำเพื่อกิจกรรมที่มีการเบียดเสียด ใกล้ชิด และเสี่ยต่อการแพร่เชื้อง่ายทางปาก (ตะโกน เชียร์) สัมผัสถูกเนื้อถูกตัวหรือใช้สิ่งของร่วมกันง่าย โดยคำนึงถึงขนาดของกิจกรรม (จำนวนคนน้อย-มาก) โอกาสแพร่เชื้อ (ประเภทกิจกรรม) เช่น สนามมวย สนามกีฬา โรงมหรสพ

ความรู้ทั่วไป

  • ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นตระกูลของไวรัสที่ก่อให้อาการป่วยตั้งแต่โรคไข้หวัดธรรมดาไปจนถึงโรคที่มีความรุนแรงมาก เช่น โรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS-CoV) และโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS-CoV) เป็นต้น
  • เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อนในมนุษย์ก่อให้เกิดอาการป่วยระบบทางเดินหายใจในคน และสามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ โดยเชื้อไวรัสนี้พบครั้งแรกในการระบาดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงปลายปี 2019
  • ไม่เหมือน
  • เนื่องจากตระกูลโคโรนาไวรัส เป็นสาเหตุการป่วยในคนและในสัตว์ เช่น อูฐ แมว คางค้าว ซึ่งไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ไม่เหมือนกับไวรัสโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (Middle East Respiratory Syndrome: MERS) หรือ ไวรัสโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (Severe Acute Respiratory Syndrome: SARS)
  • อาการทั่วไป ได้แก่ อาการระบบทางเดินหายใจ มีไข้ ไอ หายใจถี่ หายใจลำบาก
  • ในกรณีที่อาการรุนแรงมาก อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม ปอดออักเสบ ไตวาย หรืออาจเสียชีวิต
  • การรักษาแบบประคับประคองเพื่อบรรเทาอาการป่วยต่างๆ
  • ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค

เชื้อ COVID-19 สามารถแพร่กระจายผ่านสิ่งของที่แปดเปื้อนเชื้อโรคได้ อยู่ได้นานหลายวันหากไม่มีการทำความสะอาด ยกตัวอย่างอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในที่สาธารณะ เช่น ลูกบิดประตู และมือจับประตู ก๊อกน้ำ ราวจับรถสาธารณะ เป็นต้น นอกจากนี้อาจมีการแปดเปื้อนผ่านมือแล้วจับโทรศัพท์มือถือ หากใช้มือสัมผัสสิ่งของแล้วนำมาแตะบริเวณหน้า หรือหยิบอาหารเข้าปาก สามารถติดเชื้อได้เช่นเดียวกับการสัมผัสเชื้อจากผู้ป่วยโดยตรง จึงควรต้องระมัดระวัง ทำความสะอาดพื้นผิวที่อาจแปดเปื้อนบ่อยๆ และล้างมือบ่อยๆ

ในปัจจุบันยังไม่มีรายงานการติดเชื้อจากการว่ายน้ำในสระ หรือแหล่งน้ำอื่น แต่ควรหลีกเลี่ยงสระน้ำที่มีผู้คนแออัด

ฟ้าทะลายโจรเป็นยาสมุนไพรที่กรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกแนะนำให้ใช้รักษาหวัด และให้กินทันที ส่วน COVID-19 เป็นเชื้อไวรัสสายพันธ์หนึ่งในกลุ่มโคโรนาไวรัส ไม่ใช่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ยังไม่เคยมีการนำฟ้าทลายโจรมาทดลองใช้รักษา COVID-19

องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 ถือเป็น “ภาวะการแพร่ระบาดใหญ่ระดับโลก” หรือ pandemic แล้ว หลังจากที่มีการติดต่อระหว่างบุคคลแพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ทั่วโลก

ปัจจุบันการแพร่เชื้อยังไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นว่าเป็นแบบ airborne การติดต่อทางอากาศที่เป็นข่าว เป็นการแพร่ที่เรียกว่าเป็น aerosol คือการได้รับเชื้อผ่านละอองฝอยที่ฟุ้งแบบเครื่องพ่นยาขยายหลอดลม การติดต่อหลักยังเป็นการอยู่ใกล้ชิด ไอจามรดกัน หรือมือไปสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อแล้วนำมาสู่ร่างกายผ่านการขยี้ตา แคะจมูกหรือปากที่เป็นเนื้อเยื่ออ่อน (Mucosa)

ลักษณะของเชื้อไวรัส

  • ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อยู่บนพื้นผิวได้นานเพียงใด
  • ขณะที่ข้อมูลเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าไวรัสอาจอยู่รอดได้ในไม่กี่ชั่วโมง
  • น้ำยาฆ่าเชื้อสามารถฆ่าเชื้อไวรัสไม่ให้สามารถแพร่เชื้อได้
  • ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 มีอาการคล้ายไข้หวัด อาการทางเดินหายใจ เช่น มีไข้ ไอ มีน้ำมูก
  • ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการรุนแรงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม ปอดออักเสบ ไตวาย หรืออาจเสียชีวิต
  • แม้ว่าอาการหลายอย่างจะคล้ายคลึง แต่เนื่องจากเกิดจากเชื้อไวรัสที่แตกต่างกัน จึงเป็นเรื่องยากที่จะสามารถระบุโรคตามอาการเพียงอย่างเดียว จึงต้องอาศัยการทดสอบทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันเชื้อ

เชื้อ COVID-19 เป็นเชื้อไวรัสในตระกูลโคโรนาไวรัส มีขนาดเล็กมาก (0.06 – 0.14 ไมครอน) ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า หรือโดยกล้องจุลทรรศน์ที่ใช้กันโดยทั่วไป

การแพร่กระจายของเชื้อ

  • ไวรัสชนิดนี้มีความเป็นไปได้ที่มีสัตว์เป็นแหล่งรังโรค ส่วนใหญ่แพร่กระจายผ่านการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ ผ่านทางละอองเสมหะจากการไอ จาม น้ำมูก น้ำลาย ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนการแพร่กระจายเชื้อผ่านทางการพื้นผิวสัมผัสที่มีไวรัสแล้วมาสัมผัส ปาก จมูกและตา สามารถแพร่เชื้อผ่านทาง
    Fecal-oral route** ได้ด้วย
  • เชื้อ COVID-19 สามารถแพร่กระจายผ่านสิ่งของที่แปดเปื้อนเชื้อโรคได้ อยู่ได้นานหลายวันหากไม่มีการทำความสะอาด หากใช้มือสัมผัสสิ่งของแล้วนำมาแตะบริเวณหน้า หรือหยิบอาหารเข้าปาก สามารถติดเชื้อได้เช่นเดียวกับการสัมผัสเชื้อจากผู้ป่วยโดยตรง จึงควรต้องระมัดระวัง ทำความสะอาดพื้นผิวที่อาจแปดเปื้อนบ่อยๆ และล้างมือบ่อยๆ

** fecal-oral route คือ การกินอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสอยู่

  • เกิดจากการถ่ายอุจจาระที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น ไม่ถ่ายในห้องส้วม
  • หรือหลังถ่ายอุจจาระแล้วไม่ล้างมือให้สะอาดพอแล้วใช้มือหยิบอาหารหรือสิ่งของเครื่องใช้หรือสิ่งต่างๆ
  • ทำให้คนที่มากินอาหารหรือสัมผัสสิ่งของมีโอกาสได้รับเชื้อได้
  • ขณะนี้ยังคงมีข้อจำกัดด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และการแพร่กระจายเชื้อ ดังนั้นจึงใช้ข้อมูลวิชาการของเชื้อไวรัสโคโรนาที่มีพันธุกรรมใกล้เคียงกัน ซึ่งพบว่าไวรัสโคโรนามีความสามารถในการมีชีวิตอยู่บนผิวสัมผัสได้ไม่ดี จึงมีความเสี่ยงน้อยมากที่จะแพร่กระจายเชื้อไวรัสจากสินค้าหีบห่อหรือสิ่งของ
  • ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนการแพร่กระจายเชื้อผ่านทางสินค้านำเข้าจากประเทศจีน และยังไม่พบผู้ป่วยที่มีความสัมพันธ์กับการขนส่งสินค้าแต่อย่างใด
  • ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนการนำเข้าสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์จากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่อาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อได้

การป้องกันตนเอง

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้มีอาการป่วย รักษาระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณตา จมูกและปาก โดยไม่ได้ล้างมือ ควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือน้ำยาแอลกอฮอล์ล้างมือ 70% หากมีไข้ ไอ หายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการเดินทาง
  • ควรพักอยู่ที่บ้าน ปิดปากและจมูกด้วยทิชชูทุกครั้งที่ไอหรือจาม และทิ้งลงถังขยะ ทำความสะอาดและทำลายเชื้อตามวัสดุสิ่งของ และผิวสัมผัสต่างๆ
  • หากท่านเดินทางกลับจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใน 14 วัน และมีอาการไข้ ไอ น้ำมูก เหนื่อยหอบ โปรดไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง และควรป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น โดยงดเดินทางขณะป่วย ถ้าจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หลีกเลี่ยงคลุกคลี่กับผู้อื่น ปิดปากและจมูกด้วยทิชชูทุกครั้งที่ไอหรือจามและทิ้งลงถังขยะ ควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์ล้างมือ 70%
  • ผู้ป่วยสงสัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จะมีอาการไข้ ร่วมกับ อาการทางเดินหายใจ เช่น ไอจาม มีน้ำมูก เหนื่อยหอบ และมีประวัติเดินทางไปยังประเทศจีน ภายใน 14 วันก่อนเริ่มมีอาการ หากมีอาการและประวัติเดินทางดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาต่อไป
  1. บุคคลที่ไม่มีอาการระบบทางเดินหายใจ ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย (Surgical Mask เนื่องจากไม่มีหลักฐานแสดงถึงการป้องกันบุคคลที่ไม่ป่วย อย่างไรก็ตามอาจสวมใส่หน้ากากอนามัย ในประเทศที่มีความเสี่ยง หรือเมื่ออยู่ในที่ชุมชนที่มีคนจำนวนมากเพื่อป้องกันตัวเอง
  2. บุคคลที่มีอาการระบบทางเดินหายใจควรสวมหน้ากากอนามัย (Surgical Mask) และไปพบแพทย์ หากมีไข้ ไอ และหายใจลำบาก
  • ควรมีการทำความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องใช้ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะอาหาร ผ้าห่ม ผ้าปูเตียง เครื่องครัว จาน ชาม ช้อน ซ้อม แก้วน้ำ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 70% อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง
  • ผู้จัดกิจกรรมควรคัดกรองผู้เข้าร่วมกิจกรรม ด้วยอาการ ไข้ ร่วมกับอาการะบบทางเดินหายใจ ไอ มีน้ำ มูก เหนื่อยหอบ และมีประวัติการเดินทางจากประเทศจีน ภายใน 14 วัน
  • การแจ้งเตือนมี 4 ระดับ โดยขณะนี้อยู่ในระดับที่ 3 หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น

Scroll Up