การรับมรดกที่ดินและจดทะเบียนผู้จัดการมรดก

การรับมรดกที่ดินและจดทะเบียนผู้จัดการมรดก

การขอตั้งผู้จัดการมรดก

          เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นย่อมตกทอดแก่ทายาท เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตายมีทรัพย์สินจำนวนมากตกทอดแก่ทายาท อาจจะเป็นทายาทโดยธรรมหรือทายาทโดยพินัยกรรม ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งมีทะเบียน เช่น โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถยนต์ ทะเบียนอาวุธปืน เป็นต้น ทรัพย์สินเหล่านี้ในการจัดการมรดก เจ้าพนักงานจะไม่ดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนหากไม่มีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกตามกฎหมายเสียก่อน ด้วยเหตุขัดข้องดังกล่าวจึงทำให้ราษฎรจำนวนมากต้องมายื่นคำร้องขอความช่วยเหลือต่อสำนักงานอัยการสูงสุด

ทายาทที่มีสิทธิตามกฎหมายหรือทายาทโดยธรรมมี 6 ลำดับดังนี้

    1. ผู้สืบสันดาน (บุตร, หลาน, เหลน, ลื้อ)
    2. บิดา มารดา
    3. พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
    4. พี่น้องร่วมบิดา หรือร่วมมารดาเดียวกัน
    5. ปู่ ย่า ตา ยาย
    6. ลุง ป้า น้า อา

เอกสารหลักฐานต้องนำไปประกอบการขอรับมรดก 

    • โฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองทำประโยชน์
    • บัตรประจำตัว
    • ทะเบียนบ้าน
    • หลักฐานการตายของเจ้ามรดก เช่น มรณบัตร
    • พินัยกรรม (ถ้ามี)
    • ถ้าผู้ขอ ขอรับมรดกในฐานะเป็นคู่สมรส ต้องมีหลักฐานการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย
    • ถ้าผู้ขอรับมรดกเป็นบิดาเจ้ามรดก ต้องมีทะเบียนสมรสกับมารดาของเจ้ามรดกหรือหลักฐานการรับรองบุตร
    • กรณีบุตรบุญธรรมเป็นผู้ขอรับมรดก ต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
    • ถ้ามีกรณีพิพาทเกี่ยวกับมรดก ต้องนำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือคำพิพากษาอันถึงที่สุดไปแสดง
    • ถ้ามีผู้มีสิทธิรับมรดกร่วมกันหลายคน บางคนได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว ต้องมีหลักฐานการตายของทายาทนั้น ๆ

ในกรณีที่มีผู้จัดการมรดก หลักฐานที่ต้องนำไป 

    • คำสั่งศาลหรือคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด  หรือพินัยกรรมซึ่งตั้งให้ผู้ขอเป็นผู้จัดการมรดก
    • หลักฐานการตายของเจ้ามรดก
    • ทะเบียนบ้าน  และบัตรประจำตัวของผู้จัดการมรดก
    • โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
    • ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน
    • ค่าคำขอ  แปลงละ  5   บาท
    • ค่าประกาศมรดก  แปลงละ  10  บาท
    • ค่าจดทะเบียนผู้จัดการมรดก  แปลงละ  50  บาท
    • ค่าจดทะเบียนโอนมรดก  ร้อยละ  2 ตามราคาประเมินทุนทรัพย์
    • ในกรณีโอนมรดกระหว่างผู้บุพการีกับผู้สืบสันดาน  หรือระหว่างคู่สมรส  เรียกตามราคาประเมินทุนทรัพย์  ร้อยละ  ๐.๕

การขอตั้งผู้จัดการมรดก

           เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นย่อมตกทอดแก่ทายาท เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตายมีทรัพย์สินจำนวนมากตกทอดแก่ทายาท อาจจะเป็นทายาทโดยธรรมหรือทายาทโดยพินัยกรรม ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งมีทะเบียน เช่น โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถยนต์ ทะเบียนอาวุธปืน เป็นต้น ทรัพย์สินเหล่านี้ในการจัดการมรดก เจ้าพนักงานจะไม่ดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนหากไม่มีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกตามกฎหมายเสียก่อน ด้วยเหตุขัดข้องดังกล่าวจึงทำให้ราษฎรจำนวนมากต้องมายื่นคำร้องขอความช่วยเหลือต่อสำนักงานอัยการสูงสุด

ผู้มีสิทธิร้องขอรับความช่วยเหลือ

    • ทายาท ทายาทโดยพินัยกรรม หรือทายาทโดยธรรม เช่น บิดา มารดา บุตร คู่สมรส พี่น้อง ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา
    • ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น เจ้าหนี้ เจ้าของรวม
    • พนักงานอัยการ (โดยมีทายาทมาร้องขอ)

สถานที่ยื่นคำขอ

    • สำนักงานอัยการในท้องที่ที่ผู้ตายมีภูมิลำเนา (ตามทะเบียนบ้านของผู้ตาย)
    • ถ้าผู้ตายไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร ให้ขอความช่วยเหลือที่สำนักงานอัยการที่ทรัพย์สินทั้งอยู่ในเขต

เอกสาร / หลักฐาน

    • ทะเบียนบ้านของผู้ตาย
    • มรณบัตรของผู้ตาย
    • ทะเบียนบ้านของผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
    • บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรข้าราชการของผู้ร้องขอ
    • ถ้าเป็นบุตรต้องใช้สูติบัตร
    • ทะเบียนสมรส
    • เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของผู้ตาย
    • พินัยกรรม (ถ้ามี)
    • บัญชีเครือญาติ
    • หนังสือให้ความยินยอม
    • ทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ให้ความยินยอมทุกคน
    • เอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับคดี

อัตราค่าธรรมเนียม

ค่าใช้จ่ายในการยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก

    • ประชาชนผู้ยื่นคำขอจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้แก่พนักงานอัยการ แต่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในชั้นศาล

ค่าใช้จ่ายในการร้องขอจัดการมรดก

    • ศาลแพ่งไม่คิดค่าใช้จ่ายในการขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก และทำคำร้องขอตั้ง ผู้จัดการมรดกแต่อย่างใด โดยผู้ร้องจะเสียค่าใช้จ่ายดังนี้
      • ค่าใช้จ่ายในวันทำคำร้องและยื่นคำร้อง
        • ค่าขึ้นศาล จำนวน 200 บาท
        • ค่าประกาศหนังสือพิมพ์ให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ จำนวน 500 บาท
      • ค่าใช้จ่ายในวันนัดไต่สวนคำร้อง
        • ค่าถ่ายเอกสารคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก หน้าละ 2 บาท
        • ค่ารับรองสำเนาคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ฉบับละ 50 บาท

ขั้นตอนการขอรับมรดก

กรณีต้องประกาศเช่น ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม

    • ประชาสัมพันธ์ – จ่ายบัตรคิว
    • รับคำขอและสอบสวน
    • ตรวจสอบสารบบและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
    • ลงบัญชีรับทำการ
    • ตรวจอายัด
    • เขียนใบสั่ง, ใบเสร็จ และรับเงินค่าธรรมเนียมคำขอ
    • ทำการประกาศมรดก มีกำหนด 30 วัน
    • เจ้าหน้าที่พิมพ์ประกาศ
    • ส่งประกาศไปปิดตามสถานที่ ๆ กฎหมายกำหนด ได้แก่ สำนักงานที่ดินท้องที่ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ทำการแขวงหรือที่ทำการกำนันท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่และบริเวณที่ดินนั้นแห่งละหนึ่งฉบับ
    • พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือส่งประกาศไปให้บุคคลที่ผู้ขอแจ้งว่าเป็นทายาททุกคนทราบเท่าที่จะทำได้
    • ประกาศครบกำหนด 30 วัน ไม่มีผู้โต้แย้งคัดค้าน
    • ทำหนังสือแจ้งผู้ขอมาดำเนินการเพื่อจดทะเบียน
    • ตรวจอายัด เสนอเจ้าพนักงานที่ดิน สั่งจดทะเบียนผู้จัดการมรดกและโอนมรดก
    • ประเมินทุนทรัพย์
    • เขียนใบสั่ง, ใบเสร็จและรับเงินค่าธรรมเนียม
    • แก้สารบัญจดทะเบียน
    • เจ้าพนักงานที่ดินลงนามจดทะเบียนและประทับตรา
    • แจกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน

กรณีไม่ต้องประกาศเช่น ศาลตั้งผู้จัดการมรดก

    • ประชาสัมพันธ์ – จ่ายบัตรคิว
    • รับคำขอและสอบสวน
    • ตรวจสอบสารบบและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
    • ลงบัญชีรับทำการ
    • ตรวจอายัด
    • เสนอเจ้าพนักงานที่ดิน สั่งจดทะเบียนผู้จัดการมรดกและโอนมรดก
    • ประเมินราคาทุนทรัพย์
    • เขียนใบสั่ง ใบเสร็จและรับเงินค่าธรรมเนียม
    • แก้สารบัญจดทะเบียน
    • เจ้าพนักงานที่ดินลงนามจดทะเบียนและประทับตรา
    • แจกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน

หน่วยงานที่รับผิดชอบ  กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

Scroll Up