การขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน

การขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน

หลักเกณฑ์และเงื่อนไข

    • จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน (ถูกเลิกจ้างหรือลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนดระยะเวลา) โดยไม่มีความผิดตามกฎหมาย

สิทธิที่จะได้รับประโยชน์ทดแทน

    • กรณีถูกเลิกจ้าง
      • ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
      • กรณีว่างงานผู้ประกันตนจะต้องยื่นขึ้นทะเบียนว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐ ต้องยื่นสิทธิภายใน 30 วัน หลังจากถูกเลิกจ้าง หากขึ้นทะเบียนล่าช้าเกิน 30 วัน (แต่ไม่เกิน 180 วัน) ยังสามารถขึ้นทะเบียนการว่างงานเพื่อรับประโยชน์ทดแทนการว่างงานได้แต่จำนวนเงินที่ได้รับจะลดน้อยลง และหากยื่นสิทธิเกินวันที่จะได้รับสิทธิไปแล้ว จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน
    • กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนดระยะเวลา
      • ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
      • กรณีว่างงานผู้ประกันตนจะต้องยื่นขึ้นทะเบียนว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐ ต้องยื่นสิทธิภายใน 30 วัน หลังจากออกจากงาน หากขึ้นทะเบียนล่าช้าเกิน 30 วัน (แต่ไม่เกิน 90 วัน) ยังสามารถขึ้นทะเบียนการว่างงานเพื่อรับประโยชน์ทดแทนการว่างงานได้แต่จำนวนเงินที่ได้รับจะลดน้อยลง และหากยื่นสิทธิเกินวันที่จะได้รับสิทธิไปแล้ว จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน

เอกสารและหลักฐาน

    • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส. 2-01/7)
    • บัตรประจำตัวประชาชน
    • รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 1 รูป
    • หนังสือรับรองการออกจากงานหรือสำเนาแบบแจ้งการลาออกจากงานของผู้ประกันตนออกจากงานของผู้ประกันตน (สปส. 6-09)กรณีที่ไม่มีสำเนา สปส.6-09 ก็สามารถไปขึ้นทะเบียนกรณีว่างงานได้
    • หนังสือหรือคำสั่งของนายจ้างให้ออกจากงาน (ถ้ามี)
    • ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ (สำเนา 1 ชุด)(เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาให้รับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ และแสดงเอกสารที่เป็นต้นฉบับเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ )
    • กรณีผู้ประกันตนต่างชาติขอรับประโยชน์ทดแทนให้ใช้สำเนาบัตรประกันสังคมและสำเนาหนังสือ เดินทาง (passport) หรือสำเนาหนังสือเดินทางชั่วคราว หรือเอกสารรับรองบุคคลที่ทางราชการออกให้ (สำเนา 1 ชุด)
    • กรณีเอกสารหลักฐานสำคัญต่อการพิจารณาเป็นภาษาต่างประเทศให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องให้ครบถ้วน (ฉบับจริง 1 ชุด)
    • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน ผ่าน 11 ธนาคาร ดังนี้
      • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
      • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
      • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
      • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
      • ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)
      • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
      • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
      • ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
      • ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
      • ธนาคารออมสิน
      • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ขั้นตอนและวิธีการขอรับประโยชน์ทดแทน

    • ต้องไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักจัดหางาน กรมการจัดหางาน
    • กรอกแบบฟอร์มใบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงาน พร้อมด้วยหลักฐานดังนี้
    • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกที่มีชื่อและเลขที่บัญชี
    • เจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานทำการสัมภาษณ์ / ตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติการทำงาน
    • เจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานทำการเลือกตำแหน่งงานว่างให้เลือก 3 แห่ง ให้ผู้ประกันตนกรณีว่างงานได้พิจารณา
    • หากยังไม่มีงานที่เหมาะสม เจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานจะประสานงานส่งฝึกอบรมแรงงานตามความจำเป็น แต่หากผู้ประกันตนกลับเข้าทำงานในสถานประกอบการ หรือปฏิเสธงานหรือปฏิเสธการฝึกงานที่จัดหาให้และไม่ไปรายงานตัวตามที่กำหนด สำนักงานประกันสังคมจะงดจ่ายประโยชน์ทดแทนทันที
    • เจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกสถานะผู้ประกันตนกรณีว่างงานเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง
    • เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมดึงข้อมูลผู้ประกันตนกรณีว่างงานขึ้นมาวินิจฉัยตามเงื่อนไขการเกิดสิทธิ
    • เมื่อคุณสมบัติครบถ้วน สำนักงานประกันสังคมทำการโอนเงินทดแทนการขาดรายได้ตามสิทธิให้ผู้ประกันตน ผ่านทางบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน เดือนละ 1 ครั้ง

หน่วยงานที่รับผิดชอบ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

Scroll Up