การยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือ

การยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือ

          การพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้รับบริการ  ในกรณีที่ผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล  เป็นมาตรการที่ดำเนินการตามบทบัญญัติของมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า  “ ให้คณะกรรมการกันเงินจำนวนไม่เกินร้อยละหนึ่งของเงินที่จะจ่ายให้หน่วยบริการไว้เป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับผู้รับบริการ ในกรณีที่ผู้รับบริการได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลของหน่วยบริการ โดยหาผู้กระทำผิดมิได้หรือหาผู้กระทำผิดได้แต่ยังไม่ได้รับความเสียหายภายในระยะเวลาอันสมควร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ”

           เงินช่วยเหลือเบื้องต้น หมายถึง เงินที่จ่ายให้ผู้รับบริการหรือทายาทหรือผู้อุปการะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในกรณีที่ผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาลในหน่วยบริการ โดยมิต้องรอการพิสูจน์ถูกผิด

 

การยื่นคำร้อง

          ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง ได้แก่ ผู้รับบริการ หรือทายาทซึ่งทายาท ได้แก่ บิดา มารดา คู่สมรส ผู้สืบสันดาน(บุตร) พี่น้องร่วมบิดามารดา พี่น้องร่วมบิดา พี่น้องร่วมมารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา โดยให้ทายาทคนใดคนหนึ่งยื่นได้โดยไม่จำเป็นต้องยื่นตามลำดับชั้น

 

ระยะเวลายื่นคำร้อง  

           1 ปี นับจากทราบความเสียหาย

 

วิธียื่นคำร้อง

     การยื่นคำร้องทำได้ 2 วิธี  คือ

    1. ยื่นคำร้องด้วยตนเองที่หน่วยรับคำร้อง
    2. ส่งคำร้องทางไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยคณะกรรมการจะถือวันที่ประทับตราเป็นวันที่ยื่นคำร้อง

สถานที่ยื่นคำร้อง 

    • ต่างจังหวัด สำนักงานหลักประกันสุขภาพสาขาจังหวัด (สสจ.) ที่เกิดเหตุ
    • กทม. สปสช.สาขา (กทม.) หรือ ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ ชั้น M อาคารจัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล ทาวเวอร์ ถ.แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

สาระสำคัญของคำร้อง

     การยื่นคำร้องจะเขียนตามแบบฟอร์มที่กำหนด หรือเขียนเป็นหนังสือก็ได้ แต่ข้อความในหนังสือควรมี

    1. ชื่อ – สกุล ของผู้รับบริการที่ได้รับความเสียหาย
    2. ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการให้บริการสาธารณสุข
    3. ชื่อของหน่วยบริการที่ให้บริการสาธารณสุข
    4. วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น หรือวันที่ทราบความเสียหาย
    5. สถานที่ที่ติดต่อผู้รับบริการหรือผู้ยื่นคำร้องได้โดยรวดเร็ว
    6. สถานภาพของผู้รับบริการ เช่น อาชีพ รายได้หรือเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นต้น

เอกสารหลักฐานในการยื่นคำร้อง

    1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน
    3. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่มีการมอบอำนาจ)
    4. เอกสารหรือหลักฐานแสดงรายละเอียดข้อมูลอื่นที่อาจใช้เป็นประโยชน์ประกอบการพิจารณา (ถ้ามี)

เกณฑ์การพิจารณา

          ผู้มีอำนาจพิจารณาคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ได้แก่ คณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นซึ่งมีอยู่ในทุกจังหวัด

          คณะกรรมการดังกล่าวจะทำหน้าที่พิจารณาว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้รับบริการควรได้รับเงินช่วยเหลือตามข้อบังคับหรือไม่เพียงใด หากควรได้รับเงินช่วยเหลือก็จะพิจารณาโดยคำนึงถึงความรุนแรงของความเสียหายและเศณษฐานะของผู้เสียหายด้วย โดยมีขั้นตอน ดังนี้

  1. พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับ คือ
              – ผู้รับบริการต้องเป็นผู้มีสิทธิตาม พ. ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 และเป็นผู้ได้รับความเสียหาย
             – ความเสียหายที่เกิดขึ้นต้องเป็นความเสียหายที่เกิดจากการให้บริการสาธารณสุข
             – ต้องเป็นการให้บริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ
             – ความเสียหายที่เกิดจากการให้บริการสาธารณสุขต้องไม่เกิดจาก
          1. การดำเนินไปตามพยาธิสภาพโรค
          2. เหตุแทรกซ้อนของโรคที่เป็นไปตามสภาพปกติธรรมดาของโรคนั้นและได้มีการวินิจฉัยและรักษาตามมาตรฐานทั่วไป
                     – ต้องยื่นคำร้องภายใน 1 ปี นับจากทราบความเสียหาย
                     – ไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด หรือผลพิสูจน์ทางการแพทย์
  2. พิจารณาถึงประเภทของความเสียหาย
  3. พิจารณาถึงความรุนแรงและเศรษฐานะของผู้เสียหาย

เกณฑ์การพิจารณาเงินช่วยเหลือ

    • เสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร
      – จ่ายเงินช่วยเหลือไม่เกิน  200,000  บาท
    • พิการหรือสูญเสียอวัยวะ
      – จ่ายเงินช่วยเหลือไม่เกิน  120,000  บาท
    • บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง
      – จ่ายเงินช่วยเหลือไม่เกิน  50,000  บาท

การแจ้งผลการพิจารณา

          เลขานุการของคณะอนุกรรมการจะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้รับบริการที่ได้รับความเสียหายหรือทายาททราบพร้อมแจ้งสิทธิในการยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน หลังได้รับหนังสือแจ้งผลทางไปรษณีย์ตอบรับ

การอุทธรณ์

          หากผู้รับบริการหรือทายาทที่ยื่นคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการ สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน หลังได้รับแจ้ง โดยวิธีการและสถานที่ยื่นคำร้องเหมือนกับการยื่นคำร้องครั้งแรก โดยสำนักงานสาขาจะนำคำร้องอุทธรณ์และผลการวินิจฉัยครั้งแรกส่งมาที่ สปสช.เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณา

สาระสำคัญของการอุทธรณ์

    1. ชื่อผู้อุทธรณ์
    2. วันที่ทราบผลการวินิจฉัย
    3. เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย
    4. สถานที่ที่สามารถติดต่อผู้ยื่นอุทธรณ์ได้โดยเร็ว

หมายเหตุ  :   ผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สิ้นสุด ผู้รับบริการหรือทายาทจะอุทธรณ์อีกไม่ได้


หน่วยงานที่รับผิดชอบ  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  กระทรวงสาธารณสุข

Scroll Up