เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

กรณีรายใหม่ แบ่งออกเป็น 2 กรณี

  • กรณีที่ 1   ผู้สูงอายุที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว แต่ยังไม่เคยลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2563 จะมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
    ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป (ปีงบประมาณ 2564)
  • กรณีที่ 2   ผู้สูงอายุที่จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ 2564 (คนที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2504) สามารถลงทะเบียนได้เดือนมกราคม – กันยายน 2563 จะมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปีงบประมาณ 2564 โดยจะได้รับเบี้ยยังชีพในเดือนถัดไปจากเดือนที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์

หมายเหตุ : สำหรับกรณีที่ในทะเบียนราษฎรไม่ปรากฎวันที่ เดือนเกิด ให้ถือว่าบุคคลนั้นเกิดในวันที่ 1 มกราคม ของปีนั้น

  • การคํานวณอายุของผู้สูงอายุรายเดิมที่อยู่ในระบบสารสนเทศการจัดการฐานข้อมูลเบี้ยยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้คํานวณตามปีงบประมาณเช่นเดิม (การเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุรายเดิมแบบขั้นบันได 70, 80 , 90 ปี จะเพิ่มตามปีงบประมาณเหมือนเดิมคือเดือนตุลาคม ไม่มีการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในระหว่างปีงบประมาณ )
  • มีสัญชาติไทย 
  • อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ 
  • ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่
    • ผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน
    • ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    • ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้เป็นประจำ
    • ยกเว้นผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548 หรือผู้ที่ได้รับสวัสดิการอื่นตามมติคณะรัฐมนตรี
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน
  • สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมสำเนา กรณีขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุผ่านธนาคาร (รายชื่อธนาคารขึ้นอยู่กับดำเนินการของแต่ละพื้นที่ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง)

เอกสารหลักฐานเพิ่มเติม (กรณีผู้สูงอายุไม่สะดวกดำเนินการด้วยตนเอง)

  • หนังสือมอบอำนาจ(แบบฟอร์มมอบอำนาจขึ้นอยู่กับการดำเนินการของแต่ละพื้นที่ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ
  1. กรุงเทพมหานคร  ยื่นได้ที่สำนักงานเขตที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
  2. ต่างจังหวัด  ยื่นได้ที่สำนักงานเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
  • การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (จ่ายทุกวันที่ 10 ของเดือนหากเดือนใดวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการจะจ่ายในวันทำการก่อนวันหยุดนั้น) จ่ายเป็นรายเดือนแบบขั้นบันได ดังนี้
    • ผู้สูงอายุ 60-69 ปี จะได้รับ 600 บาท
    • ผู้สูงอายุ 70-79 ปี จะได้รับ 700 บาท
    • ผู้สูงอายุ 80-89 ปี จะได้รับ 800 บาท
    • ผู้สูงอายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท
  1. รับเงินสดด้วยตนเอง
  2. รับเงินสดโดยบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีสิทธิ
  3. โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามผู้มีสิทธิ
  4. โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีสิทธิ
  1. ถึงแก่กรรม
  2. ขาดคุณสมบัติ
  3. แจ้งสละสิทธิการขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นลายลักษณ์อักษร
Scroll Up