สิทธิในการหักค่าใช้จ่าย

สิทธิในการหักค่าใช้จ่าย

หลักเกณฑ์และเงื่อนไข

เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 รวมเงินได้ประเภทที่ 2

    • เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 (ค่าจ้าง เงินเดือน เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ โบนัส สวัสดิการหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการจ้างแรงงาน) และ
    • เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 2 (ค่าตำแหน่งงานที่ทำ ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินโบนัส เบี้ยประชุม เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือ จากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว)

เงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน

    • ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดในประกาศอธิบดีฯ (ฉบับที่ 45) ให้คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48(5) แห่งประมวลรัษฎากร เป็น เงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เท่านั้น การคำนวณตามเกณฑ์ในมาตรา 48(5) แห่งประมวลรัษฎากร

เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 3 (ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปี หรือเงินได้ที่มีลักษณะ เป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล)

    • ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากฎหมายยอมให้หักค่า ใช้จ่ายได้เฉพาะเงินได้ที่เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ โดยให้หักเป็นการเหมาได้ร้อยละ 50 ของค่าแห่งลิขสิทธิ์แต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับค่าแห่งกู๊ดวิลล์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปี หรือเงินได้ที่มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจาก พินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล ไม่ยอมให้หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ในกรณีสามีและภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ประเภทนี้ และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ต่างฝ่ายต่างหักค่าใช้จ่ายได้ตามเกณฑ์เดียวกัน

เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 4 (ดอกเบี้ย เงินปันผล เงินส่วนแบ่งกำไร เงินลดทุน เงินเพิ่มทุน ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนหุ้น ฯลฯ เป็นต้น)

    • ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กฎหมายไม่ยอมให้หัก ค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 (เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน เงินหรือประโยชน์อย่างอื่น ที่ได้เนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สิน การผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อนซึ่งผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นโดยไม่ต้องคืนเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้ว)

    • ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายได้ ดังนี้ คือ การให้เช่าทรัพย์สิน ผู้มีเงินได้มีสิทธิเลือกหักค่าใช้จ่ายวิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้
      • ถ้าเป็นบ้าน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ ในกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่า ให้หักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 30 ยกเว้นในกรณีให้เช่าช่วงให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิม หรือผู้ให้ เช่าช่วง แล้วแต่กรณี
      • ที่ดินที่ใช้ในการเกษตรกรรม ในกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่า ให้หักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 20 ในกรณีให้เช่าช่วงให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิม หรือผู้ให้เช่าช่วงแล้วแต่กรณี
      • ที่ดินที่มิได้ใช้ในการเกษตรกรรม ในกรณีที่เจ้าของเป็นผู้ให้เช่าหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 15 ในกรณีให้เช่าช่วงให้หักค่าใช้จ่ายได้เฉพาะค่าเช่าที่เสียให้ แก่ผู้ให้เช่าเดิม หรือผู้ให้เช่าช่วงแล้วแต่กรณี
      • ยานพาหนะ ในกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่าให้หักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 30 ในกรณี ให้เช่าช่วงให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิม หรือผู้ให้เช่าช่วงแล้วแต่กรณี
      • ทรัพย์สินอย่างอื่น ในกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่าให้หักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 10 ในกรณีให้เช่าช่วงให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิม หรือผู้ให้เช่าช่วงแล้วแต่กรณี
    • การผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน กฎหมายยอมให้ผู้มีเงินได้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา ได้ร้อยละ 20 วิธีเดียว การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อน ซึ่งผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นโดยไม่ต้องคืนเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้ว กฎหมายยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 20 วิธีเดียว

เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 6 (เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือวิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หรือวิชาชีพอื่นซึ่งจะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดชนิดไว้)

    • ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กฎหมายยอมให้เลือกหัก ค่าใช้จ่ายวิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้
      • ให้หักตามความจำเป็นและสมควรหรือให้หักเป็นการเหมาดังต่อไปนี้
      • เงินได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ การประกอบโรคศิลป์ ให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 60
      • เงินได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระนอกจาก การประกอบโรคศิลป์ หักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 30

เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 7 (เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระ ในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ)

    • ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กฎหมายยอมให้หักค่า ใช้จ่ายวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้ หักได้ตามความจำเป็นและสมควร หรือหักเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 60

เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 (เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง การขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในประเภทที่ 1 ถึงประเภทที่ 7 แล้ว)

    • ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กฎหมายยอมให้เลือกหัก ค่าใช้จ่ายวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้
    • หักตามความจำเป็นและสมควร หรือหักเป็นการเหมาในอัตราร้อยละตามที่กฎหมายกำหนด
      1. การเก็บค่าต๋งหรือค่าเกมจากการพนัน การแข่งขันหรือการเล่นต่าง ๆ ร้อยละ 60
      2. การถ่าย ล้าง อัด หรือขยายรูป ภาพยนตร์ รวมทั้งขายส่วนประกอบ หักได้ร้อยละ 60
      3. การทำกิจการคานเรือ อู่เรือ หรือซ่อมเรือที่มิใช่ซ่อมเครื่องจักร เครื่องกล หักได้ร้อยละ 60
      4. การทำรองเท้า และเครื่องหนังแท้ หรือหนังเทียม รวมทั้งการขายส่วนประกอบ หักได้ร้อยละ 60
      5. การตัด เย็บ ถัก ปักเสื้อผ้า หรือสิ่งอื่น ๆ รวมทั้งการขายส่วนประกอบ หักได้ร้อยละ 60
      6. การทำ ตกแต่ง หรือซ่อมเครื่องเรือน รวมทั้งการขายส่วนประกอบ หักได้ร้อยละ 60
      7. การทำกิจการโรงแรม หรือภัตตาคาร หรือปรุงอาหารหรือเครื่องดื่มจำหน่าย หักได้ร้อยละ 60
      8. การดัด ตัด แต่งผม หรือตกแต่งร่างกาย หักได้ร้อยละ 60
      9. การทำสบู่ แซมพู หรือเครื่องสำอาง หักได้ร้อยละ 60
      10. การทำวรรณกรรม หักได้ร้อยละ 60
      11. การค้าเครื่องเงิน ทอง นาก เพชรพลอย หรืออัญมณีอื่น ๆ รวมทั้งการขายส่วนประกอบ หักได้ร้อยละ 60
      12. การทำกิจการสถานพยาบาล ตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลเฉพาะ ที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน รวมทั้งการรักษาพยาบาลและการจำหน่ายยา หักได้ร้อยละ 60
      13. การโม่หรือย่อยหิน หักได้ร้อยละ 60
      14. การทำป่าไม้ สวนยาง หรือไม้ยืนต้น หักได้ร้อยละ 60
      15. การขนส่ง หรือรับจ้างด้วยยานพาหนะ หักได้ร้อยละ 60
      16. การทำบล็อกและตรา การรับพิมพ์หรือเย็บสมุด เอกสารรวมทั้งการขายส่วนประกอบ หักได้ร้อยละ 60
      17. การทำเหมืองแร่ หักได้ร้อยละ 60
      18. การทำเครื่องดื่มตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเครื่องดื่ม หักได้ร้อยละ 60
      19. การทำเครื่องกระเบื้อง เครื่องเคลือบ เครื่องซีเมนต์ หรือดินเผา หักได้ร้อยละ 60
      20. การทำหรือจำหน่ายกระแสไฟฟ้า หักได้ร้อยละ 60
      21. การทำน้ำแข็ง หักได้ร้อยละ 60
      22. การทำกาว แป้งเปียก หรือสิ่งที่มีลักษณะเดียวกัน และการทำแป้งชนิดต่าง ๆ ที่มิใช่เครื่องสำอาง หักได้ร้อยละ 60
      23. การทำลูกโป่ง เครื่องแก้ว เครื่องพลาสติก หรือเครื่องยางสำเร็จรูป หักได้ร้อยละ 60
      24. การซักรีด หรือย้อมสี หักได้ร้อยละ 60
      25. การขายของนอกจากที่ระบุไว้ในข้ออื่น ซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต เช่นร้านค้าส่ง ร้านค้าปลีกทั่วไป หรือร้านโชว์ห่วย ร้านเซเว่น,ร้านมินิมาร์ท เป็นต้น หักได้ร้อยละ 60
      26. รางวัลที่เจ้าของม้าได้จากการส่งม้าเข้าแข่ง หักได้ร้อยละ 60
      27. การรับสินไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝาก หรือการได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโดยเด็ดขาดจากการขายฝาก หักได้ร้อยละ 60
      28. การรมยาง การทำยางแผ่น หรือยางอย่างอื่นที่มิใช่ยางสำเร็จรูป หักได้ร้อยละ 60
      29. การฟอกหนัง หักได้ร้อยละ 60
      30. การทำน้ำตาล หรือน้ำเหลืองของน้ำตาล หักได้ร้อยละ 60
      31. การจับสัตว์น้ำ หักได้ร้อยละ 60
      32. การทำกิจการโรงเลื่อย หักได้ร้อยละ 60
      33. การกลั่น หรือหีบน้ำมัน หักได้ร้อยละ 60
      34. การให้เช่าซื้อ สังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะตามมาตรา 40 (5) แห่งประมวลรัษฎากร หักได้ร้อยละ 60
      35. การทำกิจการโรงสีข้าว หักได้ร้อยละ 60
      36. การทำเกษตรกรรมประเภทไม้ล้มลุก และธัญชาติ หักได้ร้อยละ 60
      37. การอบหรือบ่มใบยาสูบ หักได้ร้อยละ 60
      38. การเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด รวมทั้งการขายวัตถุพลอยได้ หักได้ร้อยละ 60
      39. การฆ่าสัตว์จำหน่าย รวมทั้งการขายวัตถุพลอยได้ หักได้ร้อยละ 60
      40. การทำนาเกลือ หักได้ร้อยละ 60
      41. การขายเรือกำปั่นหรือเรือมีระวางตั้งแต่ 6 ตันขึ้นไป หรือกลไฟ หรือเรือยนต์มีระวางตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไป หรือแพ หักได้ร้อยละ 60
      42. การขายที่ดินเงินผ่อนหรือการให้เช่าซื้อที่ดิน หักได้ร้อยละ 60
      43. การแสดงของนักแสดงละคร ภาพยนตร์ วิทยุหรือโทรทัศน์ นักร้อง นักดนตรี นักกีฬาอาชีพ หรือ นักแสดงเพื่อความบันเทิงใด ๆ
        ก  สำหรับเงินได้ส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท หักได้ร้อยละ 60
        ข  สำหรับเงินได้ส่วนที่เกิน 300,000 บาท หักได้รัอยละ 40
        **โดยการหักค่าใช้จ่ายตาม ก และ ข รวมกันต้องไม่เกิน 600,000 บาท

หน่วยงานที่รับผิดชอบ กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง

 

Scroll Up