กระทรวงสาธารณสุข รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 16 กันยายน 2563

กระทรวงสาธารณสุข รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 16 กันยายน 2563

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ประจำวันที่ 16 กันยายน 2563

 



           วันนี้ (16 กันยายน 2563) ที่ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อ 10 ราย ทั้งหมดเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ (อินเดีย 2 ราย, อินโดนีเซีย 2 ราย, พม่า 1 ราย, เอธิโอเปีย 1 ราย, เยเมน 4 ราย) เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้หรือสถานกักตัวทางเลือก มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 1 ราย ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,316 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 95.01 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 116 ราย หรือร้อยละ 3.32 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,490 ราย


สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้เป็นผู้ที่เดินทางมาจาก

 

           อินเดีย 2 ราย เป็นหญิง ไทย อายุ 1 ปี และ 27 ปี (มารดาและบุตร) เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 31 สิงหาคม 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ในจังหวัดชลบุรี พบเชื้อจากการ ได้รับการตรวจหาเชื้อในครั้งที่ 2 วันที่ 12 กันยายน 2563 (วันที่ 12 ของการกักตัว) ผลไม่ชัดเจน จึงตรวจซ้ำในวันที่ 14 กันยายน 2563 ผลพบเชื้อแต่ไม่มีอาการ โดยก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อจากเที่ยวบินเดียวกัน 1 ราย

 

           อินโดนีเชีย 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 37 ปี และ 47 ปี อาชีพพนักงานบริษัท โดยทั้ง 2 ราย เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 3 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ที่กรุงเทพมหานคร พบเชื้อจากการตรวจในวันที่ 14 กันยายน 2563 (วันที่ 11 ของการกักตัว ) ไม่มีอาการ

 

           พม่า 1 ราย เป็นหญิง สัญชาติพม่า อายุ 42 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 9 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานกักตัวทางเลือกที่กรุงเทพมหานคร พบเชื้อจากการตรวจในครั้งแรกวันที่ 13 กันยายน 2563 (วันที่ 4 ของการกักตัว) เคยเข้ารับการตรวจ โควิด 19 3 ครั้ง ผลไม่พบเชื้อ ทั้ง 3 ครั้ง ตรวจครั้งสุดท้ายวันที่ 7 กันยายน 2563 ก่อนเดินทางกลับไทย

 

           เอธิโอเปีย 1 ราย เป็นหญิง สัญชาติเอธิโอเปีย อายุ 19 ปี อาชีพลูกเรือของสายการบินแห่งหนึ่งของเอธิโอเปีย เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 11 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานกักตัวทางเลือกที่จังหวัดสมุทรปราการ พบเชื้อจากการตรวจในครั้งแรกวันที่ 14 กันยายน 2563 (วันที่ 3 ของการกักตัว)ไม่มีอาการ โดยรายนี้ได้เดินทางกลับก่อนทราบผลการตรวจ

 

           เยเมน 4 ราย เป็นชาย อายุ 24 , 25 และ 31 ปี และ หญิงอายุ 26 ปี ทั้งหมดมีสัญชาติไทย เป็นนักศึกษาเดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 11 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ที่กรุงเทพมหานคร พบเชื้อจากการตรวจในครั้งแรกวันที่ 14 กันยายน 2563 (วันที่ 3 ของการกักตัว) ไม่มีอาการ


           นายแพทย์ธนรักษ์ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ของประทศไทยขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ ซึ่งมาตรการของประเทศไทยยังคงให้ผู้เดินทางทุกคนต้องเข้ารับการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วัน และหากพบว่าป่วย จะอยู่ในการดูแลของแพทย์ ไม่น้อยว่า 14 วันเช่นกัน เพื่อความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจว่าเชื้อจะไม่สามารถแพร่สู่ผู้อื่นได้


           จากการศึกษาการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยวิธี PCR พบว่า สามารถตรวจพบสารพันธุกรรมจากทางเดินหายใจส่วนบน ได้ตั้งแต่ 1-2 วันก่อนมีอาการ และสามารถตรวจพบเชื้อในลำคอได้โดยเฉลี่ยประมาณ 17 วัน หลังเริ่มมีอาการ อย่างไรก็ดี การตรวจเจอสารพันธุกรรมด้วยวิธี PCR ไม่สามารถบอกได้ว่าเชื้อยังคงมีชีวิตอยู่ (สามารถแพร่จากผู้ป่วยไปยังผู้อื่นได้) หรือเป็นเชื้อที่ตายแล้ว ส่วนการตรวจหาเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ในกลุ่มคนที่มีอาการน้อยๆ พบว่า มักจะสามารถตรวจพบเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ตั้งแต่ 1-2 วันก่อนเริ่มมีอาการเช่นกัน แต่จะสามารถตรวจพบเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินวันที่ 9 หลังวันที่เริ่มมมีอาการ นั่นคือ ผู้ป่วยที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการน่าจะสามารถแพร่เชื้อได้ประมาณ 10 วันหลังจากที่เริ่มแสดงอาการ และการตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้อโควิด-19 หลังจากวันที่ 10 ไปแล้ว น่าจะเป็นสารพันธุกรรมของเชื้อที่ตายแล้วมากกว่าสารพันธุกรรมของเชื้อที่ยังมีชีวิต


           สำหรับสถานการณ์ของประเทศเมียนมาที่พบการแพร่ระบาดในระลอกที่ 2 อย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบได้เช่นกัน ซึ่งภาครัฐได้วางมาตรการป้องกันในพื้นที่ชายแดนอย่างเต็มที่ มอบให้อำนาจแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการเข้มงวดในผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ ส่วนด้านสาธารณสุขได้สั่งการให้จังหวัดที่มีพื้นที่ชายแดน รวมถึงจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจจับ เฝ้าระวังโรคในกลุ่มแรงงานผิดกฎหมาย โดยให้อาสาสมัครสาธารณสุขประชากรต่างด้าว (อสต.) มีส่วนร่วมสอดส่อง และยังขอความร่วมมือจากภาคเอกชน โรงงาน สถานประกอบการ หอพัก งดรับแรงงานผิดกฎหมายในช่วงนี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่อาจนำเชื้อโควิด 19 มาแพร่สู่ผู้อื่นได้ หากพบความผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่โดยเร็ว


           “สถานการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบันยังถือว่ามีความเสี่ยงอยู่ อาจพบการติดเชื้อและระบาดในประเทศได้อีก การเตรียมความพร้อมอยู่เสมอจึงมีความสำคัญ เราควรใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท ป้องกันตนเอง ครอบครัว ชุมชน อย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นการช่วยทำให้ใช้ชีวิตและเศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ อย่างมั่นคง” นายแพทย์ธนรักษ์กล่าว

 


ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/35148

Scroll Up