โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลัง ปี 2563/64

โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลัง ปี 2563/64

  • ประกันรายได้ที่หัวมันสำปะหลังสด เชื้อแป้ง 25% ในพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ
  • กำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64 ที่กิโลกรัมละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน และต้องไม่ซ้ำแปลง

หลักเกณฑ์

  1. เกษตรกรที่มีสิทธิ์ได้รับเงินส่วนต่างดังกล่าว ต้องขึ้นทะเบียนผู้ปลูกมันสำปะหลังกับกรมส่งเสริมการเกษตร หลังจากปลูกมันสำปะหลังไปแล้ว 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2563 – 31 มี.ค.2564
  2. ต้องเป็นเกษตรกรผู้ผลิตมันสําปะหลังด้วยตนเองและกรรมสิทธิ์เป็นของเกษตรกร
  3. แจ้งระยะเวลาเก็บเกี่ยวกับกรมส่งเสริมการเกษตรนับจากวันที่เพาะปลูกไม่น้อยกว่า 8 เดือน
  4. การกําหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค.2563-30 พ.ย.2564 ประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงทุกวันที่ 1 ของเดือน ระยะเวลา 12 เดือน สำหรับการจ่ายเงินส่วนต่างงวดแรก ครอบคลุมเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและที่แจ้งเพาะปลูก ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2563 ระบุวันคาดว่าเก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 1 ธ.ค.2563 และสําหรับการประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงงวดสุดท้าย ครอบคลุมเกษตรกรที่ระบุวันที่คาดว่าเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564

มาตรการคู่ขนาน 4 โครงการ

  1. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง โดยธ.ก.ส. เป็นผู้ออกสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาการผลิตของเกษตรกร วงเงินสินเชื่อรวม 1,150 ล้านบาท ให้เกษตรกรกู้รายละไม่เกิน 230,000 บาท จำนวน 5,000 ราย ชำระคืนไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันกู้ ดอกเบี้ย 6.50% ต่อปี เกษตรกรผู้กู้จ่ายดอกเบี้ย 3.50% ต่อปี ส่วนที่เหลืออีก 3% ต่อปี รัฐชดเชยให้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 24 เดือน หรือเป็นวงเงิน 69 ล้านบาท
  2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โดย ธ.ก.ส.จะเป็นผู้ออกสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกรฯ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรวบรวมหรือรับซื้อหัวมันสำปะหลังสด มันสำปะหลังเส้น วงเงินสินเชื่อรวม 1,500 ล้านบาท ดอกเบี้ยเงินกู้ 4% ต่อปี โดยสถาบันเกษตรกรจ่ายดอกเบี้ย 1% ต่อปี ส่วนที่เหลืออีก 3% ต่อปี รัฐเป็นผู้ชดเชยให้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน หรือคิดเป็นเงินชดเชยรวม 45 ล้านบาท
  3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต๊อกมันสำปะหลัง เพื่อสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการแปรรูปมันสำปะหลัง (ลานมัน/โรงแป้ง) ที่เข้าร่วมโครงการฯ เก็บสต๊อก เพื่อดูดซับผลผลิตในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก โดยตั้งเป้าหมายวงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท รัฐชดเชยดอกเบี้ย 3% ต่อปี ตามระยะเวลาที่เก็บสต๊อกไว้ตั้งแต่ 60 – 180 วัน คิดเป็นวงเงินอัตราดอกเบี้ยที่รัฐชดเชยรวม 225 ล้านบาท โดยใช้เงินจาก คชก.
  4. มาตรการบริหารจัดการการนำเข้าและส่งออก โดยให้กรมการค้าต่างประเทศกำกับดูแลการส่งออกและนำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง ด้วยการตรวจสอบคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานและลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ที่มา

Scroll Up