กระทรวงสาธารณสุข รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2563

กระทรวงสาธารณสุข รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2563

            กระทรวงสาธารณสุข รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2563



รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2563

            วันนี้ (2 กรกฎาคม 2563) ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี แพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6 ราย เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ คัดกรองที่ด่านสุวรรณภูมิ และเข้ารับการเฝ้าระวังกักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (อินโดนีเซีย 4 ราย, แอฟริกาใต้ 1 ราย, ซูดาน 1 ราย) ไม่มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่ม ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,059 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 93.23 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 62 ราย หรือร้อยละ 1.95 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,179 ราย

ผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ 6 ราย เป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ จำแนกเป็น

– จากอินโดนีเซีย 4 ราย ทั้งหมดเป็นเพศชาย อายุ 21, 37, 43, 62 ปี ถึงไทย วันที่ 24 มิถุนายน 2563 เข้ารับการเฝ้าระวังกักตัวที่สถานที่รัฐจัดให้ในจังหวัดชลบุรี เก็บตัวอย่างส่งตรวจวันที่ 29 มิถุนายน 2563 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ

– จากแอฟริกาใต้ 1 ราย เพศชาย อายุ 20 ปี ถึงไทย วันที่ 28 มิถุนายน 2563 มีอาการ ไอ คัดกรอง ณ ด่านสุวรรณภูมิ เข้าข่าย PUI ส่งตัวเฝ้าระวังอาการที่โรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรปราการ เก็บตัวอย่างส่งตรวจผลพบเชื้อในครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563

– จากซูดาน 1 ราย เป็นเพศชาย อายุ 21 ปี เดินทางถึงไทย วันที่ 24 มิถุนายน 2563 เข้ารับการเฝ้าระวังกักตัวที่สถานที่รัฐจัดให้ในจังหวัดชลบุรี เก็บตัวอย่างส่งตรวจวันที่ 29 มิถุนายน 2563 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ

            สำหรับ นักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงาน ที่มีอายุตั้งแต่อายุ 20-39 ปี เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเมื่อป่วยมักจะไม่แสดงอาการ และต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่นอกบ้าน พบเจอกับคนจำนวนมาก ผนวกกับรัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการในระยะที่  5 ให้สามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติมากขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสที่จะติดเชื้อได้ สอดคล้องกับข้อมูลของกรมควบคุมโรคพบว่าช่วงอายุดังกล่าวติดเชื้อสูงถึงร้อยละ 50 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด การที่ผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการป่วยนับเป็นความเสี่ยงสำคัญซึ่งอาจเป็นผู้นำเชื้อกลับไปติดคนในครอบครัวและผู้ใกล้ชิดได้ ดังนั้นขอให้อย่าประมาท ระมัดระวังและป้องกันตัวเองทุกครั้งที่ออกไปเรียน ทำงาน หรือทำกิจกรรมนอกบ้าน ต้องสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าทุกครั้ง งดการเอามือสัมผัสใบหน้า จมูก ปาก พกแอลกอฮอล์เจลและล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่างระหว่างผู้อื่น 1-2 เมตร หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัด มีคนรวมกันจำนวนมาก รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนส่วนตัว รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง  เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนใกล้ชิด

 


 

ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/33068

Scroll Up