นายกรัฐมนตรี แถลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

นายกรัฐมนตรี แถลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

            นายกรัฐมนตรี แถลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019



            วันนี้ (1 ก.ค.63)  เวลา 09.30 น. พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ต่อสภาผู้แทนราษฎรวงเงินไม่เกิน 3,300,000,000,000 บาท เน้นฟื้นฟูเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ควบคู่ไปกับส่งเสริมการสร้างรายได้ของประชาชนเพื่อกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
 
            นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภาว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือผลักดันแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 แผนการปฏิรูปประเทศ และนโยบายสำคัญของรัฐบาลสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสบผลสำเร็จ เป็นรูปธรรม เกิดผลสัมฤทธิ์และประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยเน้นฟื้นฟูเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ควบคู่ไปกับส่งเสริมการสร้างรายได้ของประชาชนเพื่อกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง  พร้อมย้ำว่า ฐานะการเงินต่างประเทศของไทยอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง  มีเงินสำรองระหว่างประเทศจำนวน 235,708.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3.8 เท่า ของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น โดยเป้าหมายสำคัญของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่ง 
 
            ทั้งนี้ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ครอบคลุม 6 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่

            ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านความมั่นคง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ  รักษาความสงบภายในประเทศ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์  ป้องกัน ปราบปรามและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด พัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศ เตรียมพร้อมระบบบริหารจัดการภัยพิบัติ เป็นต้น

            ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ การพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์  พัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออก เขตเศรษฐกิจพิเศษ  การท่องเที่ยว พัฒนาผู้ประกอบการ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสู่สากล การพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต  การพัฒนาพื้นที่ระดับภาค สร้างมูลค่าการเกษตร  ความมั่นคงทางพลังงาน พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล พัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เป็นต้น

            ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์  เพื่อเสริมสร้างให้คนมีสุขภาวะที่ดี   พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต พัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้  เสริมสร้างศักยภาพการกีฬา เป็นต้น 

            ยุทธศาสตร์ที่ 4 : ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม  เสริมสร้างพลังทางสังคม กระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย พัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก  สร้างหลักประกันทางสังคม  สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา

            ยุทธศาสตร์ที่ 5 : ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยแผนงานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ  การจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ  การจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

            ยุทธศาสตร์ที่ 6 : ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ  มีแผนงานทั้งการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ รัฐบาลดิจิทัล พัฒนาบริการประชาชนและการพัฒนาประสิทธิภาพภาครัฐ   พัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สนับสนุนด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เป็นต้น

            นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมายสำหรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และรายจ่ายงบกลางเพื่อสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการป้องกันหรือแก้ไขสถานการณ์อันกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ การเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรงและภารกิจที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐ รวมทั้งบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตลอดจนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรวมทั้งการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ นายกรัฐมนตรีย้ำรัฐบาลจะใช้จ่ายงบประมาณอย่างรอบครอบและกรอบระเบียบกฎหมาย เพื่อให้เกิดเสถียรภาพทางการคลังและการเงินรวมทั้งการรักษาวินัยทางการคลังด้วย

 


 

ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/33005

Scroll Up