กระทรวงสาธารณสุข ประเมินความพร้อมโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 3.3 หมื่นแห่ง ตั้งจิตอาสา “ผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน”

กระทรวงสาธารณสุข ประเมินความพร้อมโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 3.3 หมื่นแห่ง ตั้งจิตอาสา “ผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน”

          กระทรวงสาธารณสุข ประเมินความพร้อมโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 3.3 หมื่นแห่ง พร้อมเปิดเรียนวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 นี้ อย่างปลอดภัย พร้อมตั้งจิตอาสา “ผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน” จังหวัดละ 2 คน ร่วมเกาะติดเฝ้าระวังจุดเสี่ยงโควิด 19 ในโรงเรียน พร้อมประเมินและรายงานผลให้ สธ. – ศธ. รับทราบ



          วันนี้ (30 มิถุนายน 2563)  ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม และผู้อำนวยการโรงเรียนพิบูลเวศม์ แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมโรงเรียนก่อนเปิดเทอม โดยแพทย์หญิงพรรณพิมลกล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีว่าโรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสังกัดหน่วยงานอื่นได้ร่วมประเมินตนเองของสถานศึกษาผ่านระบบ Thai Stop COVID เพื่อสำรวจความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมประเมินทั้งหมด 33,637 แห่งจาก 38,450 แห่ง โดยเป็นโรงเรียนสังกัด สพฐ. 28,836 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 85.7 ของโรงเรียนทั้งหมด ซึ่งผ่านเกณฑ์ประเมินครบทุกข้อ (44 ข้อ) ร้อยละ 94.19 และโรงเรียนในสังกัดอื่นส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์การประเมินตนเอง มีความพร้อมที่จะเปิดการเรียนการสอนในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

          การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา (Reopening) ได้เน้นย้ำใน 6 แนวทางสำคัญ ประกอบด้วย

1. คัดกรองอาการเสี่ยงและวัดไข้

2. สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ในโรงเรียน

3. จัดจุดล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลให้เพียงพอ

4. จัดให้มีการเว้นระยะห่าง

5. หมั่นทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส

6. ลดแออัด ไม่จัดกิจกรรมที่ต้องสัมผัสร่วมกัน นอกจากนี้แต่ละโรงเรียนจะมีการเตรียมพื้นที่สำหรับรองรับเด็กที่มีอาการเสี่ยงหรือมีไข้สูง พร้อมมีแนวทางการประสานส่งตัวรักษาและแจ้งผู้ปกครองทราบ และหากพบว่ามีนักเรียนป่วยหรือไม่สบายเป็นกลุ่มตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จะดำเนินการสอบสวนโรค หากพบว่ามีการติดเชื้อโควิด 19 จะมีมาตรการปิดโรงเรียนเพื่อควบคุมโรคตามลำดับต่อไป

          “กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข มีกลไกการประเมินและติดตามในแต่ละโรงเรียนตามพื้นที่เขตการศึกษา และมีผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียนซึ่งเป็นจิตอาสาเข้ามาร่วมติดตามการปฏิบัติตามมาตรการและให้คำปรึกษาด้านต่างๆ จังหวัดละ 2 คน ซึ่งจะรายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องกลับมายังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้การดำเนินงานควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดและมีความปลอดภัยอย่างสูงสุด” อธิบดีกรมอนามัยกล่าว

          ด้าน ดร.พีรานุช ไชยพิเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศม์ กล่าวว่า สำหรับโรงเรียนที่ดูแลนักเรียนวัยเด็กเล็ก จะเน้นการเรียนการสอนแบบผสมผสานทั้งในโรงเรียนและออนไลน์ เน้นการเว้นระยะห่างเพื่อลดการสัมผัสใกล้ชิดในทุกกิจกรรม ทั้งการเรียน เล่น รับประทานอาหาร และนอนกลางวัน เป็นต้น รวมทั้งเน้นย้ำเรื่องการสอนการล้างมืออย่างถูกสุขลักษณะ 7 ขั้นตอน เพื่อให้เด็กเล็กได้ปฏิบัติตาม ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และโรงเรียนได้ผ่านการประเมินตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดแล้ว

          ส่วน ดร.จรุญ จารุสาร ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม จ.นนทบุรี กล่าวว่า โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษมีนักเรียนเป็นจำนวนมาก ก่อนเปิดภาคเรียนทางโรงเรียนผ่านการประเมินทั้ง 44 ข้อแล้ว ได้จัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน และยึดแนวทาง 6 มาตรการป้องกันตั้งแต่การเข้าโรงเรียนจนถึงนักเรียนกลับบ้าน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด รวมทั้งจัดให้มีครูหรือบุคลากรเป็นเวรตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการภายในโรงเรียนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้นักเรียนทุกคนมีความปลอดภัยอย่างสูงสุดเช่นกัน

 


 

ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/32949

Scroll Up