การขอรับบุตรบุญธรรมของชาวต่างประเทศ Print
Written by contentweb   
Saturday, 24 December 2011 13:27

วัตถุประสงค์

  • เพื่อจัดหาครอบครัวทดแทนถาวรให้กับเด็กที่ถูกทอดทิ้ง และเด็กจากครอบครัวที่แท้จริงของเด็ก ซึ่งบิดามารดาที่แท้จริงไม่สามารถให้การอุปการะเลี้ยงดูบุตรของตนเองได้

คุณสมบัติของผู้ขอรับอุปการะเด็ก

  • ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ และต้องมีอายุมากกว่าเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี
  • จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมายของประเทศที่ผู้ขอรับเด็กมีภูมิลำเนาอยู่ ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย
  • กรณีที่ผู้ขอรับเด็กยื่นคำขอในประเทศไทยจะต้องมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีระยะเวลาสำหรับการทดลองเลี้ยงดูไม่น้อยกว่า 6 เดือน (ในกรณีที่ต้องมีการเลี้ยงดู)
  • ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่มีบุตรอยู่ในความอุปการะ 3 คน ขึ้นไป จะมีการพิจารณาคุณสมบัติก่อน
  • ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมต้องไม่เป็นผู้ต้องห้ามเป็นผู้ปกครองเด็กตามมาตรา 1587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1587 บุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้วอาจถูกตั้งเป็นผู้ปกครองได้ เว้นแต่

- ผู้ซึ่งศาลสั่งว่าเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

- ผู้ซึ่งเป็นบุคคลล้มละลาย

- ผู้ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะปกครองผู้เยาว์หรือทรัพย์สินของผู้เยาว์

- ผู้ซึ่งมีหรือเคยมีคดีในศาลกับผู้เยาว์ ผู้บุพการีหรือพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดากับผู้เยาว์

- ผู้ซึ่งบิดาหรือมารดาที่ตายได้ทำหนังสือระบุชื่อห้ามไว้มิให้เป็นผู้ปกครอง

  • กรณีผู้ขอรับเด็กกำพร้า ผู้ขอรับเด็กควรมีคู่สมรสตามกฎหมายเพื่อเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ เด็กมีทั้งบิดามารดาและไม่ควรมีอายุห่างจากเด็กมากเกินไป

คุณสมบัติของเด็ก

  • เด็กชาย-หญิง อายุตั้งแต่แรกเกิดแต่ไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์
สถานที่ให้บริการ
  • ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
  • สถานเอกอัครราชทูต / สถานกงสุลไทย
  • สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทุกจังหวัด

เอกสาร / หลักฐานประกอบการขอรับบริการ

  • เอกสารของผู้ขอรับเด็กที่จะต้องยื่นคำร้อง

- แบบคำร้องขอบุตรบุญธรรม แบบคำร้องขอบุตรบุญธรรม แบบ บธ.5 (Application for Child Adoption)

- รายงานการศึกษาเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่และครอบครัวของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

- เอกสารรับรองว่าจะทำการติดตามผลการทดลองเลี้ยงดูเด็กและส่งรายงานผลการทดลองเลี้ยงดูเด็กให้อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการทราบทุกระยะเวลา 2 เดือน เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน

- เอกสารซึ่งรับรองว่าผู้นั้นรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมายของประเทศนั้น

- เอกสารซึ่งรับรองว่า การนำเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรมเข้าประเทศสามารถกระทำได้ตามกฎหมายของประเทศนั้น

- สำเนาหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง สำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือใบสำคัญถิ่นที่อยู่

- สำเนาทะเบียนสมรส และสำเนาทะเบียนหย่า และข้อบันทึกตกลงการหย่า (ถ้ามี)

- ใบรับรองแพทย์ซึ่งแสดงว่ามีร่างกายและจิตใจสมบูรณ์

- เอกสารรับรองการทำงานและรายได้

- เอกสารรับรองการเงินย้อนหลังไม่เกิน 6 เดือน

- เอกสารรับรองทรัพย์สิน

- รูปถ่ายผู้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม และคู่สมรส บุตรในครอบครัว (ถ้ามี) ขนาด 4.5X6 ซม. ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน จำนวนคนละ 4 รูป และรูปถ่ายสภาพบ้านพักอาศัยของผู้ขอรับเด็ก

- หนังสือแสดงความยินยอมของคู่สมรส หรือคำสั่งอนุญาตของศาลแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรส

- สำเนาอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว (ในกรณีมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย)

- เอกสารรับรองความประพฤติและความเหมาะสมทั่วไปของผู้ขอฯจากผู้ที่เชื่อถือได้อย่างน้อย 2 คน

- เอกสารรับรองไม่มีประวัติอาชญากรรม ทั้งจากประเทศผู้ขอมีภูมิลำเนา และจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในกรณีที่ผู้ขอรับเด็กมีถิ่นที่พำนักอยู่ในประเทศไทย

- กรณีติดต่อผ่านองค์การสวัสดิภาพเด็กเอกชนในประเทศนั้นๆจะต้องมีสำเนาใบอนุญาตขององค์การและหนังสือจากหน่วยงานรัฐบาล ซึ่งรับรององค์การนั้นๆ

- เอกสารรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรับรองว่าเมื่อขั้นตอนการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ขอรับเด็กจะดำเนินการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายไทยและกฎหมายของประเทศผู้ขอ

- เอกสารยืนยันการตอบรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมในกรณีขอรับเด็กในความอุปการะของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และเด็กในความอุปการะขององค์การสวัสดิภาพเด็ก 4 แห่งในประเทศไทย

- สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล (ถ้ามี) ในกรณีที่ผู้ขอรับเด็กฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถือสัญชาติไทย และมีคู่สมรสเป็นคนต่างประเทศ

- กรณีที่ผู้ขอรับเด็กมีถิ่นที่อยู่ในประเทศอื่น (ที่มิใช่ประเทศที่ตนมีภูมิลำเนา ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย ต้องอาศัยอยู่และมีระยะเวลาสำหรับทดลองเลี้ยงดูในประเทศ ที่มีถิ่นที่อยู่นั้นไม่น้อยกว่า 6 เดือน และจะต้องมีเอกสารหรือหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ของผู้ขอรับเด็กประกอบการพิจารณาด้วย (เอกสารตั้งแต่หมายเลข 4-13 จะต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศที่ผู้รับเด็กมีภูมิลำเนาอยู่)

  • เอกสารของเด็กและบิดามารดาเด็ก ในกรณีขอรับเด็กที่มีบิดามารดายินยอมให้ / เด็กที่มีคำสั่งศาลแทนการให้ความยินยอมของบิดามารดา

- สำเนาสูติบัตร สำเนาทะเบียนบ้าน และรูปถ่ายของเด็กจำนวน 1 รูป

- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือแสดงความยินยอมของเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรมในกรณีที่เด็กมีอายุเกิน 15 ปีขึ้นไป

- สำเนาทะเบียนสมรส บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรข้าราชการ ทะเบียนบ้านของบิดามารดาของเด็ก และรูปถ่ายของบิดามารดา คนละ 1 รูป

- หนังสือแสดงความยินยอมของบิดามารดาเด็กโดยพฤตินัย ซึ่งต้องลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หรือเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด

- สำเนาหนังสือสำคัญการหย่า และบันทึกข้อตกลงการหย่าของบิดามารดาเด็ก ซึ่งระบุผู้ใช้อำนาจปกครองเด็ก หรือคำสั่งศาลให้ความยินยอมแทนบิดามารดาเด็กแล้วแต่กรณี

- สำเนาใบมรณบัตรของบิดามารดาเด็ก (ถ้ามี)

- ในกรณีที่บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันไม่สามารถติดตามบิดามาให้ความยินยอมได้ มารดาเด็กจะต้องให้บันทึกปากคำกับเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หรือเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดที่มารดาเด็กมีภูมิลำเนา เพื่อรับรองว่าบิดามารดาเด็กที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน บิดาเด็กไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร ติดตามบิดาเด็กมาให้ความเห็นชอบได้หรือไม่ และเคยมีคำพิพากษาให้ผู้ใดเป็นบิดาเด็กหรือไม่

- รายงานการศึกษาประวัติเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรมจัดทำโดยศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุลของเด็กหรือบิดามารดาของเด็ก (ถ้ามี)

ขั้นตอนการจัดบริการและระยะเวลา
  • กรณีขอรับเด็กในความอุปการะของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (455 วันทำการ)
  • กรณีขอรับเด็กในความอุปการะขององค์การสวัสดิภาพเด็ก 4  แห่ง (403-463 วันทำการ)
  • กรณีขอรับเด็กที่บิดามารดาให้ความยินยอม / ศาลมีคำสั่งให้ความยินยอมแทนบิดามารดา
  • กรณีต้องทดลองเลี้ยงดู (469-544 วันทำการ)
  • กรณียกเว้นการทดลองเลี้ยงดู (169-244 วันทำการ)
  • รับเรื่อง / ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน / จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็น
  • สอบข้อเท็จจริง / เยี่ยมบ้าน
  • ขออนุมัติคุณสมบัติและขออนุมัติทดลองเลี้ยงดู
  • แจ้งให้ผู้ขอรับเด็กมาประเทศไทย และพบคณะกรรมการ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม
  • ติดตามรายงานผลการทดลองเลี้ยงดู
  • เสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการอนุมัติรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
  • แจ้งผู้ขอรับเด็ก
  • ประสานกระทรวงการต่างประเทศเพื่อการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม

สิทธิประโยชน์

  • เด็กได้มีโอกาสเจริญเติบโตในบรรยากาศของครอบครัว ได้รับความรักความอบอุ่นเสมือนครอบครัวที่แท้จริง
  • เด็กได้รับการพัฒนาศักยภาพทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา
  • เด็กได้มีโอกาสทางการศึกษาตามความสามารถ
  • เป็นการเปิดโอกาสให้ครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมและแบ่งเบาภาระของรัฐบาลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็ก
  • เด็กมีผู้ปกครองตามกฎหมาย
  • เด็กมีสิทธิในมรดก / ทรัพย์สินเทียบเท่าบุตรที่แท้จริง


หน่วยงานที่รับผิดชอบ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ที่มา www.dsdw.go.th

Last Update : 2019-03-07

Last Updated on Thursday, 07 March 2019 13:11