การขึ้นทะเบียนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2557/58 Print
Written by GCC AdminZ   
Friday, 24 April 2015 11:14

1. กรอบระยะเวลาการดำเนินการ และการขึ้นทะเบียนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58

การดำเนินงาน

ทุกภาค ยกเว้นภาคใต้

ภาคใต้

การปลูก 1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม 2557 16 มิถุนายน 2557-28 กุมภาพันธ์ 2558
การแจ้งปรับปรุงข้อมูลและ ขอขึ้นทะเบียน 1 กรกฏาคม – 15 พฤศจิกายน 2557 1 กรกฏาคม 2557-15 มีนาคม 2558
การตรวจสอบข้อมูล 4 กรกฏาคม – 30 พฤศจิกายน 2557 4 กรกฏาคม 2557-31 มีนาคม 2558
การออกใบรับรองเกษตรกร 4 กรกฏาคม – 30 พฤศจิกายน 2557 4 กรกฏาคม 2557-31 มีนาคม 2558
การตรวจ ติดตามการเพาะปลูกข้าว 7 กรกฏาคม – 30 พฤศจิกายน 2557 7 กรกฏาคม 2557-31 มีนาคม 2558


2. ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58

ขั้นเตรียมการก่อนการขึ้นทะเบียน

  1. ประชาสัมพันธ์ ดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกษตรกรรับทราบขั้นตอน และการเตรียมหลักฐานประกอบการยื่นขอขึ้นทะเบียนให้ครบถ้วน โดยการ
    • จัดทำป้ายไวนิลขนาดใหญ่เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรมาแจ้งขึ้นทะเบียน ณ สำนักงานเกษตรอาเภอหรือจุดรับขึ้นทะเบียนอื่น เช่น สำนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    • จัดทำจดหมายข่าว แจกในการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้นำไปเผยแพร่ทางหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน
  2. การแต่งตั้งคณะกรรมการต่างๆ
    • ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 ระดับจังหวัด (ภาคผนวกที่ 1) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้
      • รวบรวมข้อมูล ติดตามความก้าวหน้า และประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ เพื่อให้การขึ้นทะเบียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง
      • แก้ไขปัญหาและอุปสรรค เพื่อให้การดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเป็นไปตามแผน
      • สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกระดับ เพื่อให้การขึ้นทะเบียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง และตามระยะเวลาในการเข้าร่วมโครงการของรัฐ
    • นายอำเภอแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 ระดับหมู่บ้าน (ภาคผนวกที่ 2) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้
      • ตรวจสอบข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวของเกษตรกร ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในคู่มือการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58
      • ตรวจสอบพื้นที่จริง ทุกแปลงที่เกษตรกรมาแจ้งขึ้นทะเบียนแปลงใหม่ หรือเกษตรกรรายใหม่ หรือ กรณีรายที่ถูกคัดค้านภายหลังจากการปิดประกาศรายชื่อแล้ว
      • แก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวของเกษตรกร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตามความเป็นจริง - รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบตำบล ในกรณีที่พบการแจ้งขึ้นทะเบียนไม่ตรงกับความเป็นจริง
      • ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่สำนักงานเกษตรอำเภอมอบหมาย
  3. ให้สำนักงานเกษตรอำเภอ/จังหวัด จัดทำแผนปฏิบัติงานในการรับขึ้นทะเบียน การออกใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และการตรวจติดตามพื้นที่จริง ปิดประกาศ เพื่อให้เกษตรกรทราบแผนการปฏิบัติงานภายใต้กรอบแผนปฏิบัติงาน(ภาคผนวกที่ 3) พร้อมทั้งหลักฐานเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียน ตลอดจนบทลงโทษหากเกษตรกรแจ้งข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงอย่างทั่วถึง
  4. เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ ชี้แจง ทาความเข้าใจหลักเกณฑ์และขั้นตอนการขึ้นทะเบียนแก่เจ้าหน้าที่ คณะกรรมการตรวจสอบฯ ระดับหมู่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การปฏิบัติงานการขึ้นทะเบียนได้อย่างถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

การรับแจ้งข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกร

  • เจ้าหน้าที่ผู้รับขึ้นทะเบียน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรของสำนักงานเกษตรอำเภอที่รับผิดชอบพื้นที่ หรือเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • สำนักงานเกษตรอำเภอ จัดทำประกาศอำเภอ เรื่องขอให้เกษตรกรมาแสดงตนและยืนยันข้อมูล การปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 ( ภาคผนวกที่ 5 ) พร้อมแจ้งกำหนดการวันนัดหมายการลงชื่อยืนยัน หรือการปรับปรุงข้อมูลการขึ้นทะเบียน ข้อมูลพื้นที่ปลูก พันธุ์ข้าว วันเพาะปลูก วันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว
  • เจ้าหน้าที่จะต้องชี้แจงหลักเกณฑ์ เงื่อนไข การแจ้งขอขึ้นทะเบียน การเปลี่ยนแปลงข้อมูลการปลูกข้าวให้เป็นปัจจุบัน และควรแจ้งให้เกษตรกรทราบ ถึงความผิดและบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ในกรณีแจ้งข้อมูลเป็นเท็จ
  • สถานที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58
    - สำนักงานเกษตรอำเภอที่เป็นที่ตั้งของแปลงปลูก หรือ
    - ที่ทำการสำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ
    - สถานที่ที่สำนักงานเกษตรอำเภอนัดหมาย

ขั้นตอนการขึ้นทะเบียน

     >> เกษตรกรรายเดิม

เคยแจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในปีที่ผ่านมา มาแจ้งปรับปรุงข้อมูลการปลูกให้ถูกต้องในรอบปีที่ประกาศขึ้นทะเบียน ดังนี้

     การแจ้งขึ้นทะเบียนออนไลน์ ณ จุดบริการรับแจ้งขึ้นทะเบียนที่ประกาศไว้

  • เกษตรกรผู้แจ้งขึ้นทะเบียนยื่นบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อแสดงตนในการยืนยันขอแก้ไขข้อมูล
  • เจ้าหน้าที่ บันทึกเลขบัตรประชาชน เรียกข้อมูลเดิมที่มีอยู่ในฐานข้อมูลมาให้เกษตรกรตรวจสอบ และแก้ไขตัวเลขใหม่ แล้วถึงบันทึกจัดเก็บเข้าสู่ฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58
  • กรณีเกษตรกรมีพื้นที่หลายแปลง หลายพื้นที่นอกเขตตำบล โปรแกรมจะดึงข้อมูลเดิมของเกษตรกรขึ้นมาทุกแปลง ให้สามารถแจ้งปรับปรุงข้อมูลการปลูกได้ทุกแปลง(แม้บางแปลงจะอยู่ในพื้นที่อื่น)

     การใช้แบบยืนยันข้อมูล กรณีบางพื้นที่ไม่สะดวกในการบันทึกข้อมูลออนไลน์ เนื่องจากการสื่อสารไม่สะดวกและมีเกษตรกรประสงค์จะแจ้งข้อมูลขึ้นทะเบียนจานวนมาก

  • สั่งพิมพ์แบบยืนยันข้อมูล จากโปรแกรมที่จัดทำไว้ให้ ( ตัวอย่างในภาคผนวกที่ 6 )
  • ให้เกษตรกรตรวจสอบข้อมูลในแบบยืนยันการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 หากมีการเปลี่ยนแปลง ต้องการแก้ไข เพิ่ม/ลด เนื้อที่ ชนิดพันธุ์ ให้ขีดฆ่าข้อความเก่าแล้วลงข้อมูลใหม่ให้ตรงกับการผลิตของเกษตรกรที่แท้จริง ระบุวันที่ปลูกและวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว จากนั้นให้เกษตรกรลงชื่อกำกับทุกจุดที่มีการแก้ไข พร้อมทั้งลงลายมือชื่อรับรอง
  • ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับขึ้นทะเบียน ลงนามรับรองในท้ายแบบยืนยันการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 ทุกหน้า
  • เจ้าหน้าที่ นำข้อมูลที่ปรับปรุงแก้ไขในแบบยืนยัน มาบันทึกจัดเก็บเข้าสู่ฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58
  • การเรียกเก็บเอกสารเกษตรกรรายเดิม
    - กรณีแปลงเดิม (พื้นที่เดิม)ที่เคยขึ้นทะเบียนในปีที่ผ่านมา และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือครองหรือแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หากมีสำเนากรรมสิทธิ์ในที่ดินจากที่เคยขึ้นทะเบียนไว้เดิม ไม่ต้องเรียกเก็บสำเนาหลักฐานอีก แต่หากไม่มีสำเนาหลักฐานเอกสารสิทธิ์ดังกล่าวให้เรียกเก็บสาเนาไว้เป็นหลักฐาน
    - กรณีแปลงใหม่ (เพิ่มพื้นที่ปลูก)ให้เกษตรกร กรอกแบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายแปลง(ทบก) โดยต้องตรวจเอกสารกรรมสิทธิ์ตัวจริงและสำเนาให้ถูกต้องตรงกัน พร้อมทั้งเรียกเก็บสำเนาเอกสารกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
    - พื้นที่เช่า หรือเช่าได้เฉพาะในกรณีที่เป็นพื้นที่ที่ทางราชการออกเอกสารสิทธิ์ให้ ต้องเรียกตรวจสัญญาเช่า สำเนาเอกสารสิทธิ์ (ของผู้ให้เช่า) ให้รัดกุม ตรวจดูจำนวนพื้นที่เช่าและระยะเวลาการเช่า การเช่าทาประโยชน์ การลงลายมือชื่อ ผู้เช่า ผู้ให้เช่า และพยานให้รอบคอบ ให้เจ้าหน้าที่เรียกเก็บสำเนาสัญญาเช่าเป็นเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียน
    - เกษตรกรรายเดิมในพื้นที่เช่าเดิม และยังเช่าอยู่ แต่ไม่มีสัญญาเช่า จะต้องแนบหนังสือรับรองว่าได้เช่าที่ดินปลูกพืชที่ขึ้นทะเบียนตามพื้นที่และระยะเวลาที่แจ้งขึ้นทะเบียนจริง จากกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน
    - ภาพถ่ายแปลงปลูกให้อยู่ในดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้รับขึ้นทะเบียน การเรียกเก็บภาพถ่ายแปลงปลูก เป็นการยืนยันว่าเกษตรกรได้ทาการปลูกข้าวในฤดูนั้นจริง โดยให้เกษตรกร ระบุวันเดือนปี ที่ถ่ายภาพ ระบุแปลง หลังภาพถ่ายที่มายื่น พร้อมลงลายมือชื่อกำกับ เพื่อรับรองข้อมูลที่แจ้งในภาพถ่ายดังกล่าว

     >> เกษตรกรรายใหม่

เกษตรกรดำเนินการขอขึ้นทะเบียน โดยดำเนินการกรอกข้อมูลตามแบบ คำร้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายแปลง ซึ่งมี 2 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อ ที่อยู่ สมาชิกในครัวเรือน เป็นต้น และข้อมูลกิจกรรมการเกษตรรายแปลง ที่ทาการเพาะปลูกอยู่ในปี 2557 (ภาคผนวกที่ 7)

  • กรณีปลูกข้าวหลายพันธุ์ ให้แยกขึ้นทะเบียนเป็นแปลงๆ แยกตามชนิดพันธุ์
  • กรณีที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวข้าวที่ขึ้นทะเบียนในแปลงไม่พร้อมกัน ให้แยกขึ้นตามระยะ เวลาการปลูกและการเก็บเกี่ยว
  • กรณีมีเอกสารสิทธิ์หลายฉบับ ให้ขึ้นทะเบียนเป็นแปลงๆตามชนิดพืชที่เพาะปลูก เลขที่เอกสารสิทธิ์ และระยะเวลาการปลูกการเก็บเกี่ยวพร้อมกันเป็นแปลงๆไป ทั้งนี้ในพื้นที่รวมต้องไม่เกินพื้นที่ที่ระบุในเอกสารสิทธิ์

     หลักฐานเอกสาร ประกอบการขึ้นทะเบียน

  • บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง และสำเนา)
  • ทะเบียนบ้าน (ฉบับจริง และสำเนา)
  • ใบมอบอำนาจให้ขึ้นทะเบียนแทนกรณีไม่สามารถมาขึ้นทะเบียนด้วยตนเอง
  • เอกสารสิทธิ์การใช้ที่ดิน (ฉบับจริง และสำเนา)
  • และหรือภาพถ่ายแปลงปลูกให้อยู่ในดุลยพินิจของ เจ้าหน้าที่ผู้รับขึ้นทะเบียน
  • สัญญาเช่า (ฉบับจริง และ สำเนา)
  • กรณีเช่าไม่มีสัญญา ใช้หนังสือรับรองการเช่าจากกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน
  • หนังสืออนุญาตจากหน่วยงานให้เช่าทาประโยชน์ในพื้นที่
  • ในกรณีที่เกษตรกรทำการเพาะปลูกในพื้นที่ที่ทางราชการยังมิได้ออกเอกสารให้เกษตรกรถือเป็นเจ้าของ เช่น พื้นที่ทหาร พื้นที่รอบเขื่อน อ่างเก็บน้ำ สาธารณประโยชน์ในเขตเทศบาล สุขาภิบาล ตำบล หมู่บ้าน ฯลฯ

ขั้นตอนการตรวจสอบ

     ผู้ดำเนินการตรวจสอบ

  • นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบตำบล
    เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการตรวจสอบข้อมูลผลการแจ้งขึ้นทะเบียนเบื้องต้น โดยใช้ระบบโปรแกรมสารสนเทศช่วยในการตรวจสอบ ร่วมกับข้อมูลพื้นฐานอื่นๆของหมู่บ้าน
    • จัดพิมพ์รายชื่อเกษตรกรที่มาแจ้งขึ้นทะเบียนออกไปติดประกาศ ไม่เกิน 3 วัน
    • ภายหลังการติดประกาศแล้ว นารายชื่อเกษตรกรในกลุ่มรายเดิมแปลงใหม่ รายใหม่ และผู้ถูกคัดค้านจากชุมชน ส่งมอบให้คณะกรรมการตรวจสอบฯระดับหมู่บ้านไปตรวจพื้นที่จริงต่อไป
    • จัดประชุมร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบฯระดับหมู่บ้าน ภายหลังการตรวจพื้นที่จริงแล้ว เพื่อสรุปผลการดาเนินงาน และจัดทารายชื่อเกษตรกรที่ผ่านการตรวจและไม่ผ่านการตรวจ (ตัวอย่างรายงานในภาคผนวกที่ 8 )
  • คณะกรรมการตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 ระดับหมู่บ้าน ซึ่งประกอบด้วย
    • ผู้ใหญ่บ้าน ประธานคณะทำงาน
    • ผู้ทรงคุณวุฒิในหมู่บ้าน คณะทำงาน
  • อาสาสมัครเกษตกร(อกม) คณะทำงานและเลขานุการ มีหน้าที่
    • ตรวจสอบรายชื่อเกษตรกรที่มาแจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกร จำนวนแปลงที่มีปลูกในพื้นที่ของหมู่บ้าน ชนิดพันธุ์ วันที่ปลูกและวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว
    • สรุปผลการติดประกาศและนารายชื่อเกษตรกรที่มีผู้คัดค้าน รายงานต่อนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบตำบล
    • ดำเนินการตรวจพื้นที่จริงทุกราย ที่มาแจ้งขอขึ้นทะเบียนใหม่ไว้ หรือมีการเพิ่มแปลงใหม่ และผู้ที่มีรายชื่อถูกคัดค้าน ให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน

วิธีการตรวจสอบ

  1. การตรวจสอบเอกสาร
    • ตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการขอขึ้นทะเบียน เช่น เอกสารแสดงตน เอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดินของเกษตรกร การตรวจสอบเอกสารนอกจากการตรวจความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารสิทธิ์ในที่ดินที่มาขึ้นทะเบียนแล้วต้องตรวจสอบความสัมพันธ์ของจำนวนพื้นที่ที่ทาการเกษตรที่เคยแจ้งขึ้นทะเบียนไว้
    • กรณีพื้นที่เช่า เกษตรกรผู้เช่าต้องระบุ ชื่อ-สกุล ของผู้ให้เช่า และวิธีการติดต่อเจ้าของที่ดินเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบความมีอยู่จริงและสิทธิ์การเช่าที่ดินดังกล่าวได้
  2. ระบบโปรแกรมตรวจสอบความถูกต้อง
    • ใช้ข้อมูลสารสนเทศเปรียบเทียบกับฐานทะเบียนเดิม ตรวจสอบกับประวัติการปลูกข้าวที่เคยขึ้นทะเบียนไว้กับฐานข้อมูลกรมส่งเสริมการเกษตร ฐานข้อมูลการถือครองที่ดิน ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของเอกสารสิทธิ์ที่มาขอขึ้นทะเบียน และตรวจสอบกับข้อมูลแปลงปลูกข้าวในแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม(ถ้ามี)
  3. การตรวจสอบทางสังคม โดยการปิดประกาศรายชื่อผู้มาแจ้งขึ้นทะเบียน
    • เมื่อระบบโปรแกรมตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ให้จัดพิมพ์ข้อมูลของเกษตรกรไปติดประกาศในหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อการยืนยันหรือคัดค้าน เป็นเวลา 3 วัน
    • ระยะห่างของการนารายชื่อออกไปปิดประกาศ ให้อยู่ในดุลพินิจของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบตำบล
    • อย่างไรก็ตามแนะนำให้นำรายชื่อไปปิดประกาศสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เช่นจัดพิมพ์รายชื่อเกษตรกรผู้มาแจ้งขึ้นทะเบียนทุกเย็นวันจันทร์ นาไปปิดประกาศเช้าวันอังคาร วันศุกร์ให้คณะกรรมการตรวจสอบฯระดับหมู่บ้านนากลับมาให้แล้วจัดประชุมสรุปผลการปิดประกาศ จัดทำรายชื่อเกษตรกรที่จะต้องตรวจพื้นที่จริงให้คณะกรรมการตรวจสอบฯระดับหมู่บ้านนากลับไปตรวจสอบในพื้นที่ต่อไป
  4. การตรวจสอบพื้นที่จริง
    • ในกรณีเกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิมแต่มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ หรือเป็นเกษตรกรรายเดิมพื้นที่เดิม แต่ถูกคัดค้านภายหลังการปิดประกาศ ให้คณะทางานตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 ระดับหมู่บ้าน ทำการตรวจสอบพื้นที่จริงทั้งหมด ทุกรายที่มาขอแจ้งขึ้นทะเบียน โดยดำเนินการไปพร้อมๆกันทุกหมู่บ้าน กำหนดเวลาแล้วเสร็จไม่เกิน 7 วัน
    • ภายหลังการตรวจพื้นที่จริงเสร็จแล้ว ให้จัดทำรายงานสรุปผลการตรวจพื้นที่จริงร่วมกับนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบตำบล (ตัวอย่างรายงานการประชุม ภาคผนวกที่ 8
    • กรณีเกษตรกรแจ้งขึ้นทะเบียนไว้ในพื้นที่อื่น(นอกเขตตำบล/อำเภอ/จังหวัด/ภาค) ระบุมีแปลงปลูกในพื้นที่ของตำบล โดยปรากฏรายชื่อในใบปิดประกาศที่พิมพ์ออกมา (เจ้าของตำบลไม่รู้จักเพราะไม่ได้เป็นผู้รับแจ้งการขึ้นทะเบียน) เป็นหน้าที่ของเจ้าของตำบลต้องดาเนินการตรวจพื้นที่ในแปลงเหล่านี้โดยการนัดหมายกับเกษตรกรเจ้าของแปลงให้มาชี้ที่ตั้งแปลง และหากพบข้อมูลที่แจ้งถูกต้องให้ผู้ตรวจบันทึกยืนยันในระบบ

ขั้นตอนการออกใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58

ภายหลังจากการติดประกาศรายชื่อในชุมชนแล้ว เกษตรกรรายเดิมพื้นที่เดิมและไม่ถูกคัดค้าน จะสามารถจัดพิมพ์ ใบรับรองการขึ้นทะเบียนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 ได้ทันที โดยเกษตรกรต้องมาแจ้งความประสงค์ขอรับใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ณ สานักงานเกษตรอาเภอที่ตั้งแปลงปลูกด้วยตนเอง ส่วนรายที่ถูกคัดค้านต้องรอกระบวนงานตรวจสอบพื้นที่จริงของคณะทางานตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 ระดับหมู่บ้าน หากผ่านการรับรองผลการตรวจจึงจะได้รับใบรับรอง

การจัดพิมพ์ใบรับรอง สามารถจัดพิมพ์ใบรับรองได้เพียงครั้งเดียวต่อหนึ่งฤดูปลูก ดังนั้น ก่อนจัดพิมพ์ใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 ต้องให้เกษตรกร ตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องก่อนการพิมพ์ใบรับรองฯ และควรจัดเตรียมใบรับรองให้พร้อมสาหรับจ่ายให้เกษตรกร

กรณีเกษตรกรมีหลายแปลงปลูกในหลายพื้นที่ ต่างอำเภอ ต่างจังหวัด ต่างเขต ให้หน่วยงานที่รับแจ้งขึ้นทะเบียนให้เกษตรกร เป็นผู้ออกใบรับรองการขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้ ทั้งนี้จะออกใบรับรองได้เมื่อทุกแปลงปลูกของเกษตรกรได้รับการตรวจสอบยืนยันจากเจ้าหน้าที่เจ้าของพื้นที่แล้ว

วิธีการออกใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58

การลงนามในใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 ลงนามในใบรับรองฯ ทั้งต้นฉบับ และสำเนา ดังนี้

  • เกษตรอำเภอ หรือผู้รักษาราชการแทนเกษตรอาเภอลงนาม ในฐานะผู้ออกใบรับรองฯ
  • เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรผู้รับแจ้ง ในฐานะผู้รับแจ้งข้อมูลการขอขึ้นทะเบียน
  • เกษตรกรลงนาม ในฐานะผู้รับรองข้อมูล

การอุทธรณ์

กรณีมีการร้องเรียน ร้องคัดค้านจากชาวนาที่ไม่ผ่านการรับรองหรือข้อมูลไม่ถูกต้อง ให้นำเสนอข้อเท็จจริงต่อคณะทำงานตรวจสอบสิทธิ์ตามมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยระดับตำบล และสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการบริหารมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยระดับอำเภอ และจังหวัด ตามลำดับ เพื่อหาข้อยุติในระดับจังหวัด และพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ คณะกรรมการฯระดับจังหวัด ได้รับข้อร้องเรียน

ขั้นตอน การตรวจ ติดตาม การเพาะปลูกข้าวในพื้นที่

เป็นมาตรการเสริมเพิ่มขึ้นมา กำหนดให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบตำบลร่วมกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ออกตรวจติดตาม การเพาะปลูกข้าวของเกษตรกรไม่ต่ากว่าร้อยละ50 ของเกษตรกรที่ออกใบรับรองแล้ว นอกจากจะเป็นการตรวจสอบพื้นที่จริงแล้วยังทำให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลได้ใกล้ชิดกับเกษตรกร สามารถถ่ายทอดความรู้แนวทางลดต้นทุนการผลิตข้าว การใช้ปัจจัยการผลิตให้เหมาะสม แนะนาการทาการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

หากนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบตาบล มีภาระรับผิดชอบหลายตาบล หรือมีจำนวนเกษตรกรเป้าหมายจำนวนมาก ให้มอบภารกิจขั้นตอนนี้ให้ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านเข้าร่วมดำเนินการ


3. การแก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและการยกเลิกแปลง

การขึ้นทะเบียนทุกขั้นตอนเจ้าหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์เน้นย้าให้เกษตรกรระมัดระวังให้แจ้งข้อมูลที่ถูกต้องกับความเป็นจริง เพราะเมื่อเกษตรกรกรอกข้อมูลขึ้นทะเบียน ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ หากข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงเกษตรกรอาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

การแก้ไขข้อมูล

  • การสะกดชื่อ-สกุล คำนำหน้า เป็นต้น ให้เกษตรกรยื่นแบบคาร้องขอแก้ไขข้อมูลให้สำนักงานเกษตรอำเภอที่ขึ้นทะเบียนแก้ไขในระบบสารสนเทศได้
  • ข้อมูลที่สำคัญที่อาจมีผลกระทบต่อการได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ได้แก่ จำนวนเนื้อที่ปลูก เอกสารสิทธิ์ พันธุ์ข้าวที่ขอขึ้นทะเบียน วันที่เพาะปลูก วันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว เขตการใช้น้าชลประทาน ให้เกษตรกรยื่นแบบคาร้องขอแก้ไขข้อมูลให้สานักงานเกษตรอำเภอ เกษตรอำเภอส่งเอกสารหลักฐานให้เกษตรจังหวัดเป็นผู้ทาการแก้ไขที่จังหวัดต่อไป
  • การขอเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ขึ้นทะเบียน (เฉพาะพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์) กรณีเกษตรกร ผู้ขึ้นทะเบียนผ่านการตรวจสอบพื้นที่ แต่ยังไม่ได้รับใบรับรองฯ หรือเกษตรกรผู้ขึ้นทะเบียนได้รับใบรับรองฯ แล้ว แต่เสียชีวิต เจ็บป่วย ต้องโทษติดคุก ไปต่างประเทศ หย่า บวช และบุคคลในครอบครัวมีความประสงค์ขอใช้สิทธิ์แทนให้เขียนแบบคาร้องขอเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ขึ้นทะเบียน เพื่อขอรับสิทธิ์แทน โดย ส่งเอกสารหลักฐานให้เกษตรจังหวัดเป็นผู้อนุมัติและทาการแก้ไขที่จังหวัดต่อไป

การขอยกเลิกแปลง

กรณีเกษตรกรรับใบรับรองแล้ว ให้ถือว่าเกษตรกรได้แจ้งขอใช้สิทธิ์การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว สมบูรณ์แล้ว จะขอยกเลิกสิทธิ์เพื่อขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชใหม่ไม่ได้ในทุกกรณี ดังนั้น เจ้าหน้าที่ต้องชี้แจงทำความเข้าใจเกษตรกรก่อนที่เกษตรกรจะลงนามในบัญชีรับ-จ่ายใบรับรอง และปิดป้ายข้อความให้เกษตรกรทราบ ตัวอย่างแบบคำร้อง ตามภาคผนวกที่ 16


4. เงื่อนไขในการขึ้นทะเบียน

คุณสมบัติของเกษตรกรผู้มีสิทธิ์ขึ้นทะเบียน

  • เกษตรกรต้องมีสัญชาติไทย และบรรลุนิติภาวะแล้วเท่านั้น
  • เกษตรกรต้องเป็นหัวหน้าครัวเรือน หากเกษตรกรไม่สามารถมาขึ้นทะเบียนด้วยตนเองได้ให้มอบอำนาจให้สมาชิกในครัวเรือนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนเกษตรกร (ทบก. 01) เดียวกัน เป็นผู้ขอขึ้นทะเบียนแทนตามแบบคำร้อง
  • เกษตรกรต้องเป็นผู้ที่ลงทุนในการปลูกข้าวในพื้นที่แปลงที่มาขอขึ้นทะเบียน
  • เกษตรกรต้องทาการเพาะปลูกข้าวแล้วอย่างน้อย 7 วันจึงมาแจ้งขอขึ้นทะเบียนในกรอบระยะเวลาที่กำหนด
  • เกษตรกรจะต้องเดินทางมายืนยันหรือแจ้งขึ้นทะเบียนด้วยตนเอง ณ สถานที่ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ที่ตั้งแปลงปลูกกำหนด หากเกษตรกรมีพื้นที่ปลูกข้าวหลายแปลง จะต้องปลูกข้าวครบทุกแปลงแล้วจึงมาแจ้งขึ้นทะเบียนเพื่อออกใบรับรองการขึ้นทะเบียน
  • เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะต้องติดตามกำหนดการตรวจติดตามแปลงปลูกด้วยตนเอง

พื้นที่ที่เกษตรกรสามารถนามาแจ้งขอขึ้นทะเบียน เกษตรกรสามารถแจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามพื้นที่ปลูกจริง โดยให้แยกแปลงตามพันธุ์ข้าว เอกสารสิทธิ์/เลขที่เอกสารสิทธิ์ วันที่เพาะปลูก และวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว

พื้นที่ที่ทางราชการออกเอกสารสิทธิ์ให้ รวมทั้งหนังสืออนุญาตจากหน่วยงานที่มีสิทธิ์ในที่ดินให้เข้าทำประโยชน์ (ภาคผนวกที่ 9) ได้แก่

  • โฉนดที่ดิน (น.ส.4) หนังสือสำคัญแสดงสิทธิ์การถือครองที่ดินอย่างถูกกฎหมาย
  • น.ส.3/น.ส.3ก. /น.ส.3ข.
  • ส.ป.ก.4-01 หนังสือแสดงสิทธิ์การทาเกษตร (ยกเว้น ส.ป.ก.4-01 ช เป็นเอกสารสิทธิ์ที่ออกในที่ชุมชนไม่สามารถทาการเกษตร, ส.ป.ก./ สร.5ก. มิใช่เอกสารสิทธิ์) ซึ่งผู้มีชื่อในที่ดิน ส.ป.ก. และเพาะปลูก พืชเศรษฐกิจ ปี 2556/57 และเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ ส.ป.ก. มีสิทธิ์ยื่นขึ้นทะเบียนเท่านั้น แต่อนุโลมให้ คู่สมรส บุตร ของเจ้าของพื้นที่ ส.ป.ก. ขึ้นทะเบียนได้ ในกรณีที่เจ้าของพื้นที่ ส.ป.ก. เสียชีวิต สิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ ในที่ดินได้แก่ ทายาทโดยธรรม ซึ่งจะต้องดำเนินการแจ้งต่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตราที่ 39
  • ก.ส.น. หนังสือแสดงสิทธิ์ที่ดินทากินในเขตนิคมสหกรณ์
  • น.ค.3 หนังสือให้เข้าใช้ประโยชน์ในนิคมสร้างตนเอง
  • ใบจอง (น.ส.2) หนังสืออนุญาตให้เข้าใช้ที่ดินเป็นการชั่วคราว
  • ส.ค.1 หนังสือแสดงสิทธิ์การครอบครองที่ดินเปล่า
  • ส.ท.ก. 1ก หรือ ส.ท.ก 2ก หนังสือแสดงสิทธิ์ที่ดินทากินในเขตป่าสงวน ส.ท.ก 1ก ต้องมีอายุไม่เกิน 5 ปี นับตั้งแต่วันออก จนถึงวันที่มาขอขึ้นทะเบียน
  • โฉนดตราจอง
  • ตราจองที่ได้ทาประโยชน์แล้ว
  • ในกรณีที่เช่าพื้นที่ที่ทางราชการออกเอกสารสิทธิ์ แต่ผู้เช่าไม่มีสัญญาเช่า เนื่องจากผู้ให้เช่าไม่ทาสัญญาเช่าและหรือไม่ได้มอบสำเนาเอกสารสิทธิ์ให้มาใช้เป็นเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียน ให้ใช้ภาคผนวกที่ 12 โดยให้ผู้เช่ากรอกข้อมูลรายละเอียด ชื่อ- นามสกุล ผู้ให้เช่า สถานที่ตั้งแปลงพร้อมทั้งหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินโดยการเช่า ซึ่งผ่านการรับรองโดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ กรรมการหมู่บ้าน หรือสมาชิก อบต. หรือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หรือกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำตำบล (ศบกต.) หรือคณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลเป็นผู้รับรอง สาหรับในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ผู้นำชุมชนหรือผู้นาเกษตรกรที่ได้รับการมอบหมายจากเกษตรเขตเป็นผู้รับรอง
  • พื้นที่ผ่อนผันให้เข้าทำประโยชน์เป็นการชั่วคราวได้แก่ พื้นที่ที่ทางราชการยังมิได้ออก เอกสารสิทธิ์ให้เกษตรกรถือเป็นเจ้าของ เช่น พื้นที่ทหาร พื้นที่รอบเขื่อน อ่างเก็บน้าในความรับผิดชอบของ กรมชลประทาน ที่สาธารณประโยชน์ในเขตเทศบาล/สุขาภิบาล ตำบล หมู่บ้าน ที่ราชพัสดุ ฯลฯ ผ่อนผันให้ขึ้นทะเบียนได้แต่ต้องมีหนังสืออนุญาตจากหน่วยงานที่มีสิทธิ์อนุญาต อนุญาตให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์เป็นการชั่วคราว โดยต้อง ระบุชื่อเกษตรกร ระยะเวลาที่เข้าทาประโยชน์ซึ่งครอบคลุมปีการเพาะปลูกข้าวนาปี (ปี 2557/58) ที่รับขึ้นทะเบียนพร้อมทั้งจัดทาผังการใช้ที่ดิน ขอบเขตจำนวนพื้นที่ที่อนุญาตให้ชัดเจนเป็นระบบโดยเครื่องมือ และวิธีการที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่เชื่อถือได้ เพื่อไม่ให้เกิดการขึ้นทะเบียนซ้ำซ้อน การขึ้นทะเบียนเกินพื้นที่ปลูกจริง การอ้างสิทธิ์ และการบุกรุกเข้าทาประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พื้นที่ที่ทางราชการไม่ออกเอกสารสิทธิ์ ให้เกษตรกรรายเดิมที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูก ข้าวนาปี ในปี 2552/53 มีสิทธิ์ขึ้นทะเบียน โดยต้องขึ้นทะเบียน ไม่เกินพื้นที่ที่เคยขึ้นทะเบียนใน ปี 2552/53 เท่านั้น และไม่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายใหม่ที่เพาะปลูกในพื้นที่นอกเหนือที่ทางราชการออกเอกสารสิทธิ์ โดยไม่มีหนังสืออนุญาตจากหน่วยงานที่มีสิทธิ์อนุญาตให้เข้าทาประโยชน์ในพื้นที่

สำหรับ ภ.บ.ท. 5 หรือเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ที่ออกโดย อบต. หรือเทศบาล ไม่ถือว่าเป็นเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เพราะมิใช่เอกสารแสดงการครอบครองที่ดินตามกฎหมาย ในการขึ้นทะเบียน ที่ผ่านมาพบว่ามีการใช้ใบ ภ.บ.ท. 5 มาขึ้นทะเบียนซ้อนกับเอกสารสิทธิ์ หรือแจ้งพื้นที่ปลูกเกินจริง ดังนั้นจะนำมาใช้เป็นหลักฐานในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 ไม่ได้

ในกรณีที่เกษตรกรที่เคยขึ้นทะเบียน ในพื้นที่นอกเหนือเอกสารสิทธิ์ ในปี 2552/53 ไม่สามารถดาเนินการเพาะปลูกข้าว ด้วยเหตุเสียชีวิต เจ็บป่วย ต้องโทษ ไปต่างประเทศ หรือไม่ต้องการทำการเกษตรในพื้นที่ดังกล่าวโดยต้องการให้สิทธิ์เครือญาติเป็นผู้สืบสิทธิ์การขึ้นทะเบียนในพื้นที่ดังกล่าว สามารถมอบสิทธิ์ได้แต่ผู้รับมอบสิทธิ์จะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนเกษตรกรเดียวกับผู้มอบสิทธิ์ โดยที่เกษตรกรผู้มอบสิทธิ์จะต้องไม่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในปีการเพาะปลูกนั้นๆ (ปี 2557/58)

5. มาตรการทางกฎหมาย/ลงโทษ

หากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบตำบล หรือคณะกรรมการตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 ระดับหมู่บ้าน พบว่าข้อมูลในแบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 มีข้อมูลไม่ตรงตามความเป็นจริง ให้คณะกรรมการตรวจสอบฯ ระดับหมู่บ้าน แจ้งเกษตรกรให้มาชี้แจงเหตุผลในการแจ้งข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงเพื่อประกอบการพิจารณา หากพบว่าเกษตรกรมีเจตนาให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ให้ดำเนินการตามชั้นความผิด ดังนี้

  • อยู่ในระหว่างขั้นตอนการรับแจ้ง หากพบว่ามีการแจ้งเท็จโดยเจตนา เรียกเกษตรกรผู้แจ้งขึ้นทะเบียน และเกษตรกรที่รับรองข้อมูลเป็นเท็จมาว่ากล่าวตักเตือนให้ทราบผลทางกฎหมายในการแจ้งหรือรับรองข้อมูล อันเป็นเท็จไม่รับขึ้นทะเบียน
  • ขั้นตอนยื่นเอกสารเสร็จสิ้นขั้นตอนบันทึกข้อมูลการขึ้นทะเบียนในระบบแล้ว ให้ระงับ การออกใบรับรอง ตัดสิทธิ์เกษตรกรที่แจ้งเท็จแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อเกษตรกรที่แจ้งและเกษตรกรผู้รับรองข้อมูลการขึ้นทะเบียน ฐานแจ้งหรือรับรองข้อมูลเป็นเท็จ เมื่อศาลพิพากษาว่าเกษตรกรมีความผิดให้ดำเนินการตัดสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการของรัฐ 3 รอบปีการผลิต นับจากวันตัดสินของศาล
  • ขั้นตอนหลังการออกใบรับรอง เรียกใบรับรองคืนจากเกษตรกร แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดาเนินคดีตามกฎหมาย ต่อเกษตรกรที่แจ้งและเกษตรกรผู้รับรองข้อมูลการขึ้นทะเบียน ฐานแจ้งหรือรับรองข้อมูลเป็นเท็จ และฐานฉ้อโกง เมื่อศาลพิพากษาว่าเกษตรกรมีความผิด ให้ดำเนินการตัดสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการของรัฐ 3 รอบปีการผลิต หากพบว่าเกษตรกรได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐโดย ไม่สมควรแล้ว ให้แจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบด้วย เพื่อให้หน่วยงานนั้นๆ ดำเนินการให้เกษตรกรชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐตามความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานต่อไป

ทั้งนี้ ให้เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัดเข้มงวดกับการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเกษตรกรผู้แจ้ง ขึ้นทะเบียน และเกษตรกรที่รับรองข้อมูลเป็นเท็จ เนื่องจากการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จเป็นการกระทำความผิดต่อแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา หากไม่ร้องทุกข์กล่าวโทษ เจ้าหน้าที่อาจต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว


หน่วยงานที่รับผิดชอบ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

Last update 2015-04-24 11:16:22

Last Updated on Friday, 24 April 2015 11:39