logotype
ก.ไอซีที ดึงศักยภาพศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนขับเคลื่อนสังคมสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
Tuesday, 17 March 2015 18:27

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ดึงศักยภาพศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนขับเคลื่อนสังคมสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อรองรับการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งระบบ และให้ความสำคัญกับนโยบายพัฒนาประเทศไทยให้เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและ การเรียนรู้

นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ตามกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล คือ การมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เพียงพอและค่าบริการที่เหมาะสมไม่สูงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค การยกระดับคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงบริการสาธารณะของประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกท้องถิ่น อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และการสร้างผู้ประกอบการและธุรกิจดิจิทัลและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ การสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้และผู้ทำงานในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล และสิ่งที่สำคัญยิ่งคือ การพัฒนากำลังคน การวิจัยพัฒนา และนวัตกรรมรวมทั้งระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยกระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับรากฐานของการพัฒนา ได้แก่ การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคสังคม ด้วยกลยุทธ์ดิจิทัลเพื่อสังคมและทรัพยากรความรู้ (Digital Society) ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะของรัฐได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

สำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมดิจิทัล ในปี 2558 จะเน้นมาตรการเร่งด่วนที่สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาแก้ไขปัญหาการศึกษา การเกษตร สาธารณสุข ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาสังคมใน 3 มิติ ได้แก่ 1) การลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาสในการเข้าถึงบริการของรัฐ 2) การสร้างองค์ความรู้และปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้โดยง่าย และ 3) การต่อยอดจากการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการบริการทางสังคมด้วยเทคโนโลยี โดยมีโครงการนำร่องเกี่ยวกับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งในระบบและนอกระบบ ร่วมกับสถาบันการศึกษาภาครัฐและภาคเอกชนในพัฒนาระบบ Massive Open Online Course (MOOC) ลดช่องว่างทางการศึกษาด้วยระบบการเรียนบนสื่อสาระออนไลน์ (e-Learning) ส่งเสริมการพัฒนาคลังความรู้ สื่อดิจิทัลทางด้านการเกษตรและสาธารณสุข และองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตประจำวัน พัฒนาทักษะทางวิชาชีพของประชาชนด้วยระบบโทรทัศน์อินเทอร์เน็ต (IPTV) Smart Classroom และ eDLTV รวมถึงการบูรณาการข้อมูลให้เชื่อมโยงของทุกหน่วยงานภาครัฐเพื่อการบริหารประเทศ

กระทรวงไอซีที ตระหนักถึงความสำคัญการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจึงได้มุ่งเน้นการพัฒนาคนในทุกภาคส่วนของสังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากดิจิทัล เพื่อรองรับการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งระบบ และให้ความสำคัญกับนโยบายพัฒนาประเทศไทยให้เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและ การเรียนรู้ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล โดยได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนขึ้นตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 จนถึงปัจจุบัน กระจายตัวในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศแล้วกว่า 2,000 แห่ง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ตามอัธยาศัย เพิ่มโอกาสและช่องทางการเข้าถึงสารสนเทศเชิงสร้างสรรค์ให้แก่ชุมชน ทั้งนี้ กลไกการทำงานร่วมกับชุมชนของกระทรวงฯ คือ การพัฒนาคนซึ่งเน้นการสร้างผู้ดูแลศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนให้เป็น “วิทยากรชุมชน” เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการนำความรู้และทักษะที่ได้รับจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไปถ่ายทอดและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับชุมชนโดยใช้ ICT เป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้ เพิ่มช่องทางการตลาด ต่อยอดและพัฒนาอาชีพของคนในชุมชน เป็นผู้ดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนมีชีวิต สามารถให้บริการชุมชน และเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาที่เป็นไปตามความต้องการของประชาชน ซึ่งนับได้ว่าเป็นความสำเร็จหนึ่งของโครงการฯ ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างคนในชุมชน สร้างเครือข่ายการทำงานในระดับพื้นที่ เป็นกลไกที่สำคัญของการถ่ายทอดนโยบายลงสู่พื้นที่และเกิดการปฏิบัติจริง นอกจากนี้ วิทยากรชุมชนยังมีหน้าที่สำคัญคือการขยายผลด้วยการให้ความรู้ด้าน ICT ให้แก่ประชาชน ณ ศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่ชุมชนร่วมกันคิดและออกแบบให้ตรงกับความต้องการ โดยเน้นที่การใช้ ICT อย่างสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและชุมชน ควบคู่ไปกับการตระหนักรู้ เพื่อให้เกิดการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

“ในปีนี้กระทรวงฯ จะได้จัดทำสื่อสังคมออนไลน์สร้างสรรค์ในรูปแบบ infographic เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างมีวิจารณญาณ คือ การตระหนักรู้ และเท่าทันในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ ข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล และสะดวกต่อการแชร์หรือแบ่งปันเรื่องดีๆ ในโลกสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ ยังมีโครงการผลิตสื่อส่งเสริมความรู้และการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อกระตุ้นให้เห็นประโยชน์และเกิดการใช้งาน ICT ตลอดจนเปิดตลาดการท่องเที่ยวชุมชนที่มีศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนเป็นฐานเน้นการทำงานร่วมกับชุมชน สำหรับการเรียนรู้ตามอัธยาศัยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงฯ ได้นำแนวคิดเรื่องการเรียนรู้ แบบเปิดสำหรับมหาชน หรือ Massive Open Online Course (MOOC) ที่จะต้องอาศัยการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับพันธมิตรจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเกษตร ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตามแนวคิด “การเรียนรู้ไม่มีสิ้นสุด” โดยการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนจำเป็นที่จะต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมและเป็นผู้จัดการเรียนการสอนกันเองเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ความเหมาะสม และบริบทของชุมชน และในส่วนของการส่งเสริมเศรษฐกิจ กระทรวงฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการระดับชุมชนเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ของตนเอง ผ่านเว็บไซต์ thailandMall.net ซึ่งเป็นเว็บไซต์ e-Commerce แบบครบวงจร บริการ e-catalog ระบบสั่งซื้อ ระบบชำระเงินที่ปลอดภัย และการส่งสินค้าโดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเชื่อมโยงสินค้าและบริการทั้ง supply chain ในขณะเดียวกันทุกภาคส่วนจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อและผู้ขายตามมาตรฐานและกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ดี การบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนในระยะต่อไป กระทรวงฯ ได้มอบหมายให้สำนักงานสถิติแห่งชาติทำการสำรวจข้อมูลในแต่ละพื้นที่ เพื่อรับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชน สำหรับนำมาปรับปรุง และจัดรูปแบบใหม่ ซึ่งอาจจะต้องเอาทุกหน่วยมาทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดการบูรณาการทำงานในระดับชุมชนอย่างแท้จริง หาพันธมิตรที่จะร่วมมือร่วมใจใช้ศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ตลอดจนเครื่องมือต่างๆ ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์และเกิดการพัฒนาเชิงบูรณการ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในเวทีอาเซียน ร่วมสร้างสังคมที่เข้มแข็งที่มีความตระหนักรู้ และสามารถใช้สารสนเทศได้สร้างสรรค์ วางรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนและเก็บเกี่ยวประโยชน์จากเศรษฐกิจเชิงดิจิทัลร่วมกันทั้งระบบต่อไป” นายพรชัยฯ กล่าว







ที่มา :http://www.thaigov.go.th/th/news-ministry/2012-08-15-09-45-26/item/90671-90671.html