logotype
กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ

“กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ” จะให้ความคุ้มครองภัยพิบัติ 3 ภัย ได้แก่ น้ำท่วม แผ่นดินไหว และลมพายุ ทั้งนี้ คำจำกัดความของคำว่า “ภัยพิบัติ” หมายถึง ภัยธรรมชาติที่เข้าลักษณะความรุนแรงถึงขั้นเป็นภัยพิบัติ ดังนี้

  • คณะรัฐมนตรี ประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติรุนแรงตามคำแนะนำของกระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ
  • กรณีค่าสินไหมทดแทนรวมของผู้เอาประกันภัยภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติมากกว่า 5,000 ล้านบาท ต่อหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน 60 วัน โดยมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ตั้งแต่ 2 ราย ขึ้นไป หรือ
  • กรณีธรณีพิบัติความรุนแรงของแผ่นดินไหวตั้งแต่ 7 ริกเตอร์ขึ้นไป หรือ
  • กรณีวาตภัยความเร็วของลมพายุตั้งแต่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นไป

 


ความเป็นมาในการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ

การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ เป็นผลสืบเนื่องจากในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้เกิดวิกฤตการณ์อุทกภัยอย่างร้ายแรง ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง รัฐบาลมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ที่จะต้องบูรณะและฟื้นฟูประเทศ เยียวยาความเสียหายให้แก่ประชาชน รวมทั้งดำเนินการวางระบบการบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ โดยการจัดให้มีการลงทุนในโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็น นอกจากนี้ ผลจากการเกิดความเสียหายนั้นยังทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยรวมเริ่มถดถอยและอยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยง ต่อความเชื่อมั่นของสาธารณะจึงจำเป็นต้องมีมาตรการฟื้นฟูประเทศทั้งการแก้ไขเยียวยาความเสียหาย การป้องกันภัยพิบัติ ที่ใกล้จะถึงและการสร้างความเชื่อมั่นในการประกอบอาชีพของประชาชนและผู้ลงทุน ซึ่งการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว จะต้องใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมากและต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนหลายแนวทาง และโดยที่ปรากฏว่า ในขณะนี้ผู้ประกอบธุรกิจ ประกันวินาศภัยประสบปัญหาด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงจากการรับประกันวินาศภัยที่เกิดจากภัยพิบัติ ส่งผลให้ประชาชน และผู้ประกอบการต้องเสียเบี้ยประกันเป็นจำนวนสูงมากหรือไม่สามารถเอาประกันภัยได้ ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินและกิจการของบุคคลดังกล่าวที่อาจเกิดความเสียหายขึ้นในอนาคต และเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการลงทุนในประเทศสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ เพื่อจัดตั้งกองทุนในการทำหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนด กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ พ.ศ. ๒๕๕๕

 

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์และกิจการ
  2. เพื่อจัดให้มีความสามารถในการเอาประกันภัยต่อในจำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการ (Capacity) และในอัตราเบี้ยประกันภัยที่ต่ำสุด
  3. เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองภัยพิบัติได้อย่างทั่วถึง ในอัตราเบี้ยประกันภัย ที่เหมาะสม
  4. เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนต่างชาติ และผู้ประกอบการต่างๆ ยังคงดำเนินกิจการต่อไปในประเทศไทย

 

โครงสร้างการรับประกันภัย

กองทุน ฯ ทำหน้าที่ในการรับประกันภัยต่อ โดยผู้เอาประกันภัยสามารถดูอัตราเบี้ยประกันภัยได้จากทำเลที่ตั้งของทรัพย์ สินผ่านเว็บไซต์หรือข้อมูลที่ประกาศต่อสาธารณชนและทำประกันภัยกับบริษัท ประกันภัย บริษัทประกันภัยจะรับความเสี่ยงไว้เองขั้นต่ำ 1% ส่วนที่เหลือบริษัทประกันภัยจะส่งต่อความเสี่ยงไปยังกองทุนฯ กองทุนฯจะทำหน้าที่ในการรับประกันภัยต่อ โดยกองทุนฯ อาจเป็นผู้รับความเสี่ยงไว้เองส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งโอนไปยังบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศ ทั้งนี้ กองทุนฯ จะจัดจ้างผู้บริหารกองทุนเพื่อดำเนินการในด้านการบริหารจัดการต่างๆ แทนกองทุนฯ

ทุนประกันภัย การรับความเสี่ยงภัยไว้เองของบริษัทประกันภัย
การจำกัดความรับผิด (Sublimit) (Retention)
0-300 ล้านบาท ไม่ต่ำกว่า 1%
300 ล้านบาทขึ้นไป ไม่ต่ำกว่า 0.5%

 

พระราชกำหนดกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ พ.ศ. 2555

  1. คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ “พระราชกำหนดกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ พ.ศ. 2555” เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2555 เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยการรับประกันภัยและทำประกันภัยต่อ และให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย ในวงเงิน 50,000 ล้านบาท และได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2555 Download
  2. พรก. ดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 และผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555
  3. คณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุน เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555

 

รายชื่อคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ เมื่อวันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 ประกอบด้วย

  1. นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล  ประธานกรรมการ
  2. นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง   กรรมการ
  3. นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง   กรรมการ
  4. นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  กรรมการ
  5. นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  6. นายเสรี จินตนเสรี  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  7. นายชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  8. นายอิสระ ว่องกุศลกิจ  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  9. นายลวรณ แสงสนิท  เลขานุการ
  10. นายธีรัชย์ อัตนวานิช  ผู้ช่วยเลขานุการ คณะอนุกรรมการฯ

คณะกรรมการฯ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ ดังนี้

  1. คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย ซึ่งจะพิจารณาสัญญาและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายมานพ นาคทัติ เป็นประธาน
  2. คณะอนุกรรมการด้านประกันภัย ซึ่งจะพิจารณารูปแบบการประกันภัยและกไหนด อัตราเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม โดยมีนายประเวช องอาจสิธิกุล เป็นประธาน
  3. คณะอนุกรรมการด้านการลงทุน ซางจะพิจารณาแนวทางการลงทุนและการบริหารการเงินของกองทุนฯ โดยมีนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล เป็นประธาน

 

บริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการ

ลำดับ รายชื่อบริษัท ข้อมูลที่เปิดเผย
1 บมจ.กมลประกันภัย http://www.kamolinsurance.com
2 บมจ.กรุงเทพประกันภัย http://www.bangkokinsurance.com
3 บจ.กรุงไทยพานิชประกันภัย http://www.kpi.co.th
4 บจ.คิวบีอี ประกันภัย (ประเทศไทย) http://www.qbe.co.th
5 บจ.คูเนียประกันภัย (ประเทศไทย) http://thailand.kurnia.com
6 บมจ.จรัญประกันภัย http://www.charaninsurance.com
7 บจ.เจนเนอราลี่ประกันภัย (ไทยแลนด์) http://www.generali.co.th
8 บมจ.เจ้าพระยาประกันภัย http://www.cpyins.com
9 บมจ.ชาร์ทิสประกันภัย (ประเทศไทย) http://www.chartisinsurance.com
10 บจ.ไชน่าอินชัวรันส์ (ไทย) http://www.chinains.co.th
11 บจ.โตเกียวมารีนศรีเมืองประกันภัย http://www.srimuang.co.th
12 บมจ.ทิพยประกันภัย http://www.dhipaya.co.th
13 บมจ.เทเวศประกันภัย http://www.deves.co.th
14 บมจ.ไทยประกันภัย http://www.thaiins.com
15 บจ.ไทยพัฒนาประกันภัย http://www.thaipat.co.th
16 บมจ.ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย http://www.scsmg.co.th
17 บจ.ไทยไพบูลย์ประกันภัย http://www.thaipaiboon.com
18 บจ.ไทยศรีประกันภัย http://www.thaisri.com
19 บมจ.ไทยเศรษฐกิจประกันภัย http://www.tsi.co.th
20 บจ.ธนชาตประกันภัย http://www.thanachartinsurance.co.th
21 บมจ.นวกิจประกันภัย http://www.navakij.co.th
22 บมจ.นำสินประกันภัย http://www.namsengins.co.th
23 บจ.นิวอินเดียแอสชัวรันซ์ http://www.newindia.co.in
24 บ.นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ http://www.chartisinsurance.com
25 บมจ.บางกอกสหประกันภัย http://www.bui.co.th
26 บมจ.ประกันคุ้มภัย http://www.safety.co.th
27 บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ http://www.thaivivat.co.th
28 บจ.พระนครธนบุรีประกันภัย http://www.thaigia.com
29 บจ.พุทธธรรมประกันภัย http://www.phutthatham.com
30 บมจ.ฟอลคอนประกันภัย http://www.falconinsurance.co.th
31 บจ.มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ สาขาประเทศไทย http://www.ms-ins.co.th
32 บจ.มิตรแท้ประกันภัย http://www.mittare.com
33 บมจ.เมืองไทยประกันภัย http://www.muangthaiinsurance.com
34 บมจ.ยูเนี่ยน อินเตอร์ ประกันภัย http://www.uinter.co.th
35 บจ.วิริยะประกันภัย http://www.viriyah.co.th
36 บมจ. ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย http://www.sagi.co.th
37 บจ.ส่งเสริมประกันภัย http://www.songserm.co.th
38 บจ.สมโพธิ์ เจแปนประกันภัย (ประเทศไทย) http://www.sompojapanthai.com
39 บจ.สยามซิตี้ประกันภัย http://www.scil.co.th
40 บจ.สหนิรภัยประกันภัย http://www.union-insurance.com
41 บจ.สหมงคลประกันภัย http://www.upp.co.th
42 บจ.สินทรัพย์ประกันภัย http://www.asset.co.th
43 บมจ.สินมั่นคงประกันภัย http://www.smk.co.th
44 บจ.อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันภัย http://www.allianzcp.com
45 บจ.อาคเนย์ประกันภัย http://www.seic.co.th
46 บมจ.อินทรประกันภัย http://www.indara.co.th
47 บจ.เอเชียประกันภัย 1950 http://www.asiainsurance.co.th
48 บริษัท เอซ ไอเอ็นเอ โอเวอร์ซีส์ อินชัวรันซ์ จำกัด http://www.aceinsurance.co.th
49 บจ.เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) http://www.msig-thai.com
50 บจ.เอราวัณประกันภัย http://www.erawanins.com
51 บมจ.แอกซ่าประกันภัย http://www.axa.co.th
52 บจ.โอสถสภาประกันภัย http://www.osi.co.th
53 บจ.ไอโออิ กรุงเทพประกันภัย http://www.aioibkkins.co.th
54 บริษัท แอล เอ็ม จี ประกันภัย จำกัด http://www.lmginsurance.co.th

 

ความคุ้มครอง

"กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ" จะให้ความคุ้มครองภัยพิบัติ 3 ภัย ได้แก่ น้ำท่วม แผ่นดินไหว และลมพายุ ทั้งนี้ คำจำกัดความของคำว่า "ภัยพิบัติ" หมายถึง ภัยธรรมชาติที่เข้าลักษณะความรุนแรงถึงขั้นเป็นภัยพิบัติ ดังนี้

  • คณะรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติรุนแรง ตามคำแนะนำของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ
  • กรณีค่าสินไหมทดแทนรวมของผู้เอาประกันภัย ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ มากกว่า 5,000 ล้านบาท ต่อหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน 60 วัน โดยมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป หรือ
  • กรณีธรณีพิบัติ ความรุนแรงของแผ่นดินไหวตั้งแต่ 7 ริกเตอร์ขึ้นไป หรือ กรณีวาตภัย ความเร็วของลมพายุตั้งแต่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

รูปแบบกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ จะเป็นแบบจำกัดความรับผิด (SubLimit) โดยมีความคุ้มครอง ดังนี้

กลุ่มผู้เอาประกันภัย ความคุ้มครอง
บ้านอยู่อาศัย "กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย และภัยพิบัติสำหรับที่อยู่อาศัย" จะให้ความคุ้มครองภัยพิบัติโดยอัตโนมัติ ในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท
ธุรกิจ SME ทุนประกันภัย
ไม่เกิน 50 ล้านบาท
"กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ" ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองภัยพิบัติโดยมีการจำกัดความรับผิด (Sublimit) ไม่เกิน 30% ของทุนประกันภัย
อุตสาหกรรม "กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ" ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองภัยพิบัติโดยมีการจำกัดความรับผิด (Sublimit) ไม่เกิน 30% ของทุนประกันภัย

เงื่อนไข

  • สำหรับธุรกิจ SME และอุตสาหกรรม ผู้เอาประกันภัยที่ต้องการซื้อกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ จะต้องมีกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย หรือกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) เป็นกรมธรรม์ประกันภัยหลักก่อน
  • สำหรับบ้านอยู่อาศัย ผู้เอาประกันภัยที่ต้องการซื้อกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ จะต้องซื้อคู่กับกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยด้วย

"อนึ่ง ในกรณีอุทกภัย กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติจะไม่คุ้มครองทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ภาครัฐกำหนดให้เป็นพื้นที่รองรับน้ำ ซึ่งภาครัฐได้ให ความช่วยเหลือโดยตรงอยู่แล้ว เช่น พื้นที่กักเก็บน้ำ หรือทางน้ำผ่าน เป็นต้น เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน"

 

อัตราเบี้ยประกันภัย

อัตราเบี้ยประกันนั้น แบ่งเป็น 3 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มคิดค่าเบี้ยเท่ากันทุกพื้นที่ คือ

  • กลุ่มบ้านและที่อยู่อาศัย
    • คิดเบี้ยประกัน 0.5% ต่อปีของทุนประกัน
    • จะให้ความคุ้ม ครองไม่เกิน 1 แสนบาท หรือคิดเป็นเงินที่ต้องซื้อเบี้ยประกัน 500 บาท/ปี
  • กลุ่มเอสเอ็มอีที่มีทุนประกันไม่เกิน 50 ล้านบาท
    • อัตราเบี้ยประกัน 1% ต่อปี หรือทุนประกัน 1 แสนบาทจ่ายค่าเบี้ย 1 พันบาท ทุนประกัน 1 ล้านบาทจ่ายค่าเบี้ย 1 หมื่นบาท
    • ให้ความคุ้มครองไม่เกิน 30% ของทุนประกัน
  • กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
    • ไม่จำกัดทุนประกัน
    • อัตราเบี้ยประกัน 1.25% ต่อปี หรือทุนประกัน 1 แสนบาทจ่ายค่าเบี้ย 1,250 บาท ทุนประกัน 1 ล้านบาท จ่ายค่าเบี้ย 12,500 บาท
    • ให้ความคุ้มครองไม่เกิน 30% ของทุนประกัน
  • โดยมีข้อแม้ว่าในส่วนของผู้ซื้อประกันในกลุ่มเอสเอ็มอีและรายใหญ่ จะต้องมีกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยหรือกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (ไอเออาร์) ด้วย

 

กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ

  • กรมธรรม์ที่อยู่อาศัยรวมภัยพิบัติ
  • กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ

 

เกณฑ์การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

วิธีการจ่ายค่าสินไหมทดแทน บริษัทประกันภัยจะเข้าสำรวจและประเมินความเสียหาย โดยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ ยกเว้นกรณีอุทกภัยในกลุ่มบ้านอยู่อาศัย เนื่องจากมีผู้เอาประกันภัยเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน จึงจะพิจารณาที่ระดับน้ำเป็นเกณฑ์

กลุ่มผู้เอาประกันภัย การจ่ายค่าสินไหมทดแทน ความเสียหายส่วนแรกที่ต้องรับผิดชอบเอง
บ้านอยู่อาศัย

กรณีอุทกภัย (ในวงเงินความคุ้มครอง 100,000 บาท)
- น้ำท่วมพื้นอาคาร : 30% ของการจำกัดความรับผิด (Sublimit)
- ระดับน้ำสูง 50 ซม.จากพื้นอาคาร : 50% ของการจำกัดความรับผิด (Sublimit)
- ระดับน้ำสูง 75 ซม.จากพื้นอาคาร : 75% ของการจำกัดความรับผิด (Sublimit)
- ระดับน้ำสูง 100 ซม.จากพื้นอาคาร : 100% ของการจำกัดความรับผิด (Sublimit)  
กรณีวาตภัย/ธรณีพิบัติภัย
บริษัทประกันภัยสำรวจ และประเมินความเสียหาย โดยจะจ่ายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
แต่ไม่เกินวงเงินจำกัดความรับผิดของกรมธรรม์ประกันภัย

ไม่มี
ธุรกิจ กรณีอุทกภัย/วาตภัย/ธรณีพิบัติภัย
บริษัทประกันภัยจะเข้าสำรวจ และประเมินความเสียหาย
โดยจะจ่ายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
แต่ไม่เกินวงเงินจำกัดความรับผิดของกรมธรรม์ประกันภัย
5% ของการจำกัดความรับผิด

หมายเหตุ :
*กรณีธรณีพิบัติ ความรุนแรงของแผ่นดินไหวตั้งแต่ 7 ริกเตอร์ขึ้นไป
*กรณีวาตภัย ความเร็วของลมพายุตั้งแต่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

 

ติดต่อสอบถาม

  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
    • เลขที่ 22/79 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
    • โทร.0-2515-3999 หรือ 1186
    • โทรสาร.0-2515-3970
  • กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ
    • อาคารสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    • โทรศัพท์ 0-2290-8899
    • ทุกวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เวลา 09:00 ถึง 18:00 น.
    • เว็บไซต์ www.ncif.or.th

 


หน่วยงานที่รับผิดชอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ) กระทรวงการคลัง

Source:

  • http://www.ncif.or.th/
  • http://www.oic.or.th
  • http://www.thaireform.in.th/index.php?option=com_flexicontent&view=items&id=7196:-1-sme-30