|
ขยาย พรบ.รักษาความมั่นคง 8 - 20 เม.ย.53 |
|
1. ประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครั้งที่1 ระหว่างวันที่ 11 ถึงวันที่ 23 มีนาคม 2553 ในเขตพื้นที่ | | | | กรุงเทพมหานคร (ทุกเขต)จังหวัดนนทบุรี (ทุกอำเภอ)จังหวัดปทุมธานี - อำเภอเมืองปทุมธานี - อำเภอธัญญบุรี - อำเภอสามโคก - อำเภอลำลูกกา - อำเภอคลองหลวง - อำเภอลาดหลุมแก้ว . | | | | จังหวัดสมุทรปราการ - อำเภอเมืองสมุทรปราการ - อำเภอบางพลี - อำเภอบางเสาธง - อำเภอบางบ่อ - อำเภอพระประแดง จังหวัดนครปฐม - อำเภอพุทธมณฑล - อำเภอสามพราน - อำเภอนครชัยศรี | | | | จังหวัดฉะเชิงเทรา - อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา - อำเภอบางปะอิน - อำเภอบางไทร - อำเภอลาดบัวหลวง - อำเภอวังน้อยจังหวัดสมุทรสาคร - อำเภอกระทุ่มแบน - อำเภอเมืองสมุทรสาคร |
ครั้งที่ 2 ระหว่าง 24 - 30 มี.ค. 53 ในพื้นที่ ครั้งที่ 3 ระหว่าง 31 มี.ค. - 7 เม.ย. 53 และ 2 - 5 เม.ย. 2553 ในพื้นที่ - 31 มี.ค. - 7 เม.ย. 53
- กรุงเทพมหานคร
- จังหวัดนนทบุรี ได้แก่ อำเภอปากเกร็ด และ อำเภอเมืองนนทบุรี
- จังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ อำเภอบางพลี อำเภอบางเสาธง อำเภอบางบ่อ อำเภอพระประแดง และอำเภอเมืองสมุทรปราการ
- ประกาศพื้นที่ความมั่นคงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใน 4 ตำบลของอำเภอหัวหิน คือ ต.หัวหิน ต.หินเหล็กไฟ ต.ทับไต้ และ ต.หนองแก รวมถึงทะเลอาณาเขตชายฝั่งของพื้นที่ดังกล่าวด้วย เว้นเขตพระราชฐานวังไกลกังวล และจังหวัดเพชรบุรี 2 ตำบลในอำเภอชะอำ คือ ต.ชะอำ และ ต.สามพระยา ระหว่างวันที่ 2 - 5 เมษายน 2553 โดยจะใช้เป็นพื้นที่ประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 1 ทั้งหมด 6 ประเทศ
ครั้งที่ 4 ระหว่าง 8 - 20 เม.ย. 53 ในพื้นที่ - กรุงเทพมหานคร
- จังหวัดนนบุรี ได้แก่ อำเภอปากเกร็ด อำเภอเมืองนนทบุรี
- จังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ อำเภอบางพลี อำเภอบางเสาธง อำเภอบางบ่อ และอำเภอพระประแดง อำเภอเมืองสมุทรปราการ
โดยมอบให้ กอ.รมน.รับผิดชอบในการดำเนินการตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 2. การให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 เป็นเจ้าพนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย จำนวน 18 ฉบับ โดยเพิ่มจากการประกาศในพื้นที่ กทม. ที่ผ่านมา จำนวน 4 ฉบับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานครอบคลุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น ดังนี้ (อ้างอิงชื่อพระราชบัญญัติตามสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) 3. ออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 จำนวน 5 ข้อ มาตรา ๑๘ เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ภายในพื้นที่ตามมาตรา ๑๕ ให้ผู้อำนวยการโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจออกข้อกำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการหรืองดเว้นการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด (๒) ห้ามเข้าหรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร หรือสถานที่ที่กำหนดในห้วงเวลาที่ปฏิบัติการ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น (๓) ห้ามออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนด (๔) ห้ามนำอาวุธออกนอกเคหสถาน (๕) ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ (๖) ให้บุคคลปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดอันเกี่ยวกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน ข้อกำหนดตามวรรคหนึ่งจะกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนเวลาหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ด้วยก็ได้ ทั้งนี้ การกำหนดดังกล่าวต้องไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ |
สาระน่ารู้
ที่มา |