logotype
นายกรัฐมนตรี สั่งดูแลข้าวอย่างครบวงจรสายการผลิต ควบคู่ไปกับโครงการประกันรายได้เกษตรกร
Friday, 06 December 2019 21:31

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข) 2/2562 สั่งดูแลข้าวอย่างครบวงจรสายการผลิต ควบคู่ไปกับโครงการประกันรายได้เกษตรกร

วันนี้ (6 ธันวาคม 2562) เวลา 13.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข) 2/2562  โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วย ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2562/63 (คู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว) โครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2562/63 และโครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ปีการผลิต 2562/63 
 
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดประชุมโดยย้ำว่า รัฐบาลห่วงใยพี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย ขณะนี้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้แทนลงไปติดตามดูแลสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้แล้ว สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว รัฐบาลเน้นให้มีการช่วยเหลืออย่างครบวงจรตลอดเส้นทางการผลิต ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว เก็บข้าวในยุ้งฉาง สินเชื่อแก่โรงสี ไปถึงการจัดจำหน่าย  โดยมาตรการต่างๆ จะได้ทยอยข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง และจะดำเนินการเช่นเดียวกันนี้กับพืชเกษตรอื่นๆ ด้วย  สำหรับการส่งออกข้าวที่มีปริมาณน้อยลงนั้น มีปัจจัยทั้งจากประเทศคู่ค้าที่มีสต็อกมากขึ้น มีการชะลอการสั่งซื้อ ซึ่งได้สั่งให้ หาแนวทางลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตรวมทั้งการแก้ปัญหาโรคข้าวต่างๆ  นายกรัฐมนตรียังห่วงใยปัญหาการลักลอบนำเข้าพืชผลเกษตรที่จะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรและเกษตรกรไทย  โดยได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงเร่งสกัดจับอย่างต่อเนื่องและให้รายงานผลการดำเนินการให้ทราบด้วย
 
ทั้งนี้ ในการประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้แก่ มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2562/63 (คู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว) ทั้งโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก ปี 62/63  โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโดยสถาบันเกษตรกร ปี 62/63  และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปี 62/63  โดยเห็นชอบการจัดสรรวงเงินโครงการ สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เพิ่มเติม ให้ ธ.ก.ส. 1,370.72 ล้านบาท สำหรับโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2562/63   โดยอนุมัติเพิ่มเป้าหมายเกษตรกร 0.26 ล้านครัวเรือน จากเดิม 4.31 ล้านครับเรือน รวมทั้งหมด 4.57 ล้านครัวเรือน  ขยายระยะเวลาจ่ายเงินให้เกษตรกรภาคอื่นๆ จากเดิม 31 ธ.ค.62  เป็น 30 เม.ย.63 และอนุมัติงบประมาณเพิ่ม  2,667.35  ล้านบาท สำหรับจ่ายให้เกษตรกร และ ธ.ก.ส เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ลดต้นทุนให้กับเกษตรกร  นอกจากนี้ ยังมีโครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ปีการผลิต 2562/63 สำหรับ เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวปี 62 จำนวน 4.57 ล้านครัวเรือน  (ปลูกรอบที่ 1) ช่วยเหลืออัตราไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาท ให้ครัวเรือนละ 1 สิทธิ์ โดยต้องเป็นพื้นที่ที่มีการเก็บเกี่ยวและไม่ซ้ำซ้อนกับพื้นที่ที่ได้รับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ เว้นแต่เกษตรกรจะนำพื้นที่ประสบภัยนั้นไปแจ้งกรมส่งเสริมการเกษตรเพาะปลูกใหม่ทันช่วงเวลาเพาะปลูกรอบที่ 1 ปี 62/63
 
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังย้ำในตอนท้ายด้วยว่า การขึ้นทะเบียนเกษตรกรต้องเก็บข้อมูลสำคัญครบถ้วน ทั้งพื้นที่เพาะปลูก จำนวนผลผลิต ประวัติเกษตรกร เพื่อใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ในการกำหนดมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและวางแผนอนาคตต่อไป  พร้อมให้เร่งรัดการจ่ายเงินช่วยเหลือ เยียวยาเกษตรกรตามที่ได้มีมติไปแล้วโดยเฉพาะแก้ปัญหาข้อติดขัดการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยส่งเสริมให้มีการใช้ระบบ prompt pay ด้วย

 



ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/25076