logotype
โครงการขยายอายุเกษียณ 63 ปี

ขณะนี้ สำนักงาน ก.พ.อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อจัดทำรายละเอียดการขยายเกษียณอายุราชการ
ของบุคลากรรัฐอย่างเหมาะสม รอบคอบ และสอดคล้องกับบริบทของระบบราชการต่อไป


สาระสำคัญ

สำนักงาน ก.พ. ได้ศึกษาแนวทางการขยายเกษียณจากราชการมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยกำหนดสาระสำคัญให้การขยายหรือปรับปรุงอายุเกษียณและการขยายอายุราชการทำงานเป็นมาตรการเพื่อรองรับสังคมสูงอายุ  รวมถึงสนับสนุนให้บุคลากรภาครัฐทำงานหรือมีอาชีพหลังเกษียณ และการบริหารกำลังคนภาครัฐในช่วงวัยต่าง ๆ อย่างเหมาะสม


แนวทางการขยายอายุเกษียณ

คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคมกำหนดให้สำนักงาน ก.พ.ศึกษาเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการขยายอายุเกษียณราชการจาก 60 ปี เป็น 63 ปี โดยใช้เวลา 6 ปี คือ 2 ปี ขยาย 1 ปี ซึ่งไม่ครอบคลุมหน่วยงานที่ต้องใช้ศักยภาพทางร่างกาย ทั้งนี้ กำหนดเป้าหมายให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ  และเจ้าหน้าที่ของรัฐ เกษียณอายุราชการที่ 63 ปีในปี พ.ศ. 2567


วิธีดำเนินการ

ขณะนี้ สำนักงาน ก.พ.อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อจัดทำรายละเอียดในส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • การศึกษาเพื่อกำหนดอายุที่ควรเกษียณจากราชการ (Retire from service)
  • อายุที่ควรเกษียณจากงาน  (Retire from job)
  • การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • การประมาณการค่าใช้จ่ายในการขยายอายุเกษียณ
  • การพัฒนาศักยภาพของข้าราชการ
  • การพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับการขยายอายุเกษียณ เป็นต้น และเพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอต่อไป

ทั้งนี้ ปัจจุบันตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 กำหนดให้ข้าราชการพลเรือสามัญซึ่งมีอายุครบ 60 ปี บางตำแหน่งสามารถรับราชการต่อไปได้อีกไม่เกิน 10 ปี อยู่แล้ว ได้แก่ ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป และประเภททั่วไประดับอาวุโสขึ้นไป ในลักษณะงานจำนวน 8 สายงาน  โดยให้ อ.ก.พ.กระทรวงเป็นผู้พิจารณาข้าราชการตามเหตุผลความจำเป็น

หมายเหตุ งานที่สามารถรับราชการต่อไปได้อีกไม่เกิน 10 ปีได้แก่

  • นักกฎหมายกฤษฎีกา
  • แพทย์
  • ทันตแพทย์
  • นายสัตวแพทย์
  • ปฏิบัติงานช่างศิลปิน
  • คีตศิลป์
  • ดุริยางคศิลป์
  • นาฏศิลป์


สรุปผลการดำเนินงาน


เอกสารที่เกี่ยวข้อง

 


หน่วยงานที่รับผิดชอบ : สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน  สำนักนายกรัฐมนตรี

ที่มา : https://www.ocsc.go.th