|
ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ(เอช1เอ็น 1) กำลังขยายตัวไปทั่วโลก และขณะนี้ประเทศไทยพบการระบาดภายในประเทศแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษา และสถานประกอบการ ซึ่งอาจแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้มีอาการคล้ายกันกับไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ธรรมดา ส่วนใหญ่มีอาการน้อยและหายได้โดยไม่ต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล สำหรับผู้ป่วยจำนวนไม่มากในต่างประเทศที่เสียชีวิต มักเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน เป็นต้น ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ โรคอ้วน ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และหญิงมีครรภ์ สำหรับวิธีการติดต่อและวิธีการป้องกันโรค จะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ธรรมดา กระทรวงสาธารณสุข จึงขอให้คำแนะนำในการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ(เอช1 เอ็น 1) ดังนี้ คำแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป- ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ
- ไม่ใช้แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ร่วมกับผู้อื่น
- ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด
- รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยการกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ดื่มน้ำมากๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัดและอากาศถ่ายเทไม่ดีเป็นเวลานาน โดยไม่จำเป็น
- ติดตามคำแนะนำอื่นๆ ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด
- แนวทางสำหรับประชาชนในการป้องกันและดูแลตนเอง เพื่อให้ปลอดภัยจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด A /H1N1 เพิ่มติม
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่แนวทางทั่วไปสำหรับผู้ป่วย - หากมีอาการป่วยไม่รุนแรง เช่น ไข้ไม่สูง ไม่ซึม และรับประทานอาหารได้ สามารถรักษาตามอาการด้วยตนเองที่บ้านได้ ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล ควรใช้พาราเซตามอลเพื่อลดไข้ (ห้ามใช้ยาแอสไพริน) นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากๆ
- ควรหยุดเรียน หยุดงาน จนกว่าจะหายเป็นปกติ และหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น
- สวมหน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็นต้องอยู่กับผู้อื่น หรือใช้กระดาษทิชชู ผ้าเช็ดหน้า ปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ไอ จาม
- ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ โดยเฉพาะหลังการไอ จาม
- หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก หอบเหนื่อย อาเจียนมาก ซึม ควรรีบไปพบแพทย์
แนวทางการดูแลรักษาหญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยหรือสงสัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ แนวทางการปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วยปอดอักเสบจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ A  แผ่นพับไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ชนิดเอ (เอช1เอ็น1) | คู่มือรู้จัก...วิธีสู้หวัด . |  สมุดปกเขียวแนะนำการป้องกัน ไข้หวัดใหญ่ 2009 |  คู่มือประชาชน เรื่อง ไข้หวัดใหญ่ |
คำแนะนำสำหรับสถานประกอบการและสถานที่ทำงาน แนะนำให้พนักงานที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ พักรักษาตัวที่บ้าน หากมีอาการป่วยรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ ตรวจสอบจำนวนพนักงานที่ขาดงานในแต่ละวัน หากพบขาดงานผิดปกติ หรือตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ในแผนกเดียวกัน และสงสัยว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสอบสวนและควบคุมโรค แนะนำให้พนักงานที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ เฝ้าสังเกตอาการของตนเองเป็นเวลา 7 วัน ถ้ามีอาการป่วยให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้าน ในสถานการณ์ปัจจุบัน ยังไม่แนะนำให้ปิดสถานประกอบการหรือสถานที่ทำงาน เพื่อการป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น โต๊ะทำงาน ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ราวบันได คอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยการใช้น้ำผงซักฟอกทั่วไปเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง จัดให้มีอ่างล้างมือ น้ำและสบู่อย่างเพียงพอ ในบางวันควรเปิดประตู หน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และแสงแดดส่องได้ทั่วถึง ควรจัดทำแผนการประคองกิจการในสถานประกอบการและสถานที่ทำงาน เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง หากเกิดการระบาดใหญ่ (ดูรายละเอียดในเว็บไซต์ของสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค http://beid.ddc.moph.go.th)
คำแนะนำสำหรับสถานศึกษา - แนะนำให้นักเรียนที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ พักรักษาตัวที่บ้านหรือหอพัก หากมีอาการป่วยรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์
- ตรวจสอบจำนวนนักเรียนที่ขาดเรียนในแต่ละวัน หากพบขาดเรียนผิดปกติ หรือตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปในห้องเรียนเดียวกัน และสงสัยว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสอบสวนและควบคุมโรค
- แนะนำให้นักเรียนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ เฝ้าสังเกตอาการของตนเองเป็นเวลา 7 วัน ถ้ามีอาการป่วยให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้าน
- หากสถานศึกษาสามารถให้นักเรียนที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ทุกคนหยุดเรียนได้ ก็จะป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้ดี และไม่จำเป็นต้องปิดสถานศึกษา แต่หากจะพิจารณาปิดสถานศึกษา ควรหารือร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่
- ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น โต๊ะเรียน ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ราวบันได คอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยการใช้น้ำผงซักฟอกเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง จัดให้มีอ่างล้างมือ น้ำและสบู่ อย่างเพียงพอ ในบางวันควรเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และแสงแดดส่องได้ทั่วถึง
คำแนะนำ เรื่อง ข้อปฏิบัติสำหรับสถาบันกวดวิชา ร้านอินเตอร์เน็ตและร้านเกมส์ 
คำแนะนำสำหรับหอพัก- เจ้าของหอพักควรให้ข้อมูลความรู้ในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่ผู้พักอาศัยในหอพักรวมทั้งพนักงานในหอพักด้วยช่องทางต่างๆ เช่น ป้ายประกาศ เสียงตามสาย มุมความรู้ โดยเน้นการแนะนำการปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ดี เช่น ล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือบ่อยๆ หากมีอาการไอ จาม ให้ใช้กระดาษทิชชูหรือผ้าปิดปากปิดจมูก หากไม่มีหรือหยิบไม่ทัน ไม่ควรใช้มือป้องจมูกปาก (เพราะหากป่วย เชื้อจะติดอยู่ที่มือ แล้วไปเปรอะเปื้อนตามสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ) ให้ไอจามใส่แขนเสื้อแทน จะช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝอยละอองน้ำมูกน้ำลายหรือเสมหะได้ดี
- จัดสถานที่และอำนวยความสะดวกในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค เช่น
• จัดอ่างล้างมือพร้อมสบู่ กระดาษทิชชู ประจำห้องที่ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องอาหาร ห้องพักผ่อน • จัดมุมให้คำแนะนำและให้บริการหน้ากากอนามัยสำหรับผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ • ทำความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องใช้ ที่มีผู้สัมผัสมากๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะอาหาร โทรศัพท์ ก๊อกน้ำ ด้วยน้ำผงซักฟอก หรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง - หากผู้พักอาศัยในหอพักผู้ใดมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อยตามร่างกาย ยังไม่ควรพักร่วมกับผู้อื่น ให้นอนแยกห้องไว้ก่อนประมาณ 7 วัน หรือหลังจากหายเป็นปกติแล้วอย่างน้อย 1 วัน
- หากมีผู้พักอาศัยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่พร้อมกันจำนวนมากอย่างผิดปกติ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสอบสวน ป้องกัน และควบคุมโรคต่อไป
- หากหอพักใด พบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ(เอ็ช 1 เอ็น 1) แล้ว ให้พิจารณายกเลิกหรือเลื่อนกิจกรรมภายในที่มีการรวมตัวกันหมู่มากที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน
คำแนะนำสำหรับสถานพินิจและทัณฑสถาน - เจ้าหน้าที่ควรให้ข้อมูลความรู้ ในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่เยาวชนในสถานพินิจ ผู้ต้องขัง ญาติที่มาเยี่ยม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ด้วยช่องทางต่างๆ เช่น ป้ายประกาศ เสียงตามสาย มุมความรู้ โดยเน้นแนะนำการปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ดี เช่น ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ หากมีอาการไอ จาม ให้ใช้กระดาษทิชชูหรือผ้าปิดปากปิดจมูก หากไม่มีหรือหยิบไม่ทัน ไม่ควรใช้มือป้องจมูกปาก (เพราะหากป่วย เชื้อจะติดอยู่ที่มือ แล้วไปเปรอะเปื้อนตามสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ) ให้ไอจามใส่แขนเสื้อแทน จะช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝอยละอองน้ำมูกน้ำลายหรือเสมหะได้ดี
- จัดสถานที่และอำนวยความสะดวก ในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค เช่น
• จัดอ่างล้างมือพร้อมสบู่ กระดาษทิชชู ประจำห้องที่ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องอาหาร ห้องพักผ่อน • จัดมุมให้คำแนะนำและให้บริการหน้ากากอนามัยสำหรับผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ • ทำความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องใช้ ที่มีผู้สัมผัสมากๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะอาหาร โทรศัพท์ ก๊อกน้ำ ด้วยน้ำผงซักฟอก หรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง - คำแนะนำเพื่อลดการนำเชื้อเข้ามาแพร่ในสถานพินิจและทัณฑสถาน
• คัดกรองญาติที่จะมาเยี่ยม หากผู้ใดมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ไม่ควรอนุญาตให้เข้าเยี่ยม จนกว่าจะหายเป็นปกติ • คัดกรองเยาชนหรือผู้ต้องขังใหม่ หากผู้ใดมีอาการป่วยคล้ายที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อยตามร่างกาย ให้แยกไว้ก่อน มิให้เข้ามาอยู่รวมกับผู้อื่น เช่น อยู่ในเรือนพยาบาลทั้งกลางวันและกลางคืน จนกว่าจะหายเป็นปกติ • แนะนำเจ้าหน้าที่ เยาวชน ผู้คุม และผู้ต้องขัง หากเริ่มมีอาการป่วยให้แจ้งห้องพยาบาลภายในสถานพินิจหรือทัณฑสถาน และรีบแยกผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดใหญ่ • ให้เจ้าหน้าที่ของสถานพินิจ ทัณฑสถานที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อยตามร่างกาย หยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านพักเป็นเวลา 7 วัน นับจากวันเริ่มป่วย หรือหลังจากหายป่วยแล้วอย่างน้อย 1 วัน • หากเยาวชน ผู้ต้องขัง หรือเจ้าหน้าที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่พร้อมกันจำนวนมากอย่างผิดปกติ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสอบสวน ป้องกัน และควบคุมโรคต่อไป • หากสถานพินิจ ทัณฑสถานใด พบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ(เอ็ช1 เอ็น 1) แล้ว ให้ยกเลิกหรือเลื่อนกิจกรรมภายในที่มีการรวมตัวกันหมู่มากออกไปก่อน จัดแบ่งช่วงเวลาการรับประทานอาหารเป็นกลุ่มให้เหลื่อมเวลากัน พิจารณาปรับการเข้าเยี่ยมของญาติตามความเหมาะสม
คำแนะนำสำหรับค่ายทหารและค่ายอื่นๆ- เจ้าหน้าที่ควรให้ข้อมูลความรู้ ในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่ทหารในค่ายและครอบครัวที่พักอาศัยในค่าย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ด้วยช่องทางต่างๆ เช่น ป้ายประกาศ เสียงตามสาย มุมความรู้ โดยเน้นแนะนำการปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ดี เช่น ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ หากมีอาการไอ จาม ให้ใช้กระดาษทิชชูหรือผ้าปิดปากปิดจมูก หากไม่มีหรือหยิบไม่ทัน ไม่ควรใช้มือป้องจมูกปาก (เพราะหากป่วย เชื้อจะติดอยู่ที่มือ แล้วไปเปรอะเปื้อนตามสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ) ให้ไอจามใส่แขนเสื้อแทน จะช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝอยละอองน้ำมูกน้ำลายหรือเสมหะได้ดี
- จัดสถานที่และอำนวยความสะดวก ในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค เช่น
• จัดอ่างล้างมือพร้อมสบู่ กระดาษทิชชู ประจำห้องที่ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องอาหาร ห้องพักผ่อน • จัดมุมให้คำแนะนำและให้บริการหน้ากากอนามัยสำหรับผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ • ทำความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องใช้ ที่มีผู้สัมผัสมากๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะอาหาร โทรศัพท์ ก๊อกน้ำ ด้วยน้ำผงซักฟอก หรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง - คัดกรองทหารที่จะเข้ามาในค่าย หากผู้ใดมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ให้หยุดงานไว้ก่อน มิให้เข้ามาอยู่รวมกับผู้อื่น เช่น อยู่บ้านพัก หรือในห้องพยาบาล ทั้งกลางวันและกลางคืน จนกว่าจะหายเป็นปกติ
- แนะนำทหารและเจ้าหน้าที่ หากเริ่มมีอาการป่วยให้แจ้งห้องพยาบาลภายในค่าย และรีบแยกผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดใหญ่
- หากมีทหารหรือเจ้าหน้าที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่พร้อมกันจำนวนมากอย่างผิดปกติ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสอบสวน ป้องกัน และควบคุมโรคต่อไป
- หากค่ายใดพบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ(เอ็ช1 เอ็น 1) แล้ว ให้ยกเลิกหรือเลื่อนกิจกรรมภายในที่มีการรวมตัวกันหมู่มากออกไปก่อน จัดแบ่งช่วงเวลาการรับประทานอาหารเป็นกลุ่มให้เหลื่อมเวลากัน
คำแนะนำสำหรับบริษัททัวร์- รักษาสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
- ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้ง หลังเข้าห้องน้ำ หลังสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย น้ำมูก และหลังดูแลลูกทัวร์ที่สงสัยป่วยในระยะใกล้ชิด (ระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร)
- ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูปิดปาก จมูก ขณะไอ/จาม หลังจากนั้นให้ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์
- ควรสวมหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูก ขณะปฏิบัติงานบริการลูกทัวร์ที่มีอาการสงสัยป่วย หรืออยู่ในบริเวณที่แออัด
- หากพบลูกทัวร์ที่มีอาการไข้ ตัวร้อน มีน้ำมูก ไอ/จาม เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก ให้นำตัวไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา และลงบันทึกรายงานการเจ็บป่วยมายังกระทรวงสาธารณสุขทางโทรสารหมายเลข 0 2965 9484 ทุกวัน >>เอกสารเพิ่มเติม และแบบรายงานนักท่องเที่ยว <<
- หากพบว่าตนเองมีไข้ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาทันที และรักษาตัวให้หายเป็นปกติก่อนกลับมาปฏิบัติงานตามปกติ
คำแนะนำสำหรับโรงแรม และ Guest houseตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าพักหากพบว่ามาจากประเทศที่ได้รับผลกระทบ และมีอาการไข้ ตัวร้อน มีน้ำมูก ไอ/จาม เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก ให้มอบบัตรเตือนสุขภาพ (Health Beware Card) และแนะนำให้พบแพทย์ บันทึกรายชื่อผู้เข้าพักที่มีอาการป่วยหรือสงสัยป่วยลงในแบบบันทึกรายงานการเจ็บป่วยมายังกระทรวงสาธารณสุขทางโทรสารหมายเลข 0 2965 9484 สำหรับพนักงานต้อนรับ พนักงานยกกระเป๋า ควรสวมหน้ากากอนามัยขณะปฏิบัติงานหรือใกล้ชิดกับผู้เข้าพักที่มีอาการป่วยหรือสงสัยป่วยในระยะใกล้ชิด (ระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร) หมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้ง ก่อนเตรียมอาหารหรือรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ หลังสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่นน้ำลาย น้ำมูก พนักงานต้อนรับ พนักงานยกกระเป๋า ควรรักษาสุขภาพ หากพบว่ามีไข้ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาทันที และรักษาตัวให้หายเป็นปกติก่อนกลับมาปฏิบัติงาน
คำแนะนำสำหรับเจ้าหน้าที่สถานทูตในประเทศที่ได้รับผลกระทบ (Affected area)ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคอย่างใกล้ชิด ประชาสัมพันธ์ให้คนไทย (แรงงานไทย เจ้าหน้าที่สถานทูต ครอบครัวคนไทย) ภายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทราบเป็นระยะ เมื่อพบว่าสถานการณ์การระบาดของโรคมีแนวโน้มกระจายในวงกว้างขึ้น ให้อพยพคนไทยมาอยู่ในสถานที่ปลอดภัย หรือส่งตัวกลับประเทศไทยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้ง หลังเข้าห้องน้ำ หลังสัมผัสสารคัดหลั่งเช่นน้ำลาย น้ำมูก ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูปิดปาก จมูก ขณะไอ/จาม หลังจากนั้นให้ ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์ หากพบว่ามีไข้ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาทันที ควรรักษาตัวให้หายเป็นปกติก่อนกลับมาปฏิบัติงาน
คำแนะนำสำหรับผู้ควบคุมยานพาหนะและลูกเรือก่อนทำการบิน รักษาสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้ง ก่อนเตรียมอาการหรือรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ ขณะไอ/จามควรใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูปิดปาก จมูก ต้องล้างมือทันทีด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือเจลแอลกอฮอล์ หากพบว่ามีไข้ควรพบแพทย์ทันทีและงดบินจนกว่าจะหายเป็นปกติ ควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อเช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือ เจลแอลกอฮอล์ เพื่อให้ใช้ป้องกันตนเอง หรือเมื่อผู้โดยสารร้องขอ
ขณะทำการบิน ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ก่อนและหลังจากเตรียมอาหาร สัมผัสสารคัดหลั่ง(น้ำมูก น้ำลาย) ที่ติดตามที่นั่ง ถาดอาหาร หรือหลังให้บริการผู้โดยสารที่สงสัยป่วยในระยะใกล้ชิด (ระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร) หากพบผู้โดยสารที่มีอาการ ไข้ มีมูก ไอ/จาม ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก เจ็บคอ ให้แยกผู้โดยสารรายนั้นไปไว้ที่นั่งบริเวณท้ายเครื่องและใช้กากอนามัยปิดปากและจมูกเพื่อกันการแพร่กระจายเชื้อ หากไม่มีที่นั่งว่างให้ผู้โดยสารที่สงสัยป่วยสวมหน้ากากอนามัย หากไม่สามารถสวมได้ให้พนักงานสายการบินแจกหน้ากากอนามัยให้กับผู้โดยสารที่นั่ง 2 แถวหน้าหลังและ แถวเดียวกันกับผู้สงสัยป่วย รวมทั้งพนักงานสายการบินที่ให้บริการบนเครื่อง ให้ลูกเรือแจ้งผู้ควบคุมเครื่องบินติดต่อหอบังคับการบินเรื่องการพบผู้ป่วยบนเครื่อง เพื่อเตรียมดำเนินการรับตัวผู้ป่วยภาคพื้นดิน กรณีไม่พบผู้สงสัยป่วย แต่เป็นเที่ยวบินที่มาจากประเทศเสี่ยงให้แจกแบบ ต.8 และแนะนำการกรอกให้กับผู้โดยสาร ประกาศแจ้งผู้โดยสารทราบขั้นตอนการตรวจคัดกรองของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ภาคพื้นดิน หลังกลับจากปฏิบัติการบินแล้วพบว่ามีไข้ให้พบแพทย์ทันที่เพื่อทำการตรวจรักษา งดบินจนกว่าจะหายเป็นปกติ
คำแนะนำสำหรับพนักงานสายการบินภาคพื้นดินรักษาสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ก่อนและหลังจากเตรียมอาหาร สัมผัสสารคัดหลั่ง(น้ำมูก น้ำลาย) ที่ติดตามที่นั่ง ถาดอาหาร หรือหลังให้บริการผู้โดยสารที่สงสัยป่วยในระยะใกล้ชิด (ระยะห่างอย่างน้อย1 เมตร) ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูปิดปาก จมูก ขณะไอ/จาม หลังจากนั้นให้ล้างมือ ให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์ ควรสวมหน้ากากอนามัยขณะปฏิบัติหน้าที่บริการผู้โดยสารที่ป่วยหรือสงสัย หากพบว่ามีไข้ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาทันที ควรรักษาตัวให้หายเป็นปกติก่อนกลับมาปฏิบัติงาน
คำแนะนำสำหรับกิจกรรมการรวมตัวของคนหมู่มากผู้จัดงานหรือเจ้าภาพงาน ผู้จัดงานหรือกิจกรรมการรวมตัวของคนหมู่มาก ควรให้ข้อมูลข่าวสารในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคแก่ผู้มาร่วมงานหรือกิจกรรม โดยใช้ช่องทางต่างๆ เช่น การส่งจดหมายแจ้งข่าว การประกาศในงาน การลงคำแนะนำในหนังสือพิมพ์ มุมนิทรรศกา ผู้จัดงานควรอำนวยความสะดวกในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคแก่ผู้ร่วมงาน เช่น • จัดอ่างล้างมือ พร้อมสบู่ กระดาษทิชชู ในห้องน้ำ ให้พอเพียง • ทำป้ายคำแนะนำหรือหน่วยให้คำแนะนำผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่บริเวณ ทางเข้างาน • จัดบริการทางเลือกสำหรับผู้ที่ประสงค์มาร่วมงานเพื่อลดความแออัด โดยการสื่อสาร ข้อมูลทางอื่นทดแทนการมาร่วมงาน เช่น ให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ จดหมาย • จัดให้มีผู้ทำความสะอาดอุปกรณ์และบริเวณที่มีผู้สัมผัสปริมาณมาก เช่น ราวบันได ลูกบิดประตู ห้องน้ำ ด้วยน้ำผงซักฟอก หรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป อย่างสม่ำเสมอและบ่อยกว่าในภาวะปกติ • จัดหาหน้ากากอนามัยสำหรับผู้มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ที่มีความจำเป็นต้องอยู่ร่วมกิจกรรม
คำแนะนำสำหรับผู้มาร่วมกิจกรรม ผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หากอาการไม่มาก ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 7 วันนับจากวันเริ่มป่วย หรือหลังจากหายเป็นปกติแล้วอย่างน้อย 1 วัน และไม่ควรเข้าร่วมงานหรือกิจกรรมกับคนหมู่มาก แต่หากจำเป็นต้องเข้าร่วมงาน ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา กลุ่มเสี่ยงที่หากป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่จะมีอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ หญิงมีครรภ์ และผู้มีโรคอ้วน ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่มีการรวมตัวของคนหมู่มาก เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการแพร่กระจายของโรคนี้ในวงกว้างแล้ว ประชาชนทั่วไปที่ไปรวมตัวกัน ควรปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ดี เช่น ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ หากมีอาการไอ จาม ให้ใช้กระดาษทิชชูหรือผ้าปิดปากปิดจมูก หากไม่มีหรือหยิบไม่ทัน ไม่ควรใช้มือป้องจมูกปาก (เพราะหากป่วย เชื้อจะติดอยู่ที่มือ แล้วไปเปรอะเปื้อนตามสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ) ให้ไอจามใส่แขนเสื้อแทน จะช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝอยละอองน้ำมูกน้ำลายหรือเสมหะได้ดี จากความรู้เรื่องโรคไข้หวัดใหญ่และสถานการณ์ในขณะนี้ การที่ประชาชนที่ไม่ป่วยสวมหน้ากากอนามัย จะมีประโยชน์น้อย แต่หากผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัย จะมีประโยชน์ในการลดการแพร่กระจายเชื้อและป้องกันการระบาดได้มาก
คำแนะนำในการดูแลผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดใหญ่ สำหรับเจ้าหน้าที่ในส่วนต่างๆ เช่น หอพัก สถานพินิจและทัณฑสถาน ฯลฯฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ห้องพยาบาลและอาสาสมัครที่จะดูแลผู้ป่วย แยกผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ ดูแลผู้ป่วยตามคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วย และให้ผู้ป่วยพักผ่อนมากๆ และไม่ควรให้ออกกำลังหนัก มิฉะนั้นอาจทำให้อาการป่วยทรุดลง เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ จำกัดการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การย้ายไปอาคารอื่นของหอพักในช่วง 7 วันนับจากวันเริ่มป่วย หากมีผู้พักอาศัยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่พร้อมกันจำนวนมาก ให้จัดห้องหรือห้องโถงแยกสำหรับผู้ป่วยไว้ในบริเวณเดียวกัน และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะ โดยมิให้ย้ายไปมาระหว่างห้อง ชั้น หรืออาคารต่างๆ ไม่จำเป็นต้องแยกอุปกรณ์การรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย แต่ให้ทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องครัว ล้างจาน ชาม ช้อน แก้วน้ำให้สะอาด ก่อนผู้ป่วยอื่นจะใช้ ซักทำความสะอาด เครื่องนอน เช่น ผ้าห่ม ผ้าปูเตียง ก่อนผู้ป่วยอื่นจะใช้ หากผู้พักอาศัยประสงค์จะย้ายออกไปจากหอพักในระหว่างที่มีอาการป่วย ควรให้คำแนะนำผู้ที่ป่วยเล็กน้อยดูแลรักษาตัวที่บ้าน หรือหากอาการมากควรไปรับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาล ควรให้การดูแลเป็นพิเศษแก่ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ หญิงมีครรภ์ และผู้ที่เป็นโรคอ้วน
หน้ากากอนามัยแหล่งข้อมูลการติดต่อเพื่อปรึกษากับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่- กรุงเทพมหานคร: กองควบคุมโรค สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ 0 2245 8106 , 0 2246 0358 และ 0 2354 1836 - ต่างจังหวัด: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเพิ่มเติม หมายเหตุผู้เรียบเรียงได้นำข้อมูล คำแนะนำคำแนะนำกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ(เอช1เอ็น1) ฉบับที่ 7 วันที่ 13 มิถุนายน 2552 มาจัดรูปแบบใหม่ หากต้องการอ่านต้นฉบับสามารถอ่านได้ที่ สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค 
ที่มา
|