logotype
ถามตอบ บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง

คำถาม การทำบัตรทองของผู้ที่มีชื่อที่อยู่ในทะเบียนบ้านกลาง มีกี่กรณี และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

คำตอบ  มี 2 กรณี  คือ

  • กรณีที่อยู่ในทะเบียนบ้านกลางแล้ว  เอกสารที่ต้องใช้ประกอบ คือ
    •  สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ที่ต้องการทำบัตรทอง
    • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่ต้องการทำบัตรทอง
    • สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน เซ็นต์รับรองว่ามีชื่อของผู้ที่ต้องการทำบัตรทองจริ
    • การลงทะเบียน : นำเอกสารไปลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขตหรือที่ ณ ที่ว่าการอำเภอ ฝ่ายปกครองและฝ่ายคลัง             
  • กรณีที่ยังไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านกลางแต่มาอยู่ในอีกจังหวัดหนึ่งหรือพื้นที่หนึ่ง  เอกสารที่ต้องใช้ประกอบ คือ
    •  สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ที่ต้องการทำบัตรทอง
    •  สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่ต้องการทำบัตรทอง
    • สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน เซ็นต์รับรองว่าเราอยู่จริง
    • การลงทะเบียน : นำเอกสารไปลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขตหรือที่ ณ ที่ว่าการอำเภอ ฝ่ายปกครองและฝ่ายคลัง           

 *หมายเหตุ 

  •   1 ปีทำเรื่องย้ายได้ 2 ครั้ง  
  •  ทำที่ปลายทางที่เราต้องการทำบัตรทองเท่านั้น
  •  ผู้ที่ต้องการทำบัตรทองไม่สามารถมาด้วยตัวเองได้ให้ทำหนังสือมอบฉันทะ      

คำถาม  การเปลี่ยนสถานพยาบาลในบัตรทอง กรณีที่โรงพยาบาลยกเลิกการเข้าร่วมโครงการบัตรทอง  30 บาท ต้องทำอย่างไรบ้างอะไรบ้าง?

คำตอบ

  • โรงพยาบาลจะแจ้งให้ทราบเองว่าโรงพยาบาลจะยกเลิการเข้าร่วมโครงการบัตรทอง 30 บาท หรือออกเป็นหนังสือแจ้งให้ทราบ
  •  หากไม่ได้รับทราบการแจ้งจากทางโรงพยาบาล สำนักงานหลักประกันสุขภาพ จะเลือกโรงพยาบาลให้อัตโนมัติ

*หมายเหตุ  

  •  ถ้าอยู่ในเขตกทม.สามารถที่จะลงทะเบียนเปลี่ยนใหม่ได้ที่สำนักงานเขต
  •  ถ้าอยู่ต่างจังหวัดไม่สามารถที่จะเปลี่ยนได้ต้องใช้บริการบัตรทองตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพระบุไว้ให้เท่านั้น

คำถาม บัตรทอง 30 บาท ใช้สิทธิใดได้บ้าง หมดอายุเมื่อใด

คำตอบ  ผู้มีสิทธิในโครงการ 30 บาท จะได้รับบริการรักษาพยาบาล ฟื้นฟูสภาพ การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ซึ่งจำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต เช่น ตรวจรักษาทุกโรค ตั้งแต่ไข้หวัด มะเร็ง จนถึงโรคหัวใจได้รับยารักษาโรคต่าง ๆ รวมทั้งคำแนะนำปฏิบัติตัว ล้างแผล เย็บแผลผ่าตัด ฝากท้อง ทำคลอด ทำหมันและวางแผนครอบครัว ฉีดวัคซีนและเซรุ่มป้องกันโรคพื้นฐาน รักษาโรคฟันต่าง ๆ ขูดหินปูนเคลือบฟลูออไรด์ ทำฟันปลอมที่ใช้อะไครลิกเป็นฐาน ที่ทันตแพทย์เห็นว่าจำเป็นต่อการเคี้ยวอาหาร การตรวจเช็กร่างกายที่จำเป็นเพื่อให้การป้องกันและรักษาแต่เนิ่น ๆ เช่น การตรวจหามะเร็งปากมดลูก และอื่น ๆ ที่ สธ. จะประกาศให้ทราบ อวัยวะเทียมหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการบำบัดรักษาโรค รวมทั้งค่าซ่อมแซม ค่าห้องและค่าอาหาร ประเภทผู้ป่วยสามัญ หากต้องการใช้บริการที่เกินความจำเป็นหรือนอกเหนือจากชุดสิทธิประโยชน์พื้นฐานกำหนดไว้ ค่าใช้จ่ายเหนือจากนั้นต้องจ่ายเพิ่มเอง โดยบัตรไม่มีวันหมดอายุ


คำถาม สำหรับคนที่มีอาชีพอิสระ มีฐานดีพอสมควร มีประกันสุขภาพของเอกชนอยู่แล้วด้วย แต่ไม่เคยได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาลของรัฐใด ๆ เลย จะขอใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท ได้หรือไม่

คำตอบ  ได้ เป็นสิทธิตามกฎหมาย เพราะ สธ.ประกาศแล้วว่าโครงการนี้เป็นการสร้างหลักประกัน สุขภาพ "ถ้วนหน้า" ไม่ใช่สร้างสุขภาพ "คนจน" เพราะฉะนั้นใครที่ไม่เคยมีสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐ สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ทุกคน รวมทั้งคนชนชั้นกลาง คนรวยก็ตาม แต่คนกลุ่มนี้อาจจะช่วยเหลือโครงการนี้แบบร่วมด้วยช่วยกันได้ ประมาณว่าอาจจะบริจาคให้กับ รพ.เพิ่มเติม ซึ่งมีปรากฎให้เห็นเกือบทุก รพ. มีคนจ่าย 30 บาท แล้วยังบริจาคเงินให้อีกจำนวนหนึ่งด้วย คงเพราะคิดว่า 30 บาทไม่น่าจะรักษาโรคได้จึงจ่ายเพิ่มให้ แต่คาดว่าในอนาครัฐอาจจะมีการเก็บภาษีรูปแบบใหม่ที่เก็บภาษาจากคนรวยมากขึ้น เพื่อให้เกิดการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขมากกว่านี้ แต่อย่างไรก็ดี ถ้าคนชนชั้นกลาง คนรวยที่มีประกันสุขภาพเอกชนอยู่ เสียเงินทางนั้นไปแล้วก็อยากขอความกรุณาไปใช้สิทธินั้นเพื่อจะได้ช่วยลดภาระของโครงการนี้ และให้คนที่ด้อยโอกาสได้เข้าถึงบริการ


คำถาม ระหว่างบัตรประกันสุขภาพแบบสมัครใจที่เสีย 500 บาทรักษาฟรีได้ทั้งครอบครัวไม่เกิน 5 คน ทั้งปี กับบัตรทองที่เจ็บป่วยต้องจ่ายครั้งละ 30 บาท บัตรประกันสุขภาพน่าจะดีกว่าบัตรทองมิใช่หรือ? สิทธิประโยชน์แตกต่างกันอย่างไร?

คำตอบ ขณะนี้สิทธิประโยชน์ของบัตรทองถือว่าละเอียดมากที่สุด ถือว่าดีที่สุด ดีกว่าโครงการประกันสุขภาพของรัฐและเอกชนที่มีอยู่ในอดีตทั้งหมดเพราะให้บริการสุขภาพครอบคลุมตั้งแต่เด็ก ดูแลฉีดวัคซีน ดูแลแม่ก่อนคลอด มีบริการวางแผนครอบครัว ซักประวัติตรวจร่างกาย เน้นส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค แต่คนที่เป็นโรคเรื้อรังย่อมรู้สึกว่าการเสีย 30 บาททุกเดือนหรือทุกครั้งที่ต้องไปพบแพทย์หรือรับยาจากสถานพยาบาล ต้องจ่ายมากกว่า 500 บาทต่อปี และหากต้องบวกค่ารถแต่ละครั้งที่ไปหาหมอด้วยยิ่งจ่ายมากพอสมควร ซึ่งอยากขอความเข้าใจตรงนี้ว่าโครงการนี้อยู่ในระยะเริ่มต้น ขณะนี้ สธ. อยู่ระหว่างการปรับสิทธิประโยชน์ช่วยเหลือผู้ป่วยในกลุ่มนี้ให้มากขึ้น


คำถาม ผู้ประกันตนในโครงการประกันสังคม และข้าราชการบำนาญขอมาใช้สิทธิโครงการ 30 บาท ได้หรือไม่ เพราะการไปใช้สิทธิสวัสดิการของรัฐที่มีอยู่ค่อนข้างยุ่งยาก อยากจ่าย 30 บาท แล้วได้รับการรักษาเลยได้หรือไม่?

คำตอบ  ไม่ได้ เพราะจะเป็นการใช้สิทธิซ้ำซ้อน และทำให้โครงการ 30 บาท รับภาระมากขึ้น ขอความกรุณาประชาชนที่มีสิทธิสวัสดิการอยู่แล้วไปใช้สิทธิของตนเองต่อไป แต่เมื่อใดที่โครงการ 30 บาท สามารถปรับสิทธิประโยชน์ ควบคุมคุณภาพมาตรฐานได้มากกว่านี้ โอกาสที่รัฐบาลจะรวมทุกกองทุนเข้าเป็นกองทุนเดียวมีสูง ในเวลานั้นอาจได้สิทธิเดียวกันนี้ก็ได้ ขอให้รอคงอีกไม่นานนี้


คำถาม คนที่อายุเกิน 60 ปี จะต้องทำบัตรผู้สูงอายุหรือบัตรทอง 30 บาท?

คำตอบ  ผู้สูงอายุให้ทำบัตรทองได้เลย เพราะขณะนี้ไม่มีแล้วบัตรผู้สูงอายุ บัตรผู้มีรายได้น้อย (บัตร สปร.) ที่ครอบคลุมเด็กแรกเกิดถึง 12 ปี พระสงฆ์ ทหารผ่านศึกษา ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสที่สังคมควรช่วยเหลือเกื้อกูล สามารถติดต่อขอทำบัตรทองที่สถานพยาบาลของรัฐใกล้บ้านได้เลย ท่านจะได้รับบัตรฟทองที่มีอักษร "ท" มุมขวาของบัตร เพื่อจะไม่ต้องจ่าย 30 บาท สำหรับผู้สูงอายุเพิ่มจะทำบัตรก็จะได้รับสิทธิดังกล่าวทันที รวมทั้งผู้ที่เข้าข่ายเป็นผู้ด้อยโอกาสที่สังคมควรช่วยเหลือเกื้อกูล เป็นคนจนตกขอบที่ไม่เคยมีสิทะใด ๆ มาก่อน เมื่อมาขอใช้สิทธิบัตรทองขอให้ผู้นำชุมชน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน รับรองสิทธิมาให้ก็จะได้รับบัตรทองชนิดพิเศษนี้เช่นเดียวกัน


คำถาม ถ้าบัตรทองไว้ท้องที่หนึ่งแล้วประสบอุบัติเหตุ อีกท้องที่หนึ่งจะขอรับบริการได้ที่ไหนบ้าง?

คำตอบ ขณะนี้ใช้ได้กับสถานพยาบาลทุกที่ที่อยู่ในโครงการ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม นี้ รพ.ของรัฐเกือบทั้งหมดก็เข้าร่วมในโครงการนี้แล้ว จะเหนือ รพ.เอกชนเพียงไม่กี่แห่งที่ยังไม่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเมือง เพราะฉะนั้นประชาชนไม่ต้องเกรงว่าจะเดือดร้อน เกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินแล้วถูก รพ.ปฏิเสธการรักษาหรือแม้ว่าเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินจริง ๆ จำเป็นต้องเข้าไปใช้บริการใน รพ.เอกชนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการก็เข้าได้ เพราะรัฐจะจ่ายค่าใช้จ่ายทีเกิดขึ้นให้เท่ากับที่ รพ.ที่เข้าร่วมโครงการได้ พร.เอกชนดังกล่าจะไม่เสียเปรียบ นอกจากนี้ รพ.เอกชนดังกล่าวไม่มีสิทธิปฏิเสธผู้ป่วยฉุกเฉินไม่ว่ากรณีใด ๆ เพราะตาม พ.ร.บ. สถานพยาบาล 2541 กำหนดเป็นกฎหมาย รพ.จะต้องช่วยเหลือผู้ป่วยกรณีฉุกเฉินตามสมควร ไม่มีสิทธิปฏิเสธผู้ป่วย หากทำจะถูกปรับและลงโทษอย่างหนัก


คำถาม แล้วถ้าไปขอใช้ รพ.ของรัฐหรือเอกชนที่เข้าร่วมโครงการตามสะดวกจะได้หรือไม่

คำตอบ ตามสะดวกไม่ได้ แต่ถ้าเป็นกรณีฉุกเฉิน เช่น ได้รับอุบัติเหตุใช้ได้ทุกที่ ถ้าไม่ได้พกบัตรก็ให้แจ้งสถานบริการว่ามีสิทธิบัตรทอง


 คำถาม จะรู้ได้อย่างไรว่ายาที่ได้จากโครงการ 30 บาท เป็นยาดีมีคุณภาพ ถ้ากลัวจะได้ยาน้อยลงเมื่อใช้บริการ 30 บาท แล้วจะร้องเรียนได้ที่ไหนอย่างไร

คำตอบ ช่วงนี้ สธ. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้คุยกันเบื้องต้นว่าจะต้องทำ 2 อย่างพร้อมกัน คือ 1.ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจดีขึ้นว่ายาตามบัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยาเลียนแบบผลิตโดยบริษัทยาในประเทศไทยและยาที่ผลิตโดย อภ. เป็นยาที่มีคุณภาพผ่านมาตรฐานการผลิตที่ดี (จีเอ็มพี) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาแล้ว จึงเป็นยาที่มีคุณภาพเท่ากับยาต่างประเทศ 2.กรมวิทย์ ฯ และ อย. จะร่วมกันออกสุ่มเก็บยาตาม รพ.ที่เข้าร่วมโครงการมาตรวจเป็นระยะ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนเรื่องยาดีมีคุณภาพ ส่วนผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับยาเป็นจำนนมากในแต่ละเดือน เกรงว่า รพ.จะลดยาลงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายของ รพ.นั้น คงไม่มี รพ.ใดทำเช่นนั้น เพราะถ้าจ่ายยาน้อย ยาหมดเร็ว ผู้ป่วยก็ต้องเดินทางมารับยาใหม่อยู่ดี ซึ่งไม่ได้เป็นการช่วยลดภาระของ รพ. แต่กลับสร้างความลำบากให้ผู้ป่วยด้วย ไม่เชื่อว่าจะมีใครทำเช่นนั้น นอกเสียจากว่าจะมีสถานพยาบาลที่รัฐเข้าไปดูแลไม่ทั่วถึง และหากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นสามารถร้องเรียนได้ที่ โทร. 1669 หรือให้แจ้งเรื่องต่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หรือองค์กร/บุคคลที่คิดว่าสามารถเป็นที่พึ่งของคุณได้ หรือรวมตัวกันเป็นกลุ่มประชาคมเพื่อคุ้มครอง ผู้บริโภค หรือตรวจสอบริการโดยส่งเรื่องทั้งหมดไปที่ตู้ ปณ.12 หรือตู้ ปณ.81 ตู้ปณ.219 ปณ. จ.นนทบุรี 11000 เรื่องทั้งหมดจะถูกนำเสนอต่อผู้มีอำนาจเพื่อแก้ไขต่อไป


 คำถาม บัตรทอง 30 บาท ตรวจร่างกายประจำปีได้ หรือไม่ ถ้าอยู่ ๆ จะเดินเข้าไปใน รพ.และขอใช้สิทธิจะถูกหมอปฏิเสธหรือไม่?

คำตอบ ใช้ได้ในชุดสิทธิประโยชน์ของบัตรทอง ขณะนี้ตรวจสุขภาพร่างกายแบบพื้นฐานบางอย่างเท่านั้น โดยเน้นการตรวจในโรคที่อาจมีโอกาสเป็นอันตรายได้สูง เช่น การตรวจสายตา ความดันโลหิต ตรวจมะเร็งเต้านมด้วยมือเป็นการตรวจเป็นกายภาพยังไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ เพราะจะมีค่าใช่จ่ายสูงมากแต่การตรวจแบบนี้ก็วินิจฉัยได้ค่อนข้างแม่นยำ ตรวจมะเร็งทางทวารหนัก ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจเลือด ปัสสาวะ อุจจาระ ตรวจระดับน้ำตาล เพื่อดูว่าเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ ซึ่งผู้ที่อายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไปน่าจะตรวจได้แล้ว แต่กำหนดให้ตรวจได้ปีละครั้งเท่านั้น ใช้ได้ทั้ง รพ. รัฐและเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ

คำถาม บัตรทอง 30 บาท ถ้าไปใช้บริการคลินิกนอกเวลาราชการตาม รพ.รัฐที่ร่วมโครงการจะเสีย 30 บาท เหมือนกันหรือไม่อย่างไร

คำตอบ เสียเหมือนกัน ถ้ายังอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ของโครงการ 30 บาท นอกเสียแต่ว่าประชาชนจะไปขอรับบริการพิเศษมากกว่าที่โครงการกำหนดไว้ เช่น ขอตรวจกับแพทย์เฉพาะทางโดยที่ไม่มีการส่งต่อ ซึ่งจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่ รพ.นั้น ๆ กำหนดเรื่องนี้ สธ. ได้มีมติออกมาแล้วทำหนังสือแจ้งเวียนให้ทุก รพ.ปฏิบัติเหมือนกันแล้ว


 คำถาม สำหรับคนที่มีชื่อและทะเบียนบ้านอยู่จังหวัดหนึ่ง แไปทำงานอีกจังหวัดหนึ่งจะไปขอใช้สิทธิในจังหวัดที่ทำงานอยู่ได้หรือไม่ และถ้าต้องย้ายกลับมาที่จังหวัดบ้านเกิดอีกจะทำอย่างไร รวมทั้งเกษตรกรที่มาทำงานในเมือง พอถึงหน้าฝนก็กลับไปทำนา หมดหน้านาก็เข้าเมืองอีกจะทำอย่างไร?

คำตอบ เสียเหมือนกัน ถ้ายังอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ของโครงการ 30 บาท นอกเสียแต่ว่าประชาชนจะไปขอรับบริการพิเศษมากกว่าที่โครงการกำหนดไว้ เช่น ขอตรวจกับแพทย์เฉพาะทางโดยที่ไม่มีการส่งต่อ ซึ่งจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตาที่ รพ.นั้น ๆ กำหนดเรื่องนี้ สธ. ได้มีมติออกมาแล้วทำหนังสือเวียนให้ทุก รพ.ปฏิบัติเหมือนกันแล้ว


 คำถาม สำหรับคนที่มีชื่อและทะเบียนบ้านอยู่จังหวัดหนึ่งแต่ไปทำงานอีกจังหวัดหนึ่งจะไปขอใช้สิทธิในจังหวัดที่ทำงานอยู่ได้หรือไม่ และถ้าต้องย้ายกลับมาที่จังหวัดบ้านเกิดอีกจะทำอย่างไร รวมทั้งเกษตรกรที่มาทำงานในเมือง พอถึงหน้าฝนก็กลับไปทำนา หมดหน้านาก็เข้าเมืองอีกจะทำอย่างไร?

คำตอบ เสียเหมือนกัน ถ้ายังอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ของโครงการ 30 บาท นอกเสียแต่ว่าประชาชนจะไปขอรับบริการพิเศษมากกว่าที่โครงการกำหนดไว้ เช่น ขอตรวจกับแพทย์เฉพาะทางโดยที่ไม่มีการ ส่งต่อ ซึ่งจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่ รพ.นั้น ๆ กำหนดเรื่องนี้ สธ. ได้มีมติออกมาแล้วทำหนังสือแจ้งเวียนให้ทุก รพ.ปฏิบัติเหมือนกันแล้ว


 คำถาม สำหรับคนที่มีชื่อและทะเบียนบ้านอยู่จังหวัดหนึ่งแต่ไปทำงานอีกจังหวัดหนึ่งจะไปขอใช้สิทธิในจังหวัดที่ทำงานอยู่ได้หรือไม่ และถ้าต้องย้ายกลับมาที่จังหวัดบ้านเกิดอีกจะทำอย่าไร รวมทั้งเกษตรกรที่มาทำงานในเมือง พอถึงหน้าฝนก็กลับไปทำนา หมดหน้าก็เข้าเมืองอีกจะทำอย่างไร

คำตอบ ขณะนี้ สธ. อนุญาตให้ผู้มีสิทธิสามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลได้ปีละ 2 ครั้ง โดยสามารถย้ายทะเบียนบ้านไปใช้สิทธิในจังหวัดที่ต้องการได้ หรือถ้าไม่ย้ายทะเบียนบ้านจะต้องนำหลักฐานมายืนยันว่า โดยให้นายจ้างทำหนังสือรับรองว่าทำงานอยู่ที่จังหวัดนั้นจริง สำหรับประชาชนที่ย้ายถิ่นบ่อยเข้ามาหางานทำในเมือง และไม่มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่ง ไม่มีที่ยอู่เป็นหลักแหล่งเช่นกัน อาจจะขอให้เจ้าของบ้านเช่าทำหนังสือรับรองมายื่นพร้อมบัตรประชาชน และนำบัตรทองที่มีอยู๋แล้วมาเปลี่ยนสถานพยาบาลประจำตัวกับ รพ.ในพื้นที่ที่ต้องกาสรใช้สิทธิได้


คำถาม ขณะนี้ สธ. แจกบัตรทองให้ประชาชนเกือบหมดแล้ว สำหรับประชาชนที่รายชื่อตกหล่นสามารถไปขอชี้สิทธิเพิ่มได้ที่ไหน?

คำตอบ ใน กทม.นั้น มี รพ.แม่ข่ายหลัก 3 แห่ง ใน 13 เขตที่นำร่องคือ 1. รพ.นพรัตน์ราชธานี 2.รพ. ภูมิพล ฯ 3. รพ.พระปิ่นเกล้า ส่วนต่างจังหวัดนั้น สามารถขอขึ้นทะเบียนได้ที่ รพ.ของรัฐทุกแห่ง ขณะนี้ประชาชนที่ตกหล่นส่วนใหญ่เป็นคนเมืองที่ย้ายที่อยู่บ่อย เจ้าหน้าที่ไปสำรวจแล้วไม่พบชื่อหรือไม่ก็เป็นคนเมืองที่สถานพยาบาลมีปัญหาตกลงกันเรื่องพื้นที่ ไม่ได้ว่าใครรับผิดชอบจากเขตไหนถึงไหน ใครที่ ตนเองรู้ว่าอาจจะตกหล่นจากสิทธิดังกล่าวขอให้รีบไปขอขึ้นทะเบียนกับ รพ.รัฐใกล้บ้านที่ตนเองต้องการไปใช้บริการได้เลย โครงการ 30 บาท เพิ่งจะตั้งไข่เท่านั้น อุปสรรค และปัญหายังมีปรากฎให้เห็นและทยอยเข้ามา การทำโครงการนี้หลีกไม่พ้นที่จะต้องทำไปแก้ไป เพื่อให้ประชาชนมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แม้ไม่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยก็เป็นที่ยอมรับของประชาชนได้ระดับหนึ่ง


 หมายเหตุ : แม้รัฐบาลจะขยายการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคทั่วประเทศ และนำร่องในกรุงเทพ ฯ ก่อน 13 เขต เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีประชาชนจำนวนมากถามว่าจะใช้สิทธิในโครงการนี้อย่างไร และสิทธิประโยชน์ครอบคลุมอะไรบ้าง โดย นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งดูแลเรื่องนี้โดยตรง จะช่วยตอบปัญหาที่ถูกถามเข้ามาบ่อยให้หายข้องใจ