logotype
เกี่ยวกับศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน
Monday, 26 December 2011 02:17

ความเป็นมา

ยุคของโลกการสื่อสารไร้พรมแดน ทำให้โลกการสื่อสารแคบลงเรื่อย ๆ เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการติดต่อสื่อสาร ทำให้เราได้รับข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของโลก ด้วยเหตุนี้ ทำให้เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการเรียนรู้วิทยาการสมัยใหม่และการได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิต การดำเนินธุรกิจทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชน การพัฒนาประเทศและการพัฒนาความรู้ของประชาชนให้ทัดเทียมกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

รัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงบทบาทสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2546 โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นนโยบายที่มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาปฏิรูประบบบริการของรัฐให้มีประสิทธิภาพ สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอดเวลา อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม และเพื่อเป็นการตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลดังกล่าว และจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2546 อนุมัติให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานภาครัฐดำเนินการเกี่ยวกับศูนย์บริการประชาชน (Call Center) โดยใช้บริการ"โครงการศูนย์บริการข้อมูคภาครัฐเพื่อประชาชน" (Government Contact Center) ภายใต้การดำเนินงานของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่ง"ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน" ได้ก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน เพราะเป็นแหล่งบริการข้อมูลที่ประชาชนเพียงติดต่อไป 1111 หมายเลขกลางเพียงหมายเลขเดียว (Portal Site) ภาครัฐก็สามารถเข้าถึงและรับทราบข้อมูลจากประชาชนโดยตรงและนำข้อมูลนั้นมาปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหาร การจัดการ การบริการของภาครัฐให้ดียิ่งขึ้น "ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน" จึงเป็นเครื่องมือที่สนองนโยบายอิเล็กทรอนิกส์และสามารถลดช่องว่างระหว่างรัฐบาลกับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เห็นถึงประโยชน์ของการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชนและเพื่อที่จะสนองนโยบายรัฐบาลจึงมอบหมายให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ดำเนินการในด้านต่าง ๆ โดยมีบทบาทภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นโยบายของภาครัฐ

e-Government เป็นกระบวนการปฏิรูประบบบริหาร บริการ และกระบวนการการทำงานของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ และมีลักษณะเป็นธรรมาภิบาล โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาปรับปรุงระบบการทำงานเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการและข้อมูลต่าง ๆ ที่สะดวก รวดเร็ว ตลอดเวลา ทั่วถึงและเป็นธรรม อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของภาคเอกชนและประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพของประเทศเข้าสู่การแข่งขันในระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ ดังนั้นเพื่อให้ e-Government มีลักษณะเป็นรูปธรรมและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เราต้องร่วมพัฒนาให้เกิดสิ่งต่อไปนี้

  1. เพิ่มขีดความสามารถให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงบริการและข้อมูลของรัฐ
  2. เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐบาลโดยตรง
  3. เพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการทำงานของรัฐบาลและการปรับกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) ของระบบราชการให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
  4. เพิ่มความเชื่อมั่นของประชาชนในการรับบริการอย่างทั่วถึง ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว

วิสัยทัศน์

  • เป็นช่องทางหลักให้กับประชาชน ในการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐ ( The Official Gateway)

พันธกิจ

  • ให้บริการทั้งการสอบถามข้อมูล การรับเรื่องร้องเรียน และการให้บริการในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับภาครัฐ ของทุกกระทรวง ทบวง กรม ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน

วัตถุประสงค์

  1. สนองตอบนโยบาย e-Government ของรัฐบาล
  2. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชนโดยการเพิ่มช่องทางให้ ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และบริการ รวมถึงเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ได้สะดวก รวดเร็ว
  3. อำนวยความสะดวก ลดค่าใช้จ่ายของประชาชนในการเดินทางมาติดต่อกับ ส่วนงานราชการภายใต้สังกัดโดยตรง
  4. ลดค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนที่ซ้ำซ้อนของภาครัฐ

รูปแบบการให้บริการ

  • บริการสอบถามข้อมูลทั่วไป Q&A (Questions & Answer) เป็นการให้บริการสอบถามข้อมูลทั่วไปที่ประชาชนให้ความสนใจเกี่ยวกับกระทรวงหรือหน่วยงานต่าง ๆ
    • ข้อมูลองค์กร ได้แก่ บทบาท หน้าที่ ภารกิจ โครงสร้างการบริหาร เป็นต้น
    • ข้อมูลบริการ ได้แก่ บริการต่าง ๆ ที่หน่วยงานภาครัฐให้บริการแก่ประชาชน
    • ข้อมูลความรู้ ได้แก่ ความรู้เชิงวิชาการของแต่ละหน่วยงาน
  • บริการสอบถามข้อมูลเพื่อการติดต่อหน่วยงานภาครัฐ (Contact Information) เป็นบริการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อหน่วยงานของภาครัฐ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร สถานที่ ของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อประโยชน์ในการให้ข้อมูลแก่ประชาชนในการติดต่อหรือขอใช้บริการกับกระทรวงต่าง ๆ
  • บริการแบบฟอร์มคำขอบริการและเอกสารต่างๆ เป็นบริการด้านเอกสารเกี่ยวกับคำขอบริการ โบรชัวร์ เอกสารหรือแบบฟอร์มต่าง ๆ ที่บริการส่งให้ลูกค้าผ่านทางโทรสารหรืออีเมล์ เป็นต้น
  • บริการรับเรื่องร้องเรียน (Complain) เป็นบริการเกี่ยวกับการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ร้องขอความช่วยเหลือ ติชม เสนอะแนะ หรือให้ข้อคิดเห็นการทำงานของภาครัฐ รวมถึงการติดตามผลการดำเนินงานของภาครัฐผ่าน GCC

ช่องทางในการให้บริการ

  • โทรศัพท์ ผ่านหมายเลข 1111
  • โทรสาร ผ่านหมายเลข 1111
  • e-mail Address  ที่  This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
  • เว็บไซต์ ที่  www.gcc.go.th
  • ช่องทางอื่นๆ ได้แก่ 

ประโยชน์ที่จะได้รับ

ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน GCC 1111 (Government Contact Center) ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและภาครัฐ ดังนี้

  • ประโยชน์ที่ประชาชนทั่วไปจะได้รับ
    • สามารถจดจำหมายเลขโทรศัพท์เพียงหมายเลขเดียว เพื่อติดต่อได้ทุกส่วนงานของรัฐบาล
    • รับทราบข้อมูล ข่าวสาร บริการและสามารถร้องเรียน การบริการของหน่วยงานภาครัฐได้สะดวกยิ่งขึ้น
    • สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทุกวัน
    • ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปติดต่อกับส่วนงานราชการ
  • ประโยชน์ที่ภาครัฐจะได้รับ
    • สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกระทรวงในสายตาประชาชน
    • ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดหาสถานที่ ระบบอุปกรณ์และบุคลากร
    • ลดภาระค่าใช้จ่ายจากการบริหารจัดการฐานข้อมูล
    • หน่วยงานของราชการจะมีภาระลดน้อยลง โดยใช้ช่องทางสื่อสารโทรคมนาคมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งทางโทรศัพท์ โทรสาร และอินเทอร์เน็ต

 


 

หมายเหตุ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 59 ตาม พระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2559

Last Updated on Tuesday, 20 September 2016 09:44