logotype
โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 PDF Print E-mail
Written by GCC Adminz   
Thursday, 23 March 2017 10:08

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 เป็นหนึ่งในโครงการย่อยของโครงการ National e-Payment จัดทำขึ้นเพื่อรวมรวมเป็นฐานข้อมูลสำหรับการจัดสวัสดิการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ


กำหนดลงทะเบียน

  • วันที่ 3 เม.ย. - 15 พ.ค. 60


คุณสมบัติผู้ลงทะเบียน

1. สัญชาติไทย

2. อายุ 18 ปีขึ้นไป (เกิดก่อน 16 พ.ค. 42)

3. ว่างงาน หรือ มีรายได้ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นในปี 2559 ไม่เกิน 100,000 บาท

4. ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝากธนาคาร สลากออมสิน สลาก ธ.ก.ส. พันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้ หรือถ้ามีทรัพย์สินทางการเงินดังกล่าว จะต้องมีจํานวนรวมทั้งสิ้น ไม่เกิน 100,000 บาท ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง

5. ไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย หรือถ้าเป็นเจ้าของกรรมสิิทธิ์ดังกล่าว จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

บ้านพร้อมที่ดิน
(ที่อยู่อาศัยที่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง)
ที่ดิน
  • กรณีอยู่อาศัยอย่างเดียว
    - บ้านหรือทาวเฮ้าส์ ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา  
    - ห้องชุด ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางวา
  • กรณีที่ใช้ประโยชน์จากที่ดิน
    - เพื่อการเกษตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่
    - เพื่อการอื่นที่ไม่ใช่การเกษตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่  
  • กรณีเป็นที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากที่ดิน
    - เพื่อการเกษตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่
    - เพื่อการอื่นที่ไม่ใช่การเกษตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่

หมายเหตุ

  • พระสงฆ์ แม่ชี นักโทษไม่มีสิทธิลงทะเบียน แต่หากสึกหรือพ้นโทษก่อนวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 สามารถลงทะเบียนได้ตามปกติ
  • ผู้ลงทะเบียนจะต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตน เช่น รายได้ การถือครองทรัพย์สิน หนี้สินที่คงค้าง เป็นต้น รวมทั้งต้องยินยอมให้นำข้อมูลในบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมภาพถ่ายใบหน้าไปใช้เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลสำหรับการนำไปใช้ในการจัดทำสวัสดิการของรัฐต่อไป


เอกสารหลักฐานที่จำเป็น

หลักฐานที่ต้องใช้ ลงทะเบียน
ด้วยตนเอง
กรณีมอบอำนาจ
ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วย
1. บัตรประชาชนตัวจริงแบบสมาร์ทการ์ด
- ต้องไม่หมดอายุ
- ต้องนำมาในวันลงทะเบียนเพื่อเสียบกับเครื่องอ่านบัตร
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาหน้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ลงทะเบียน
4. สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับอุปการะ (ถ้ามี)
5. ใบมอบอำนาจ -
6. บัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ -
7. สำเนาบัตรประจำตัวผู้พิการ (ถ้ามี) - -
-
8. สำเนาเอกสารการลงทะเบียนว่าเป็นเกษตรกร (ถ้ามี)
- กรมส่งเสริมการเกษตร และหรือ
- กรมปศุสัตว์ และหรือ
- กรมประมง
9. ใบรับรองแพทย์ - - -
10. สำเนาหน้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ดูแล
(กรณีผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้)
-


สถานที่ลงทะเบียน

หมายเหตุ : ผู้ที่เคยลงทะเบียนในรอบแรกจะต้องมาลงทะเบียนใหม่เพื่อปรับปรุงข้อมูล สามารถลงทะเบียนที่ไหนก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปลงที่เดิม

ขั้นตอนการลงทะเบียน

  • ดาวน์โหลด แบบฟอร์มโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 หรือขอรับได้ที่หน่วยรับลงทะเบียนของ 5 หน่วยงาน และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามความเป็นจริง
  • ยื่นแบบฟอร์มฉบับเต็มด้วยตัวเองที่หน่วยลงทะเบียนของหน่วยงานที่ได้ระบุไว้
  • เสียบบัตรประชาชน พนักงานจะบันทึกข้อมูลต่างๆ เข้าระบบออนไลน์
  • ตรวจสอบข้อมูลที่พนักงานกรอกให้ท่าน ว่าถูกต้อง ครบถ้วน และลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน
  • เจ้าหน้าที่จะฉีกออกจากส่วนท้ายของแบบฟอร์ม เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์

การตรวจสอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติทั้ง 5 ข้อ

  • วันที่ 15 กันยายน 2560 เป็นต้นไป ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบว่าตนเองมีคุณสมบัติครบถ้วนทั้ง 5 ข้อตามที่ระบุไว้ในโครงการฯ หรือไม่ ผ่าน 3 ช่องทาง ดังนี้
    • ช่องทางที่ 1 ตรวจสอบด้วยตัวเองหรือขอความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ที่หน่วยงานรับลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ ได้แก่ www.epayment.go.th www.mof.go.th และ www.fpo.go.th โดยพิมพ์เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักลงไปในช่องที่กำหนด ระบบจะแจ้งผลการตรวจสอบ
    • ช่องทางที่ 2 ตรวจสอบผ่านสายด่วน 6 หน่วยงาน ในเวลาราชการ ได้แก่
      • Call center ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 1359
      • Call center ของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 02-555-0555
      • Call center ของ ธนาคารออมสิน 1115
      • Call center ของ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 02-111-1111
      • Call center ของกรมบัญชีกลาง 02-270-6400
      • เบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต
    • ช่องทางที่ 3 ตรวจสอบ ณ ที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือหน่วยงานอื่นตามที่กรมการปกครองเห็นสมควร และสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร โดยกระทรวงการคลังจะส่งรายชื่อแยกตามจังหวัด อำเภอ และตำบล ส่งให้กระทรวงมหาดไทย และแยกเป็นรายเขตส่งให้กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการติดประกาศผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่อไป 

กรณีผู้ที่ผ่านคุณสมบัติจะได้รับบัตรสวัสดิการที่ออกโดยกระทรวงการคลัง และให้ไปติดต่อขอรับบัตรสวัสดิการที่หน่วยรับลงทะเบียนที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้ล่าสุด ดังนี้

  1. ผู้ที่อาศัยอยู่ใน กทม. นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร ติดต่อรับบัตรฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป
  2. ผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนอกเหนือจากข้อ 1. ติดต่อรับบัตร ฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2560 เป็นต้นไป ตามกำหนดเดิม

กรณีผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและต้องการอุทธรณ์ สามารถขออุทธรณ์ให้ตรวจสอบคุณสมบัติใหม่ได้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2560

โดยปฏิบัติตาม 7 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 ผู้ลงทะเบียนตรวจสอบผลผ่าน 3 ช่องทางที่ได้กล่าวไปแล้ว และหากพบว่าคุณสมบัติไม่ผ่าน
  • ขั้นตอนที่ 2 บนหน้าจอแสดงผลจะระบุคุณสมบัติที่ไม่ผ่าน และหากผู้ลงทะเบียนต้องการอุทธรณ์ ให้กดปุ่ม “ยื่นคำขออุทธรณ์”
  • ขั้นตอนที่ 3 กรอกแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขออุทธรณ์ โดยหลังจากกดปุ่มยื่นอุทธรณ์ ระบบจะถามวันเดือนปีเกิด เพื่อยืนยันตัวบุคคล พร้อมทั้งเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ หลังจากนั้นให้กดปุ่มสีเหลืองด้านล่างของหน้าจอที่เขียนว่า “บันทึกและส่งคำขออุทธรณ์”
  • ขั้นตอนที่ 4 หลังจากกดปุ่มบันทึกและส่งคำขออุทธรณ์แล้ว ข้อความบนปุ่มสีเหลืองจะเปลี่ยนเป็น “อยู่ระหว่างการอุทธรณ์”
  • ขั้นตอนที่ 5 หลังจากปิดรับการยื่นขออุทธรณ์ กระทรวงการคลังจะรวบรวมข้อมูลส่งให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติตามคำขออุทธรณ์ต่อไป
  • ขั้นตอนที่ 6 หน่วยงานตรวจสอบใช้เวลา 1 สัปดาห์ในการตรวจสอบ และส่งผลการอุทธรณ์กลับมาให้กระทรวงการคลังภายในวันที่ 16 ตุลาคม 2560
  • ขั้นตอนที่ 7 กระทรวงการคลังประกาศผลการอุทธรณ์ในวันที่ 24 ตุลาคม 2560 ผ่าน 2 ช่องทางเท่านั้น ได้แก่ www.epayment.go.th และสายด่วน 6 หน่วยงาน หากผลการอุทธรณ์ยืนตามผลครั้งแรกคือไม่ผ่าน ผู้ยื่นอุทธรณ์จะไม่มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการ ทั้งนี้ หากผู้อุทธรณ์ยังมีข้อสงสัยในผลการอุทธรณ์ให้ติดต่อสอบถามหน่วยงานที่ตรวจสอบคุณสมบัตินั้น ๆ โดยตรง แต่หากผลการอุทธรณ์ปรากฎว่าผ่านคุณสมบัติ ผู้ยื่นอุทธรณ์จะได้รับบัตรฯ ต่อไป

รูปแบบของการให้สวัสดิการ

  • จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นบัตรชิปการ์ดนำไปใช้เป็นส่วนลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และส่วนลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เช่น ค่ารถเมล์ , ค่าโดยสารรถไฟ , รถโดยสาร บขส. , รถไฟฟ้า เป็นต้น 

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มี 2 รูปแบบ

  • แบบที่ 1 บัตร Hybrid 2 Chips เป็น Contact Chip , Contactless Chip และแถบแม่เหล็ก โดย Contactless Chip จะเป็นไปตามมาตรฐานกลางระบบตั๋วร่วม (แมงมุม) ผู้ที่ได้รับบัตรรูปแบบนี้ ได้แก่ ผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนในเขต กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และอยุธยา

(ตัวอย่างแบบที่ 1 บัตร Hybrid 2 Chips)

 

  • แบบที่ 2 บัตร EMV เป็น Contact Chip และแถบแม่เหล็ก ผู้ที่ได้รับบัตรประเภทนี้ ได้แก่ผู้มีสิทธิที่ ลงทะเบียนนอกเขต กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และอยุธยา

(ตัวอย่างแบบที่ 2 บัตร EMV) 

ลักษณะของชิพในบัตร

  • ชิพอันที่ 1 เป็นข้อมูลสิทธิสวัสดิการของรัฐ เช่น ค่าแก็ส ค่ารถไฟ รถโดยสารบขส. และใช้จ่ายซื้อสินค้าธงฟ้า
  • ชิพอันที่ 2 เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกับบัตรแมงมุมของกระทรวงคมนาคม เช่นสวัสดิการค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รถเมล์ รถไฟฟ้า รถ NGV แบบใหม่ (เฉพาะผู้มีสิทธิในเขต กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และอยุธยา)

การแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  • เริ่มแจกบัตรตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2560 และเริ่มใช้บัตรได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป
  • สำหรับกรุงเทพมหานคร และอีก 6 จังหวัด ประกอบด้วย สมุทรปราการ นนทบุรี สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา รับบัตรวันที่ 17 ตุลาคม 2560

4.1 การรับบัตรด้วยตนเอง

  • ให้นำบัตรประจำตัวประชาชน และหลักฐานการลงทะเบียนฯ มาติดต่อรับบัตรได้ ณ หน่วยงานที่ได้ลงทะเบียนไว้เท่านั้น ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะเก็บรักษาบัตรของท่านไว้เป็นเวลา 1 ปี
  • ผู้รับบัตรควรตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลบนหน้าบัตรที่ได้รับมอบจากเจ้าหน้าที่ ทั้ง รูปถ่าย ชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด ว่าถูกต้องก่อนลงนามรับบัตร หากพบข้อผิดพลาดให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่

4.2 การมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทน หากไม่สะดวกไปรับด้วยตัวเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปรับแทนได้

  • หลักฐานการรับบัตร
  • ใบมอบฉันทะ ระบุชื่อของผู้มอบฯ และผู้รับมอบฯ พร้อมลงนาม
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบฯ และผู้รับมอบฯ ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
  • บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบฯ
  • หลักฐานการลงทะเบียนฯ ของผู้มอบฯ

หมายเหตุ :  ใบมอบฉันทะ (ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ http://www.ktb.co.th/promotion/detail/714)

ข้อแนะนำการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  • บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นสิทธิเฉพาะตัวของบุคคลที่ระบุบนหน้าบัตรเท่านั้น เว้นแต่ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถเดินทางได้ สามารถให้ผู้ดูแลเป็นผู้ใช้สิทธิแทนได้ตามเงื่อนไข
  • กรุณาเก็บรักษาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นอย่างดี เพื่อประโยชน์ในการรับสวัสดิการจากภาครัฐบาล
  • หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าให้ผู้อื่นนำบัตรไปใช้ เจ้าของบัตรจะถูกตัดสิทธิในบัตรและผู้ที่นำบัตรผู้อื่นไปใช้ชดใช้เงินคืนแก่ทางราชการ

การใช้สิทธิ

  • ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป ผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิตามวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ ผ่านเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานหรือร้านค้าที่กำหนด ได้แก่
  • จุดรับชำระเงินตามร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด (ตรวจสอบรายชื่อร้านธงฟ้าประชารัฐได้ที่ Call center บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 021092345 *เสียค่าบริการตามปกติ)
  • จุดรับชำระเงินตามร้านค้าก๊าซที่กระทรวงพลังงานกำหนด (ตรวจสอบรายชื่อร้านค้าก๊าซที่ได้รับการวางเครื่องรับบัตร EDC ที่เว็บไซต์กรมธุรกิจพลังงาน http://www.doeb.go.th เลือก แนวทางการจัดประชารัฐสวัสดิการ)
  • เครื่องแตะบัตรชำระเงินบนรถประจำทาง ขสมก./รถไฟฟ้า
  • จุดจำหน่ายบัตรโดยสารรถ บขส. (ใช้ได้เฉพาะรถของ บขส.เท่านั้น)
  • จุดจำหน่ายบัตรโดยสารรถไฟทุกสถานี
  • การใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อชำระค่าสินค้า (ยกเว้นค่าเดินทาง) มีสิทธิ์ลุ้นโชคจากการใช้บัตรเดบิต ในโครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิต

หมายเหตุ :

  • สำหรับค่าไฟฟ้าใช้มาตรการเดิม (คือ มาตรการใช้ไฟฟ้าฟรี ไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน)
  • กรมบัญชีกลาง ยกยอดวงเงินคงเหลือจากการซื้อสินค้าร้านธงฟ้าประชารัฐและสวัสดิการทุกประเภทของเดือนตุลาคม ให้ไปใช้ต่อได้ในเดือนพฤศจิกายน 2560 อีก 1 เดือน

การทำบัตรใหม่ (กรณีสูญหาย)

  • กรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสูญหาย หรือชำรุดที่เกิดจากการใช้งานของผู้มีสิทธิ ผู้มีสิทธิสามารถดำเนินการขอเปลี่ยนบัตรใหม่ได้ที่สาขาของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย โดยผู้มีสิทธิเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ดังนี้
    • บัตร EMV ออกบัตรใหม่ให้ภายใน 15 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับแจ้ง ค่าธรรมเนียมไม่เกิน 50 บาท
    • บัตร Hybrid 2 Chips (แมงมุม) ออกบัตรใหม่ให้ภายใน 30 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับแจ้ง ค่าธรรมเนียมไม่เกิน 100 บาท
    • หมายเหตุ : กรณีสูญหายให้ผู้ถือบัตรทำการอายัดบัตรก่อน และดำเนินการแจ้งความ จากนั้นนำใบแจ้งความไปติดต่อที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย

การทำบัตรใหม่ (กรณีชำรุด)

  • ในกรณีที่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่สามารถใช้การได้อันเนื่องมาจากข้อบกพร่องของตัวบัตรเองหรือขั้นตอนการออกบัตร ผู้มีสิทธิสามารถดำเนินการขอเปลี่ยนบัตรใหม่ได้ที่สาขาของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ดังนี้
    • บัตร EMV ออกบัตรใหม่ให้ภายใน 15 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับแจ้ง
    • บัตร Hybrid 2 Chips (แมงมุม) ออกบัตรใหม่ให้ภายใน 30 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับแจ้ง

การทำบัตรใหม่ (กรณีเปลี่ยนแปลงที่อยู่)

  • กรณีผู้มีสิทธิแจ้งความประสงค์ขอเปลี่ยนบัตร เนื่องจากได้เปลี่ยนแปลงที่อยู่ปัจจุบันจากเขตจังหวัดอื่น มาพักอาศัยในเขต กทม. นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร ให้ผู้มีสิทธิติดต่อยื่นเรื่องแสดงความประสงค์ที่สำนักงานคลังจังหวัดที่สะดวก โดยกรมบัญชีกลางจะตรวจสอบสิทธิ และออกบัตรใหม่ให้ภายใน 30 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับแจ้ง โดยมารับบัตรที่กรมบัญชีกลาง ถนนพระรามหก แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. เท่านั้น

การอายัดบัตร

  • Call Center บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หมายเลขโทรศัพท์ 02 109 2345 วันจันทร์ – วันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 น. – 17.30 น. (เสียค่าบริการตามปกติ)
  • กรณีอายัดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีวงเงินคงเหลือในส่วนของกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ให้ผู้ถือบัตรติดต่อ Call Center บมจ.ธนาคารกรุงไทย หมายเลขโทรศัพท์ 02 111 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระงับการใช้วงเงินในส่วนของกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money)

ประเภทเงินต่างๆที่มีอยู่ในบัตร

1.ส่วนลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

  • โดยให้วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา วัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรมจากร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด
    • ผู้มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี จะได้วงเงินคนละ 200 บาทต่อเดือน
    • ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้วงเงินคนละ 300 บาทต่อเดือน
    • ทั้งนี้จะได้วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน จากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด (เป็นร้านที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ)

2. ส่วนลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

  • ค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก.และรถไฟฟ้ารายละ 500 บาทต่อเดือน (ใช้ชำระค่าโดยสาร ด้วยระบบ e-Ticket)
  • รถโดยสาร บขส. รายละ 500 บาทต่อเดือน (ใช้ในการซื้อบัตรโดยสารรถ บขส. ได้ภายในวงเงิน 500 บาทต่อเดือน)
  • ค่าโดยสารรถไฟ รายละ 500 บาทต่อเดือน  (ใช้ในการซื้อบัตรโดยสารรถไฟได้ภายในวงเงิน 500 บาทต่อเดือน)
  • หมายเหตุ : สำหรับผู้สูงอายุที่ได้รับบัตรสวัสดิการ สามารถเลือกใช้สิทธิ์ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ 1. สิทธิ์ตามบัตรสวัสดิการ  หรือ 2. สิทธิ์ลดหย่อนค่าโดยสาร (ชำระเงินสด)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • Call Center  02-109-2345
  • จำนวน 150 คู่สาย วันจันทร์ – วันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 – 17.30 น.

ดาวน์โหลด


ที่มา

  • http://www.thaigov.go.th/news/contents/details/6644
  • http://welfare.mof.go.th/portal/pdf/welfare2560.pdf
  • http://www.thaigov.go.th/news/contents/details/2429
  • http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/745538
  • http://www.thairath.co.th/content/871330#cxrecs_s
Last Updated on Tuesday, 19 December 2017 09:59