logotype
โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 PDF Print E-mail
Written by GCC Admin   
Thursday, 23 March 2017 10:08

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 เป็นหนึ่งในโครงการย่อยของโครงการ National e-Payment จัดทำขึ้นเพื่อรวมรวมเป็นฐานข้อมูลสำหรับการจัดสวัสดิการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ


กำหนดลงทะเบียน

  • 3 เม.ย. - 15 พ.ค. 60


คุณสมบัติผู้ลงทะเบียน

1. สัญชาติไทย

2. อายุ 18 ปีขึ้นไป (เกิดก่อน 16 พ.ค. 42)

3. ว่างงาน หรือ มีรายได้ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นในปี 2559 ไม่เกิน 100,000 บาท

4. ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝากธนาคาร สลากออมสิน สลาก ธ.ก.ส. พันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้ หรือถ้ามีทรัพย์สินทางการเงินดังกล่าว จะต้องมีจํานวนรวมทั้งสิ้น ไม่เกิน 100,000 บาท ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง

5. ไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย หรือถ้าเป็นเจ้าของกรรมสิิทธิ์ดังกล่าว จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

บ้านพร้อมที่ดิน
(ที่อยู่อาศัยที่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง)
ที่ดิน
  • กรณีอยู่อาศัยอย่างเดียว
    - บ้านหรือทาวเฮ้าส์ ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา  
    - ห้องชุด ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางวา
  • กรณีที่ใช้ประโยชน์จากที่ดิน
    - เพื่อการเกษตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่
    - เพื่อการอื่นที่ไม่ใช่การเกษตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่  
  • กรณีเป็นที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากที่ดิน
    - เพื่อการเกษตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่
    - เพื่อการอื่นที่ไม่ใช่การเกษตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่

หมายเหตุ

  • พระสงฆ์ แม่ชี นักโทษไม่มีสิทธิลงทะเบียน แต่หากสึกหรือพ้นโทษก่อนวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 สามารถลงทะเบียนได้ตามปกติ
  • ผู้ลงทะเบียนจะต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตน เช่น รายได้ การถือครองทรัพย์สิน หนี้สินที่คงค้าง เป็นต้น รวมทั้งต้องยินยอมให้นำข้อมูลในบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมภาพถ่ายใบหน้าไปใช้เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลสำหรับการนำไปใช้ในการจัดทำสวัสดิการของรัฐต่อไป


เอกสารหลักฐานที่จำเป็น

หลักฐานที่ต้องใช้ ลงทะเบียน
ด้วยตนเอง
กรณีมอบอำนาจ
ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วย
1. บัตรประชาชนตัวจริงแบบสมาร์ทการ์ด
- ต้องไม่หมดอายุ
- ต้องนำมาในวันลงทะเบียนเพื่อเสียบกับเครื่องอ่านบัตร
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาหน้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ลงทะเบียน
4. สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับอุปการะ (ถ้ามี)
5. ใบมอบอำนาจ -
6. บัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ -
7. สำเนาบัตรประจำตัวผู้พิการ (ถ้ามี) - -
-
8. สำเนาเอกสารการลงทะเบียนว่าเป็นเกษตรกร (ถ้ามี)
- กรมส่งเสริมการเกษตร และหรือ
- กรมปศุสัตว์ และหรือ
- กรมประมง
9. ใบรับรองแพทย์ - - -
10. สำเนาหน้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ดูแล
(กรณีผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้)
-


สถานที่ลงทะเบียน

หมายเหตุ : ผู้ที่เคยลงทะเบียนในรอบแรกจะต้องมาลงทะเบียนใหม่เพื่อปรับปรุงข้อมูล สามารถลงทะเบียนที่ไหนก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปลงที่เดิม

ขั้นตอนการลงทะเบียน

  • ดาวน์โหลด แบบฟอร์มโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 หรือขอรับได้ที่หน่วยรับลงทะเบียนของ 5 หน่วยงาน และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามความเป็นจริง
  • ยื่นแบบฟอร์มฉบับเต็มด้วยตัวเองที่หน่วยลงทะเบียนของหน่วยงานที่ได้ระบุไว้
  • เสียบบัตรประชาชน พนักงานจะบันทึกข้อมูลต่างๆ เข้าระบบออนไลน์
  • ตรวจสอบข้อมูลที่พนักงานกรอกให้ท่าน ว่าถูกต้อง ครบถ้วน และลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน
  • เจ้าหน้าที่จะฉีกออกจากส่วนท้ายของแบบฟอร์ม เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์

การตรวจสอบชื่อผู้มีสิทธิ์

ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน 2560 ได้ที่

  1. เว็บไซต์ 3 เว็บไซต์ ได้แก่ www.epayment.go.th , www.mof.go.th  , www.fpo.go.th โดยพิมพ์เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักลงไประบบจะแจ้งว่ามีชื่อหรือไม่มีชื่อในระบบการลงทะเบียน
  2. Call center ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 1359
  3. Call center ของ ธ.ก.ส. โทร. 02-555-0555 (บริการ 24 ชั่วโมง ทุกวัน)
  4. Call center ของ ธ.ออมสิน โทร. 1115
  5. Call center ของ ธ.กรุงไทย โทร. 02-111-1111
  6. Call center ของกรมบัญชีกลาง โทร. 02-270-6400
  7. เบอร์โทรของสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต

ทั้งนี้ผลการตรวจสอบสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี ดังนี้

  • ในกรณีที่ผู้ลงทะเบียนมีชื่ออยู่ในระบบแล้ว ให้รอผลการตรวจคุณสมบัติต่อไป
  • ในกรณีที่ผู้ลงทะเบียนไม่มีชื่ออยู่ในระบบ ให้นำเอกสารหลักฐานจากแบบฟอร์มลงทะเบียนที่เจ้าหน้าที่ฉีกให้ในวันลงทะเบียนไปยืนยัน พร้อมนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ลงทะเบียนไปติดต่อที่หน่วยรับลงทะเบียนที่ไปลงทะเบียนไว้ ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2560 เพื่อให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลลงในระบบ และดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป ทั้งนี้ ให้นำเอกสารหลักฐานดังกล่าวไปติดต่อเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นผู้ลงทะเบียนจะถูกตัดสิทธิในการได้รับสวัสดิการ

การตรวจสอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติทั้ง 5 ข้อ

  • ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบว่าตนเองมีคุณสมบัติครบถ้วนทั้ง 5 ข้อตามที่ระบุไว้ในโครงการฯ หรือไม่ ผ่านเว็บไซต์และโทรสายด่วนข้างต้นเช่นเดียวกับการตรวจสอบชื่อผู้มีสิทธิ์ โดยพิมพ์หรือแจ้งเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก

ทั้งนี้ผลการตรวจสอบสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี ดังนี้

  • ในกรณีที่ผู้ลงทะเบียนผ่านคุณสมบัติ จะเป็นผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการตามที่รัฐกำหนด และรัฐจะดำเนินการออกบัตรสวัสดิการให้ต่อไป
  • ในกรณีที่ผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านคุณสมบัติ ระบบจะแจ้งว่าไม่ผ่านคุณสมบัติข้อใด ในเบื้องต้นหากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถโทรสายด่วน 1359 ในเวลาราชการ เพื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ หากเห็นว่าข้อมูลไม่ถูกต้องให้ติดต่อหน่วยงานรับลงทะเบียนและดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2560 เพื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้นำไปเข้ากระบวนการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

รูปแบบของการให้สวัสดิการ

  • จะได้ลดภาระค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโดยสารรถสาธารณะ การประกันภัยผู้มีรายได้น้อย เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นต้น ทั้งนี้รูปแบบของการให้สวัสดิการกระทรวงการคลังจะประกาศให้ทราบต่อไป

แนวทางการแจกบัตรสวัสดิการคนจน

  • เบื้องต้นจะจ่ายบัตรไปยังจุดรับลงทะเบียน เช่น สาขาธนาคารที่ลงทะเบียน แล้วให้ผู้ลงทะเบียนมารับบัตรเอง แต่ไม่สามารถจ่ายตรงไปที่บ้านผู้รับลงทะเบียนได้ เนื่องจากเกรงว่าบัตรอาจตกหล่นไม่ถึงมือผู้ลงทะเบียน คาดว่าจะเริ่มแจกบัตรได้ในเดือนตุลาคม 2560 เป็นต้นไป

ดาวน์โหลด


ที่มา

  • http://welfare.mof.go.th/portal/pdf/welfare2560.pdf
  • http://www.thaigov.go.th/news/contents/details/2429
  • http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/745538
  • http://www.thairath.co.th/content/871330#cxrecs_s
Last Updated on Thursday, 22 June 2017 12:04