logotype
การโอนเปลี่ยนเจ้าของรถยนต์ PDF Print E-mail
Written by contentweb   
Thursday, 22 December 2011 21:02
หลักเกณฑ์และเงื่อนไข

การโอนเปลี่ยนเจ้าของรถคือการโอนเปลี่ยนผู้ถือกรรมสิทธิ์จากอีกคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง และจะต้องดำเนินการ ภายใน 15 วันนับตั้งแต่ได้มีการเซ็นต์วันที่ ลงใน
แบบคำขอโอนและรับโอน ภาษีของรถจะต้องเหลือไม่น้อยกว่า 30 วัน ในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถไปได้ สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ โดยผู้รับมอบอำนาจต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ด้วย

เกร็ดความรู้

หากผู้โอนและรับโอนไม่ดำเนินการการแจ้งเปลี่ยนเจ้าของรถตามกำหนด 15 วัน มีความผิดตามกฎกระทรวงมาตรา 17 บทกำหนดโทษ มาตรา 70 โทษปรับ 200 - 2,000 บาท
เทคนิคเล็ก ๆ
บางครั้งประชาชนต้องการโอนเปลี่ยนเจ้าของรถนอกพื้นที่ที่รถจดทะเบียนไว้ก็สามารถทำได้โดยแนะนำให้ประชาชนแจ้งย้ายรถไปในพื้นที่ที่ ต้องการโอนเปลี่ยนเจ้าของรถก่อน จึงสามารถโอนเปลี่ยนเจ้าของรถได้ และผู้ที่ประสงค์จดทะเบียนรถในจังหวัดที่ตนเองไม่มีภูมิลำเนาอยู่ กรมการขนส่งทางบก อำนวยความสะดวกให้เจ้าของรถสามารถแจ้งใช้รถตามเขตหรืออำเภอในจังหวัดนั้นตามความประสงค์ของตนเองได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือยินยอมจากเจ้าบ้าน

เอกสารและหลักฐาน

กรณีปิดบัญชีสัญญาเช่าซื้อ หรือ โอนเปลี่ยนเจ้าของรถ

  1. สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ ( ตัวจริงพร้อมสำเนา )
  2. หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี สัญญาซื้อขายกรณีเป็นการเช่าซื้อ ให้ใช้หลักฐานสำเนาหรือภาพถ่ายสัญญาเช่าซื้อใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีค่าเช่าซื้อในงวดสุดท้าย พร้อมหนังสือยืนยันการชำระค่าเช่าซื้อ และภาษีมูลค่าเพิ่มครบถ้วนจากผู้ให้เช่าซื้อ
  3. หลักฐานประจำตัวผู้โอน และผู้รับโอน ได้แก่
    - บัตรประจำประชาชน( ตัวจริงพร้อมสำเนา )
    - หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล อายุการใช้งานไม่เกิน 6 เดือน )
    - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม กรณีเป็นนิติบุคคล
  4. หนังสือมอบอำนาจ ( กรณีที่เจ้าของรถไม่สะดวกไปดำเนินการ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท )
  • การโอนรถของบรรดาคณะทูต สถานกงสุล องค์การระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ของตน ซึ่งนำเข้ามาโดยได้รับยกเว้นอากรศุลกากรและบรรดาภาษีต่าง ๆ ให้กับบุคคลที่ไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว
    1. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ
    2. หนังสือจากกระทรวงการต่างประเทศอนุมัติให้จำหน่ายรถคันดังกล่าว
    3. หนังสือจากกระทรวงการต่างประเทศแจ้งให้ทราบถึงการโอนหรือการขายรถคันนั้นแล้ว
    4. หลักฐานการเสียอากรขาเข้ามาจากกรมศุลกากรและภาษีอื่น ๆ (ถ้ามี)
    5. หลักฐานประจำตัวของผู้รับโอน ได้แก่

- บัตรประจำประชาชน( ตัวจริงพร้อมสำเนา )
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล อายุการใช้งานไม่เกิน 6 เดือน )
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม กรณีเป็นนิติบุคคล

6. หนังสือมอบอำนาจ ( กรณีที่เจ้าของรถไม่สะดวกไปดำเนินการ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท )

  • การโอนรถของบุคคลที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าและภาษีอื่น ๆ แต่ไม่ได้รับการยกเว้นการเสีย ภาษีประจำปี ให้กับบุคคลที่ไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว
    1. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ
    2. หนังสือจากกรมวิเทศสหการ สำนักนายกรัฐมนตรีอนุมัติให้จำหน่ายรถและแจ้งให้ทราบถึงการโอนหรือ ขายรถคันนั้นแล้ว
    3. หลักฐานการเสียอากรขาเข้ามาจากกรมศุลกากรและภาษีอื่น ๆ (ถ้ามี)
    4. หลักฐานประจำตัวของผู้รับโอน ได้แก่

      - บัตรประจำประชาชน( ตัวจริงพร้อมสำเนา )
      - หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล อายุการใช้งานไม่เกิน 6 เดือน )
      - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม กรณีเป็นนิติบุคคล

5. หนังสือมอบอำนาจ ( กรณีที่เจ้าของรถไม่สะดวกไปดำเนินการ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท )

ข้อควรจำ : เอกสารในการดำเนินการทางด้านทะเบียนขนส่งต้องเป็นแบบฟอร์มของสำนักงานขนส่งเท่านั้น

หมายเหตุ : กรณีเป็นคนต่างชาติใช้ภาพถ่ายหนังสือเดินทาง VISA และหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่หรือหนังสือรับรองการทำงาน แทนบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน

อัตราค่าธรรมเนียม
  • ค่าอากรแสตมป์ ร้อยละ 0.5 ของราคาประเมิน
  • กรณีให้(สามีให้ภรรยา,บิดาให้ลูก,มารดาให้ลูก) หรือมรดก ไม่เสียค่าธรรมเนียมอากรแสตมป์
  • ค่าคำขอ 5 บาท ค่าธรรมเนียม 100 บาท
ค่าธรรมเนียมการตรวจสภาพ
  • รถจักรยานยนต์ 10 บาท
  • รถยนต์ 50 บาท
การตรวจสภาพ

ตรวจสภาพทุกกรณี รถเว้นแต่การโอนโดยการเช่าซื้อหรือซื้อขายจากไฟแนนซ์ (รถใหม่) ไม่ต้องตรวจสภาพรถ

การฝากตรวจสภาพรถต่างสำนักงานขนส่งพื้นที่รับผิดชอบ สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลสามารถทำได้ โดยนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ สำนักงานขนส่งทุกพื้นที่ที่สะดวก นำหลักฐานการตรวจสภาพรถมายื่นประกอบคำขอโอนรถ ณ สำนักงานขนส่งในพื้นที่ที่รถจดทะเบียนไว้ (แต่การฝากตรวจสภาพ ณ สำนักงานขนส่งในเขตจังหวัดเดียวกันไม่สามารถทำได้ )

ขั้นตอนการดำเนินการ
  1. ใช้แบบคำขอโอนและรับโอนซึ่งมีการกรอกข้อความและลงนามในคำขอแล้วยื่นคำร้องขอโอนทะเบียนเปลี่ยนเจ้าของพร้อมหลักฐาน
  2. นำรถเข้ารับการตรวจสอบ ที่สำนักงานขนส่ง
  3. ชำระค่าธรรมเนียม
  4. รับใบคู่มือจดทะเบียนรถคืน
สถานที่ติดต่อ
  • สำนักงานขนส่งที่รถได้อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ (ดูจากสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ ตรงชื่อผู้ถือกรมสิทธิ์รถ ว่าชื่อ อยู่ที่เขตใด)

หมายเหตุ : หากผู้ดำเนินการไม่ทราบว่ารถตนเองอยู่ในเขตความรับผิดชอบของสำนักงานขนส่งพื้นที่ใด สามารถตรวจสอบได้ที่ กรมการขนส่งทางบก หมายเลขสายด่วน 1584


เวลาทำการ

วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.30-16.30 น. ช่วงพักเที่ยงก็สามารถดำเนินการได้เพราะงานทะเบียนไม่พักกลางวัน แนะนำให้ประชาชนยื่นเรื่องก่อน เวลา 15.30 น.

 



หน่วนงานที่รับผิดชอบ กรมการขนส่งทางบก   กระทรวงคมนาคม