logotype
การจดทะเบียนรถแท็กซี่มิเตอร์นิติบุคคล PDF Print E-mail
Written by contentweb   
Thursday, 22 December 2011 20:11

กรุงเทพมหานคร

เอกสารหลักฐาน
  1. หนังสืออนุญาตให้นำรถไปจดทะเบียน
  2. หนังสือรับรองจากไฟแนนซ์
  3. เอกสารค่าทำสีรถ
  4. เอกสารการแจ้งจำหน่ายรถ
  5. ประกันภัย
  6. พ.ร.บ.
  7. ใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับรถ
  8. หนังสือรับรองจาก กสทช. (กรณีใช้วอ)
  9. ทั้งนี้ หากเป็นสหกรณ์หรือเป็นบริษัท จะใช้เอกสารไม่เหมือนกัน โปรดติดต่อสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ขนส่งโดยตรง
ขั้นตอนการขอจดทะเบียน

ขั้นตอนที่ 1 การขอความเห็นชอบการจดทะเบียน

ห้างหุ้นส่วนสามัญ, ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน, ห้างหุ้นส่วนจำกัด, บริษัทจำกัด, บริษัทมหาชน จำกัด, สหกรณ์ และองค์กรของรัฐ โดยยื่นคำขอพร้อมหลักฐานดังนี้

  1. รายชื่อผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน พร้อมด้วยภาพถ่ายบัตรประชาชน ของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน (กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญ)
  2. หนังสือรับรองนิติบุคคลออกไว้ไม่เกิน 1 ปี พร้อมด้วยภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจ (กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน, ห้างหุ้นส่วนจำกัด, บริษัทจำกัด, บริษัทมหาชน จำกัด)
  3. ภาพถ่ายหนังสือบริคณฆ์สนธิข้อบังคับฉบับตีพิมพ์ (บริษัทจำกัด, บริษัทมหาชน จำกัด)
  4. ภาพถ่ายใบสำคัญรับจดทะเบียนและรายชื่อสมาชิกของสหกรณ์ฉบับที่นายทะเบียนสหกรณ์รับรองไว้ไม่เกิน 1 ปี พร้อมด้วยภาพถ่ายข้อบังคับสหกรณ์ (กรณีสหกรณ์)
  5. ตัวอย่างรอยประทับตราของผู้ยื่นคำขอ 2 ตรา (ถ้ามี)
  6. รูปถ่ายสำนักงานขนาด ๗.๖๐x๑๒.๗๐ ซม. จำนวน 2 รูป
  7. หลักฐานแสดงรายละเอียดจำนวนรถที่ประสงค์ใช้ประกอบการเครือข่ายสื่อสารและสถานที่เก็บรักษารถ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของจำนวนรถที่ขอจดทะเบียน โดยคิดพื้นที่ 15 ตารางเมตร ต่อรถ 1 คัน

ขั้นตอนที่ 2 การนำรถมาจดทะเบียน

  1. รถที่นำมาจดทะเบียนต้องเป็นรถใหม่ หรือเป็นรถที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรกและใช้งานมาแล้วเป็นระยะทางไม่เกิน 20,000 กม.
  2. ลักษณะรถ รถเก๋งสองตอน รถเก๋งสองตอนแวน รถเก๋งสามตอน รถเก๋งสามตอนแวน รถยนต์นั่งสองตอน รถยนต์นั่งสองตอนแวนรถยนต์นั่งสามตอน รถยนต์นั่งสามตอนแวน
  3. เครื่องยนต์ต้องมีความจุของกระบอกสูบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,500 ซีซี
  4. ห้ามติดเซ็นทรัลล็อค และฟิล์มกรองแสง
  5. สีรถ
    1. รถยนต์รับจ้างของบุคคลธรรมดา ให้ใช้สีเขียวและสีเหลืองเป็นสีของตัวรถ
    2. รถยนต์รับจ้างของนิติบุคคล ให้ใช้สีเหลืองเป็นสีของตัวรถ และสีน้ำเงินเป็นสีของข้อความ และเครื่องหมายต่างๆ
  6. รถยนต์รับจ้างให้มีอายุการใช้งานได้ไม่เกิน 9 ปี นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก
  7. ต้องมีและใช้มาตรค่าโดยสาร ตามแบบหรือชนิดที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกไว้ด้านซ้ายของผู้ขับรถ
  8. ต้องมีและใช้เครื่องสื่อสาร ตามแบบหรือชนิดที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือเครื่องสื่อสารประเภทอื่นที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ
  9. ต้องมีและใช้ส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัด (NGV) เป็นเชื้อเพลิงหรือใช้ร่วมกับน้ำมันเชื้อเพลิง
  10. ต้องมีเครื่องหมายเป็นอักษรโรมัน "TAXI-METER" ขนาดสูงไม่น้อยกว่า 7 ซม. เส้นหน้าของตัวอักษร 1.2 ซม. ภายในกรอบขนาดไม่น้อยกว่า 60x15 ซม. ติดตรึงไว้ในแนวนอนบนหลังคารถและให้มีแสงไฟพร้อมด้วยกรอบที่บังคับแสง ให้เห็นเครื่องหมายได้ชัดเจนในเวลากลางคืน
  11. ต้องมีเครื่องหมายอักษร "ว่าง" เมื่อไม่มีผู้โดยสารโดยติดตั้งไว้ด้านซ้ายของคนขับซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอกทั้งเวลากลางวันและกลางคืน
  12. ต้องแสดงเครื่องหมาย "งดรับจ้าง" ที่มีพื้นสีขาวกรอบสีแดงขนาดไม่น้อยกว่า 10x22 ซม. เส้นกรอบหนา 0.5 ซม. ตัวอักษร คำว่า "งดรับจ้าง" ให้มีสีแดงขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 5 ซม. เส้นตัวอักษรหนาไม่น้อยกว่า 0.6 ซม.
  13. ต้องจัดให้มีกรอบสำหรับติดบัตรประจำตัวผู้ขับรถไว้ด้านหน้ารถในลัษณะที่ผู้โดยสารสามารถมองเห็นได้ชัดเจน
  14. ต้องมีเครื่องหมายเป็นหมายเลขทะเบียน พื้นสีเหลือง ตัวอักษรสีดำ ทำด้วยโลหะติดไว้ที่แนวกึ่งกลางประตูรถตอนหลังด้านในใต้ขอบกระจกทั้งสองข้าง
  15. ต้องมีเครื่องหมายเป็นข้อความ "แท็กซี่บุคคล" หรือ "ชื่อนิติบุคคล" หมายเลขทะเบียนรถ และข้อความ "ร้องเรียนแท็กซี่โทร.1584" ไว้ที่ประตูตอนหน้าด้านนอกทั้งสองข้าง โดยต้องใช้สีที่ตัดกับสีของตัวรถให้เห็นได้ชัดเจน
  16. จัดให้มีประกันภัย 2 อย่าง คือ ประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ และประกันภัยอย่างน้อยชั้น 3 คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากการใช้รถรับจ้างแต่ละคัน

 

อัตราค่าธรรมเนียม
  • ค่าตรวจสภาพรถ 55 บาท
  • ค่าป้ายทะเบียนแผ่นละ 100 บาท
  • ค่าภาษีรถคิดตามน้ำหนักรถ (บัญชีอัตราภาษีตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522)
สถานที่ติดต่อ
  • ฝ่ายรถรับจ้างและรถบริการ ส่วนทะเบียนรถยนต์ สำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ กรมการขนส่งทางบก

ต่างจังหวัด

ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 การขอความเห็นชอบการจดทะเบียน

  • กรณีบุคคลธรรมดา  มีใบขับอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะจะมีรถได้เพียงคนละ 1 คัน  
    กรณีนิติบุคคล
    จำนวนรถ
    - กรณีห้างหุ้นส่วน  หรือบริษัท  ให้เกณฑ์ทุนจดทะเบียนหนึ่งล้านบาทต่อจำนวนรถ 10 คัน
    - กรณีสหกรณ์  ให้อยู่ในดุลยพินิจของนายทะเบียน  แต่ไม่เกินจำนวนสมาชิกของสหกรณ์นั้นๆ
    - สถานที่เก็บรถ อย่างน้อยต้องมีร้อยละ 70 โดยคิดพื้นที่ 15 ตารางเมตร ต่อรถ 1 คัน
    - ต้องมีสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขาในจังหวัดที่ขอจดทะเบียน

ขั้นตอนที่ 2 การนำรถมาจดทะเบียน

  • การนำรถมาจดทะเบียน
    อำนาจในการพิจารณาเห็นชอบ
    - นายทะเบียนจังหวัด กรณีการขออนุญาตจดทะเบียนรถไม่เกิน 50 คัน
    - นายทะเบียนทั่วราชอาณาจักร (รองอธิบดี ฝ่ายปฏิบัติการ กรมการขนส่งทางบก) กรณีขออนุญาตจดทะเบียนรถเกินกว่า 50 คัน แต่ไม่เกิน 200 คัน
    - นายทะเบียนทั่วราชอาณาจักร (อธิบดีกรมการขนส่งทางบก) กรณีขออนุญาตจดทะเบียนรถเกินกว่า 200 คันขึ้นไป กรณีนายทะเบียนเห็นชอบความการจดทะเบียน
  • ให้นำรถมาจดทะเบียนภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากนายทะเบียน
  • สำหรับเอกสารหลักฐานในการจดทะเบียนขึ้นอยู่กับสำนักงานขนส่งจังหวัดนั้นๆ กำหนด
อัตราค่าธรรมเนียม
  • ค่าตรวจสภาพรถ 55 บาท
  • ค่าป้ายทะเบียนแผ่นละ 100 บาท
  • ค่าภาษีรถคิดตามน้ำหนักรถ (บัญชีอัตราภาษีตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522)
สถานที่ติดต่อ
  • สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด

 

 


 

 

หน่วยงานที่รับผิดชอบ : กรมการขนส่งทางบก  กระทรวงคมนาคม

ที่มา : www.dlt.go.th

Last Update : 2019-04-26

Last Updated on Saturday, 27 April 2019 10:28