logotype
การขอตั้งผู้จัดการมรดก PDF Print E-mail
Written by contentweb   
Thursday, 22 December 2011 19:33

การขอตั้งผู้จัดการมรดก

  • เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นย่อมตกทอดแก่ทายาท เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตายมีทรัพย์สินจำนวนมากตกทอดแก่ทายาท อาจจะเป็นทายาทโดยธรรมหรือทายาทโดยพินัยกรรม ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งมีทะเบียน เช่น โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถยนต์ ทะเบียนอาวุธปืน เป็นต้น ทรัพย์สินเหล่านี้ในการจัดการมรดก เจ้าพนักงานจะไม่ดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนหากไม่มีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกตามกฎหมายเสียก่อน ด้วยเหตุขัดข้องดังกล่าวจึงทำให้ราษฎรจำนวนมากต้องมายื่นคำร้องขอความช่วยเหลือต่อสำนักงานอัยการสูงสุด

ผู้มีสิทธิร้องขอรับความช่วยเหลือ

  1. ทายาท ทายาทโดยพินัยกรรม หรือทายาทโดยธรรม เช่น บิดา มารดา บุตร คู่สมรส พี่น้อง ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา
  2. ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น เจ้าหนี้ เจ้าของรวม
  3. พนักงานอัยการ (โดยมีทายาทมาร้องขอ)

สถานที่ยื่นคำขอ

  • สำนักงานอัยการในท้องที่ที่ผู้ตายมีภูมิลำเนา (ตามทะเบียนบ้านของผู้ตาย)
  • ถ้าผู้ตายไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร ให้ขอความช่วยเหลือที่สำนักงานอัยการที่ทรัพย์สินทั้งอยู่ในเขต

เอกสาร / หลักฐาน

  1. ทะเบียนบ้านของผู้ตาย
  2. มรณบัตรของผู้ตาย
  3. ทะเบียนบ้านของผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
  4. บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรข้าราชการของผู้ร้องขอ
  5. ถ้าเป็นบุตรต้องใช้สูติบัตร
  6. ทะเบียนสมรส
  7. เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของผู้ตาย
  8. พินัยกรรม (ถ้ามี)
  9. บัญชีเครือญาติ
  10. หนังสือให้ความยินยอม
  11. ทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ให้ความยินยอมทุกคน
  12. เอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับคดี

กำหนดเวลา

  • ใช้เวลาดำเนินคดีประมาณ 2 เดือน

อัตราค่าธรรมเนียม / ค่าใช้จ่าย

  • โดยปกติผู้ขอรับความช่วยเหลือจะต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี เว้นแต่กรณีผู้ได้รับภัยพิบัติจากคลื่นยักษ์สึนามิ สำนักงานอัยการสูงสุดจะออกค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่ายให้ประชาชนผู้เดือดร้อน

ติดต่อสอบถาม

  • สำนักงานอัยการจังหวัดทุกจังหวัด ทั่วประเทศ




หน่วยงานที่รับผิดชอบ : สำนักงานอัยการสูงสุด