logotype
การจัดการทรัพย์สินและขอเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่และคนสาบสูญ PDF Print E-mail
Written by contentweb   
Thursday, 22 December 2011 19:31

หลักเกณฑ์ / เงื่อนไข

สูญหายไปไม่ครบ 1 ปี
  • ถ้าบุคคลใดไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยมิได้ตั้งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไว้ และไม่มีใครรู้แน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอ ศาลจะสั่งให้ทำการอย่างใดไปพลางก่อนตามที่จำเป็นเพื่อจัดการทรัพย์สินของบุคคลผู้ไม่อยู่นั้นก็ได้
สูญหายไปล่วงเลย 1 ปี
  • เมื่อเวลาได้ล่วงเลยไป 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ไม่อยู่นั้นไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่และไม่มีผู้ใดได้รับข่าวเกี่ยวกับบุคคลนั้นประการใดเลยก็ดี หรือ 1 ปีนับแต่วันมีผู้ได้เห็นหรือได้ทราบข่าวมาเป็นครั้งหลังสุดก็ดี เมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอ ศาลจะตั้งผู้จัดการทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่ขึ้นก็ได้
สูญหายไปล่วงเลย 2 ปี
  • บุคคลใดได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่อาศัยและไม่มีใครรู้แน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ตลอดระยะเวลา 2 ปี พนักงานอัยการอาจร้องขอให้ศาลสั่งบุคคลนั้นคนสาบสูญก็ได้
สูญหายไปล่วงเลย 5 ปี
  • บุคคลใดได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่อาศัยและไม่มีใครรู้แน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ตลอดเวลา 5 ปี (กรณีทั่วไป) พนักงานอัยการอาจร้องขอให้ศาลสั่งบุคคลนั้นเป็นคนสาบสูญก็ได้ บุคคลซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ทั้งกรณีสาบสูญหาย 2 ปี หรือสูญหาย 5 ปี ให้ถือว่าถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการตายโดยผลของกฎหมาย ทายาทสามารถใช้สิทธิขอให้พนักงานอัยการร้องขอให้ศาลสั่งตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้
การได้รับยกเว้นการนำระยะเวลาและเงื่อนไข ตามมาตรา 61 แห่งป.พ.พ. มาใช้บังคับแก่ผู้เสียหายจากกรณีธรณีพิบัติ
  • ผู้เสียหายจากกรณีธรณีพิบัติจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์ที่เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามันของจังหวัดกระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ได้รับการยกเว้นการนำระยะเวลาและเงื่อนไขตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับแก่ผู้สูญหายจากธรณีพิบัติ ซึ่งผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการสามารถร้องขอต่อศาลให้เป็นคนสาบสูญได้ โดยไม่ต้องรอระยะเวลาตามหลักทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ผู้มีสิทธิขอรับความช่วยเหลือ

  • ผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ บิดา มารดา บุตร พี่น้อง ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา
  • พนักงานอัยการ (โดยผู้มีส่วนได้เสียมาร้องขอ)

สถานที่ยื่นคำขอ

  • ขอรับความช่วยเหลือได้ ณ สำนักงานอัยการในท้องที่ที่ผู้ไม่อยู่มีภูมิลำเนา หรือที่สำนักงานอัยการที่ผู้ร้องขอมีภูมิลำเนาก็ได้ (ตามทะเบียนบ้าน)

เอกสาร / หลักฐาน

  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ไม่อยู่
  • สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้องขอรับความช่วยเหลือ
  • บันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับแจ้งว่าบุคคลผู้ไม่อยู่นั้นหายไปจากภูมิลำเนา
  • เอกสารหลักฐานที่แสดงความเกี่ยวพันกันระหว่างผู้ร้องขอกับผู้ไม่อยู่ เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร เป็นต้น
  • เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์ของผู้ไม่อยู่ หรือเอกสารใดๆอันเป็นเหตุให้ต้องจัดการ
  • เอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับคดี

กำหนดระยะเวลา

  • ใช้เวลาดำเนินคดี ประมาณ 2 เดือน

ค่าธรรมเนียมศาล / ค่าใช้จ่าย

  • โดยปกติผู้ขอรับความช่วยเหลือจะต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี เว้นแต่กรณีผู้ได้รับภัยพิบัติจากคลื่นยักษ์สึนามิ สำนักงานอัยการสูงสุดจะออกค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่ายให้ประชาชนผู้เดือดร้อน




หน่วยงานที่รับผิดชอบ : สำนักงานอัยการสูงสุด