logotype
บุตร PDF Print E-mail
Written by contentweb   
Thursday, 22 December 2011 19:25

บุตร

  • การที่ชายหญิงจะอยู่กินกันฉันสามีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย กฎหมายกำหนดว่าจะต้องจดทะเบียนสมรส (จดทะเบียนสมรส ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือเชิญนายทะเบียนมาจดนอกสถานที่) หากอยู่กินกันเฉยๆโดยไม่จดทะเบียนสมรสแม้เราจะรู้ว่าเขาเป็นสามีภรรยากันแต่กฎหมายกลับไม่ยอมรับว่าเป็นสามีภรรยากันเลยและไม่ถือว่ามีความสัมพันธ์ต่อกันเลย ไม่ว่าจะอยู่ร่วมกันนานสักเพียงใด ดังนั้นหากชายหญิงต้องการเป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายก็จะต้องจดทะเบียนสมรสเสมอ

สามารถพิจารณาแยกได้ 2 กรณีว่าใครเป็นบิดามารดาของเด็ก

  1. เมื่อมีการจดทะเบียนสมรส
  2. เมื่อไม่มีการจดทะเบียนสมรส

เมื่อมีการจดทะเบียนสมรส เด็กที่เกิดจากหญิงที่ได้ทำการสมรสตามกฎหมายย่อมเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของชาย เห็นได้ว่ากฎหมายยอมรับว่าชายจะเป็นบิดาของเด็กเมื่อได้มีการจดทะเบียนสมรสแล้ว

เมื่อไม่มีการจดทะเบียนสมรส เด็กที่เกิดจากหญิงที่ไม่ได้ทำการสมรสตามกฎหมายไม่ว่าจะแต่งงานตามประเพณี หรือพากันหนีไปอยู่ด้วยกัน (ที่เรียกว่าวิวาห์เหาะ)เด็กนั้นก็ไม่ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของชายเพราะไม่มีการสมรส (ไม่มีการจดทะเบียนสมรส) จึงทำให้ชายและหญิงไม่มีความสัมพันธ์กันแต่ประการใด กฎหมายไม่ยอมรับว่าชายเป็นสามีของหญิง (มารดาของเด็ก) ซึ่งเป็นผลทำให้ชายไม่เป็นบิดาของเด็กตามกฎหมาย

การทำให้เด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของชาย

  • กฎหมายกำหนดไว้ 3 ประการคือ
    1. ชายคนนั้นได้จดทะเบียนสมรสกับหญิงในภายหลัง เมื่อชายได้จดทะเบียนสมรสกับหญิงที่เป็นมารดาของเด็กในภายหลังการสมรสนี้มีผลทำให้เด็กที่เกิดออกมาก่อนการสมรสนั้นเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของชายทันทีนับแต่วันที่ทำการจดทะเบียนสมรสกันนั่นเอง (บุตรที่เกิดก่อนสมรสนั้น จะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของชายได้ตามกรณีนี้ก็ต่อเมื่อชายนั้นเป็นบิดาของเด็กที่แท้จริงด้วย หากหญิงไปปสมรสกับชายอื่นซึ่งไม่ใช่บิดาเด็กนั้นก็ไม่มีผลทำให้เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของชายคนนั้นได้)
    2. ชายคนนั้นได้รับรองบุตร กรณีนี้ต่างจากข้อ ก เพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของเด็ก แต่เป็นการจดทะเบียนรับรองว่าเด็กที่เกิดจากหญิงนั้นเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของตน การจดทะเบียนรับรองเด็กเป็นบุตรนั้นจะมีผลทันทีนับแต่วันจดทะเบียนและจะมีผลแต่เฉพาะเด็กที่บิดาได้จดทะเบียนรับรองว่าเป็นบุตรเท่านั้น เด็กคนอื่นแม้จะเป็นพี่น้องเดียวกันกับเด็กคนนั้นก็ไม่มีผลเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของชาย(การจดทะเบียนรับรองบุตรนี้ไม่ทำให้มารดาของเด็กเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของชายแต่ประการใด)
    3. ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร ถ้าหากชายไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับหญิงหรือไม่ยอมจดทะเบียนรับรองบุตรแล้ว สามารถฟ้องต่อศาลขอให้ศาลพิพากษาให้ชายรับเด็กที่เกิดจากหญิงนั้นเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของตน

สรุป : เด็กที่เกิดจากหญิงที่ได้จดทะเบียนสมรสกับชายย่อมเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของชายและหญิง แต่ถ้าเด็กเกิดจากหญิงที่มิได้ทำการสมรสตามกฎหมายย่อมเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงผู้เป็นมารดาเท่านั้นไม่ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของชายจนกว่าชายคนนั้นจะได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของเด็กในภายหลังหรือจดทะเบียนรับรองว่าเด็กเป็นบุตรของตนหรือศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรเท่านั้น



หน่วยงานที่รับผิดชอบ : กระทรวงยุติธรรม