logotype
ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา (สินสมรส-สินส่วนตัว) PDF Print E-mail
Written by contentweb   
Thursday, 22 December 2011 19:23

ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา (สินสมรส-สินส่วนตัว)

กรณีสินส่วนตัว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1471
  • ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส คือ ทรัพย์สินทุกชนิดทั้งอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน อาคารบ้านเรือน หรือสังหาริมทรัพย์ เช่น วัว ควาย รถไถ เงินสด หรือทรัพย์สินมีค่าต่าง ๆ และทรัพย์สินเหล่านี้ต้องมีอยู่ก่อนสมรส คือ ต้องได้ทรัพย์สินมาโดยสมบูรณ์ก่อนสมรส หากทำสัญญากันไว้ก่อนสมรส แต่มารับมอบสมบูรณ์เมื่อสมรสแล้วไม่ถือว่าได้มาก่อนสมรส เช่น นายดำทำสัญญาเช่าซื้อบ้านหลังหนึ่งไว้ก่อนสมรส สัญญาเช่าซื้อกำหนดการชำระค่างวด 56 งวด ต่อมาได้ทำการสมรสกับนางขาวแล้วจึงชำระค่างวดครบ 56 งวด แล้วจึงทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์บ้านระหว่างสมรส ฉะนั้นบ้านหลังนี้ไม่ถือว่าได้มาก่อนสมรส เพราะตอนได้กรรมสิทธิ์ในบ้านโดยสมบูรณ์นั้นได้มาหลังจากที่ได้ทำการสมรสแล้ว จึงไม่เป็นสินส่วนตัวของนายดำ แต่เป็นสินสมรส
  • ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องแต่งกายหรือเครื่องประดับกายตามควรแก่ฐานะ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คือ ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีไว้ใช้ส่วนตัวโดยเฉพาะ เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน แว่นตา เครื่องแต่งกาย เช่น เสื้อ กางเกง กระโปรง รองเท้า หรืออาจเป็นเครื่องประดับ เช่น นาฬิกา แหวน กำไล ตุ้มหู สายสร้อย เป็นต้น ส่วนเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพก็เช่น ชาวนามีวัว ควาย คันไถ จอบ เสียม กระบุง บุ้งกี๋ เป็นต้น
  • ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือการให้โดยเสน่หา หากคู่สมรสฝ่ายใดได้รับมรดกหรือมีผู้ใดยกทรัพย์สินให้ในระหว่างสมรส ทรัพย์ที่ได้มานั้นย่อมเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายที่ได้รับ แต่หากมีเงื่อนไข เช่น การให้นั้นระบุว่าให้เป็นสินสมรส กรณีนี้ถือว่าทรัพย์ที่ได้มาเป็นสินสมรส กรณีรับมรดกเช่นเดียวกัน ถ้ารับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมกรณีนี้ไม่มีปัญหาทรัพย์สินที่ได้รับเป็นสินส่วนตัว เพราะผู้ตายตายโดยไม่ได้ระบุอะไรไว้นั่นเอง ทรัพย์มรดกจึงตกแก่ทายาทโดยธรรมไม่เหมือนการรับมรดกตามพินัยกรรม ถ้าเป็นการรับมรดกตามพินัยกรรม ต้องมีการทำพินัยกรรมระบุผู้มีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรมไว้ ฉะนั้นต้องดูว่าพินัยกรรมนั้นมีการระบุให้เป็นสินสมรสทรัพย์หรือไม่ ถ้ามีระบุไว้ทรัพย์สินที่ได้รับก็ต้องเป็นสินสมรส สรุปคือต้องดูว่าการให้โดยเสน่หาหรือการรับมรดกจากพินัยกรรม มีเงื่อนไขระบุว่าให้เป็นสินสมรสหรือเปล่า ถ้าระบุให้เป็นสินสมรสก็เป็นสินสมรส ถ้าไม่มีการระบุว่าให้เป็นสินสมรสก็เป็นสินส่วนตัว
  • ทรัพย์สินที่เป็นของหมั้น คือ ทรัพย์สินที่ชายมอบให้แก่หญิงเพื่อเป็นสัญญาว่าจะสมรสกับหญิงนั้นโดยทั่วไปมักเข้าใจว่าเป็นแหวนเพชร แหวนทอง สายสร้อย ซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์เท่านั้นแต่ความจริงแล้วของหมั้นอาจเป็นทรัพย์สินอื่น เช่น รถยนต์ หรือที่ดิน บ้านเรือนก็ได้ ของหมั้นจะตกเป็นของหญิงทันทีที่ทำการหมั้น และกลายเป็นสินส่วนตัวของหญิงนับแต่นั้นเป็นต้นไป
กรณีสินสินรส ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1474
  • ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส คือ ทรัพย์สินทุกชนิดที่ได้มาระหว่างสมรสที่ไม่ใช่สินส่วนตัวทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสล้วนเป็นสินสมรสทั้งสิ้น ตรงนี้ต้องพิจารณาให้ดีเพราะที่ได้มาระหว่างสมรสต้องไม่ใช่สินส่วนตัว เพราะว่าสินส่วนตัวบางอย่างอาจได้มาระหว่างสมรสก็ได้ ฉะนั้นแล้วต้องพิจารณาว่าได้มาระหว่างสมรสนั้นเป็นสินส่วนตัวหรือไม่ก่อน ถ้าไม่ใช่ก็แสดงว่าทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสนั้น ก็คือ สินสมรส และตราบใดที่ยังไม่ขาดจากการสมรส(ขาดจากการสมรส คือ คู่สมรสเสียชีวิต การหย่า หรือศาลพิพากษาให้เพิกถอนการสมรส)ไม่ว่าจะอยู่ด้วยกัน แยกกันอยู่ หรือทิ้งร้างไปก็ตาม ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างนั้นนอกจากสินส่วนตัวก็เป็นสินสมรสทั้งสิ้น
  • ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส คือ ทรัพย์สินที่ได้รับตามพินัยกรรมหรือมีผู้ยกให้ในระหว่างสมรสกรณีนี้จะต้องระบุชัดเจนว่าเป็นสินสมรส หากไม่ระบุถือว่าเป็นสินส่วนตัว
  • ที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว คือ ดอกผลของสินส่วนตัว ถ้าดอกผลของสินส่วนตัวมีระหว่างสมรสถือว่าดอกผลดังกล่าวได้มาระหว่างสมรส จึงกลายเป็นสินสมรส เช่น นายดำนำเงินซึ่งเป็นสินส่วนตัวไปฝากธนาคาร ต่อมานายดำได้ทำจดทะเบียนสมรสกับนางขาว มีดอกเบี้ยเกิดขึ้นระหว่างสมรสจากเงินฝาก ดอกเบี้ยระหว่างสมรสนั้นเป็นสินสมรส

ข้อสังเกตุ คำว่าระหว่างสมรส คือ ตั้งแต่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายเป็นต้นไป จะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อคู่สมรสเสียชีวิต หย่าโดยความยินยอม ศาลพิพากษาให้หย่า หรือศาลพิพากษาให้เพิกถอนการสมรส

ข้อสันนิษฐาน ตามกฎหมายของสินสมรส ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งเป็นสินสมรสหรือมิใช่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส

การจัดการสินสมรสนั้นแยกเป็น 2 กรณี คือ
  1. การจัดการธรรมดา
  2. การจัดการที่สำคัญ

การจัดการธรรมดา นั้น คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิจัดการได้โดยลำพัง ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่าย(การจัดการใดเป็นการจัดการธรรมดา ต้องดูมาตรา 1476 ประกอบถ้าการจัดการใดไม่มีระบุในมาตรา 1476 แสดงว่าการจัดการนั้นเป็นการจัดการธรรมดา)

การจัดการสำคัญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476 เช่น การขายที่ดินที่เป็นสินสมรส ขายฝากที่เป็นดินสินสมรส จำนองบ้านเรือนที่เป็นสินสมรส ให้ผู้ใดมีสิทธิอาศัยในที่ดินที่เป็นสินสมรส เอาบ้านเรือนหรือที่ดินที่เป็นสินสมรสให้คนอื่นเช่าเกิน 3 ปี นำเงินสินสมรสมาให้คนอื่นกู้ นำสินสมรสไปยกให้คนอื่น หรือนำที่ดินสินสมรสไปประกันต่อศาล กฎหมายกำหนดว่าสามีภริยาต้องจัดการร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง หากคู่สมรสฝ่ายใดจัดการไปโดยลำพังคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนได้ แต่หากเป็นกรณีที่คู่สมรสฝ่ายใดจัดการไปโดยลำพังแต่คู่สมรสอีกฝ่ายให้สัตยาบัน คือ ยอมรับการจัดการของอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อให้สัตยาบันแล้วถือว่าการจัดการนั้นสมบูรณ์มาแต่ต้นจะขอให้ศาลเพิกถอนไม่ได้




หน่วยงานที่รับผิดชอบ : กระทรวงยุติธรรม