logotype
กู้ยืม PDF Print E-mail
Written by contentweb   
Thursday, 22 December 2011 18:45

กู้ยืม

กรณีที่มีการทำสัญญา
  • หากมีกำหนดเวลาชำระหนี้ ถือว่าลูกหนี้มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ ตามกำหนดเวลาดังกล่าว โดยไม่ต้องทำการบอกกล่าว(อาจบอกกล่าวด้วยวาจาหรือทำเป็นหนังสือ) หากไม่ชำระหนี้ ก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ในสัญญาเช่น เกี่ยวกับดอกเบี้ย,เบี้ยปรับ
  • หากเป็นกรณีที่มีการจดทะเบียนจำนองทรัพย์สินไว้ด้วย ก็ต้องถูกบังคับทรัพย์สินที่จำนองออกนำขายทอดตลาด
  • หากไม่มีกำหนดเวลาในการชำระหนี้ เจ้าหนี้จะต้องบอกกล่าวให้ลูกหนี้ชำระหนี้ ภายในกำหนดเวลาที่ได้แจ้งให้ลูกหนี้ทราบก่อน จึงจะสามารถฟ้องร้องเพื่อบังคับลูกหนี้ได้

วิธีแก้ไข

  • ลูกหนี้ควรเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอชำระหนี้โดยการขอผ่อนชำระ หากเจ้าหนี้ไม่ยินยอม โดยเจ้าหนี้ยื่นฟ้องต่อศาล ลูกหนี้สามารถไปใช้สิทธิในการขอไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ได้ในชั้นศาล หากเจรจาตกลงในศาลได้ ก็บังคับตามข้อตกลงที่ทำกันในศาล ซึ่งอาจทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล หากตกลงกันไม่ได้ และเจ้าหนี้ประสงค์จะนำคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ต้องรอคำตัดสินของศาล
กรณีไม่มีสัญญา (การกู้ยืมนอกระบบ)
  • หากไม่มีสัญญาการกู้ยืมระหว่างกัน ลูกหนี้ ไม่จำเป็นต้องชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ เนื่องจากเป็นการกู้ที่ขัดต่อกฎหมายที่กำหนดให้การกู้ยืมเงินตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของผู้ยืม จึงจะทำให้เจ้าหนี้สามารถดำเนินการฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย แต่หากกรณีที่มีการกู้ยืมกันไม่ถึง 2,000 บาท แม้ไม่มีหลักฐานหรือสัญญาก็สามารถฟ้องร้องบังคับกันได้
ข้อควรปฎิบัติในการชำระเงิน
  • เมื่อผู้กู้นำเงินไปชำระไม่ว่าจะเป็นการชำระทั้งหมดหรือบางส่วนก็ตามผู้กู้ควรทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ มิฉะนั้นจะอ้างยันผู้ให้กู้ว่าชำระเงินกู้ให้เขาคืนแล้วไม่ได้
  • รับใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือที่มีข้อความว่าได้ชำระเงินที่กู้มาแล้วทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนและมีลายเซ็นต์ผู้ให้กู้กำกับไว้ด้วย
  • รับหนังสือสัญญากู้เงินที่ได้ทำไว้แก่ผู้ให้กู้คืนมาในกรณีที่ชำระเงินครบตามจำนวนเงินที่กู้
  • มีการบันทึกลงในสัญญากู้ว่าได้นำเงินมาชำระแล้วเท่าไรและให้ผู้ให้กู้เซ็นต์กำกับไว้ ผู้ให้กู้ต้องเซ็นต์ชื่อกำกับไว้ทุกครั้งที่มีการชำระเงินจึงจะอ้างยันได้ว่าได้ชำระเงินไปแล้ว
การคิดอัตราดอกเบี้ย
  • หากเป็นการกู้ยืมกับสถาบันการเงิน การคิดดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับการประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ ปัจจุบัน อัตราร้อย 28 ต่อปี
  • หากเป็นการกู้ยืมนอกระบบไม่ว่า จะทำสัญญาหรือไม่ก็ตาม กฎหมายกำหนดให้คิดอัตราดอกเบี้ยได้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี หรือ 1.25 ต่อเดือน หากมีการคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กำหนด ดอกเบี้ยนั้นตกเป็นโมฆะ ไม่สามารถฟ้องเรียกดอกเบี้ยได้ คงฟ้องเรียกร้องได้เฉพาะต้นเงินที่มีการทำสัญญากู้ยืมกันจริงเท่านั้น
มาตราที่เกี่ยวข้อง
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 ,654,702,728,



หน่วยงานที่รับผิดชอบ : กระทรวงยุติธรรม

Last Updated on Thursday, 22 December 2011 18:55