logotype
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร PDF Print E-mail
Written by GCC AdminZ   
Thursday, 24 November 2011 11:25

คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

  • ผู้มีสัญชาติไทย (ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี)
  • อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง
  • มีชื่อยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง

ลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

  • เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือ นักบวช
  • อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
  • ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
  • วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

การเตรียมตัวก่อนไปเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

การตรวจสอบรายชื่อ

  • 20 วันก่อนวันเลือกตั้ง ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ที่
    • ศาลากลางจังหวัด
    • ที่ว่าการอำเภอ
    • ที่ทำการเขต
    • ที่ทำการ
    • อบต. สำนักงานเทศบาล
    • ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หรือเขตชุมชน
  • 15 วันก่อนวันเลือกตั้ง ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและที่เลือกตั้งจาก หนังสือแจ้งเจ้าบ้าน (ส.ส.12)

การเพิ่มชื่อ - ถอนชื่อ

  • ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน
  • หากเห็นว่าไม่มีชื่อตนเองหรือมีชื่อผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งปรากฏอยู่ในบัญชี รายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้แจ้งนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น
  • โดยนำหลักฐานมาแสดงดังนี้
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นใด ที่ทางราชการออกให้มาแสดงด้วย

หลักฐานที่ใช้ในการเลือกตั้ง

  • บัตรประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้)
  • บัตรหรือหลักฐานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้มีรูปถ่ายและหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เช่น
    • บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
    • ใบขับขี่
    • หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)

การลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรล่วงหน้า

การลงคะแนนเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด

ผู้ที่ทำงานหรืออาศัยอยู่คนละจังหวัดกับทะเบียนบ้านที่มีชื่ออยู่ปัจจุบัน ไม่ถึง 90 วัน เลือกตั้ง ส.ส. ก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางของจังหวัดที่ท่านทำงานหรืออาศัยอยู่ได้ แต่ต้องยืนคำขอใช้สิทธิเลือกตั้งก่อน ต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 30 วัน จึงจะมีสิทธิ

  • เอกสารที่ต้องเตรียม
    • คำขอลงทะเบียนการใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด (โหลดได้จาก http://www.ect.go.th) (แบบ ส.ส. 42)
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรที่มีรูปถ่ายที่ทางราชการออกให้และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก

หมายเหตุ สามารถยื่นรวมกันเป็นกลุ่มได้โดยใช้คำแบบ ส.ส. 42/ก หรือทำเป็นหนังสือที่มี ชื่อ-สกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้ง มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครั้งสุดท้ายเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน

  • วิธีการยื่น
    • ยื่นด้วยตัวเองหรือทำหนังสือมอบหมายให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอื่นดำเนินการแทน โดยยื่นคำขอต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือยื่นคำขอต่อเอกอัครราชทูตหรือผู้ที่เอกอัครราชทูตมอบหมาย
    • ยื่นคำขอทางไปรษณีย์ (โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ)
    • ยื่นคำขอทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (เฉพาะการออกเสียงลงคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง และการออกเสียงลงคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนอกราชอาณาจักร)

กรณีเขตเลือกตั้งให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่าง หรือมีการเลือกตั้งใหม่ สามารถเดินทางกลับไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านได้

การลงคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง

  • ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านตามทะเบียนบ้าน ที่ต้องเดินทางออกนอกเขตไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ในวันเลือกตั้ง ก็สามารถไปแสดงตนเพื่อขอลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. ล่วงหน้า ได้ ณ ที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง
  • ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น ภายในระยะเวลาที่ กกต. กำหนด

การลง คะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ขอลงทะเบียนใช้สิทธิก่อนไม่น้อยกว่า 30 วัน
  • ไปลงคะแนนล่วงหน้า ณ สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลหรือลงคะแนนทางไปรษณีย์ (ตามสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลกำหนด)

แจ้งเหตุไม่ใช้สิทธิ และ เสียสิทธิกรณีไม่ไปเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

การแจ้งเหตุที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้

  • ก่อนหรือหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน ขอรับแบบ ส.ส. 28 หรือทำหนังสือชี้แจงเหตุ และให้ระบุเลขประจำตัวประชาชนและที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
  • ยื่นหนังสือต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นด้วยตนเอง
  • มอบหมายผู้อื่นหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

ผู้ที่มีเหตุทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้

  • ผู้มีธุรกิจจำเป็นเร่งด่วนต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
  • ผู้ป่วยและไม่ สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
  • ผู้พิการหรือผู้สูงอายุและไม่ สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
  • ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
  • ผู้มีที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
  • ผู้ประสบเหตุ สุดวิสัย เช่น อุทกภัย วาตภัย ฯลฯ

ไม่ไปเลือกตั้ง ไม่เจ้งเหตุเสียสิทธิ 5 ประการ

  1. ยื่นคําร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  2. สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
  3. สมัครรับเลือกเป็นกํานันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
  4. ดํารงตําแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
  5. ดํารงตําแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจํากัดสิทธิตามวรรคหนึ่งให้มีกําหนดเวลาครั้งละสองปีนับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีกให้นับเวลาการจํากัดสิทธิครั้งหลังนี้โดยนับจากวันที่มิได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งใหม่ หากกําหนดเวลาการจํากัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่ เท่าใดให้กําหนดเวลาการจํากัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง

การคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง ซึ่งมีสมาชิกสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดเขตเลือกตั้งหนึ่งยื่นคัด ค้านต่อ กกต. โดย

  • ก่อน วันประกาศผลการเลือกตั้ง หรือภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง กรณีเห็นว่าการเลือกตั้งเขตนั้นเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • ภาย ใน 180 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง กรณีเห็นว่าผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ใช้จ่ายเงินในการหาเสียงเกินจำนวนที่ กกต. กำหนด หรือผู้สมัครไม่ยื่นบัญชีรายรับ-รายจ่าย ภายใน 90 วันหลัง วันเลือกตั้ง


หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ที่มา: https://www.ect.go.th/ect_th/

Last Update : 2019-03-02

Last Updated on Saturday, 02 March 2019 13:34