logotype
โครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2562 ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ PDF Print E-mail
Written by GCC AdminZ   
Saturday, 05 January 2019 09:24

โครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2562

ตามที่หลายจังหวัดของพื้นที่ภาคใต้ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ปาบึก” ซึ่งจะมีผลให้เกิดอุทกภัย ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และอาจส่งผลให้ที่อยู่อาศัยของประชาชนได้รับความเสียหายและประสบปัญหาด้านการประกอบอาชีพ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จึงได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าประชาชนที่ประสบอุทกภัย รวมถึงมาตรการฟื้นฟูภายหลังน้ำลดระดับลง โดยเตรียมวงเงิน  1,000 ล้านบาท จัดทำ “โครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2562” โดยธนาคารจะพิจารณาตามระดับความเสียหาย


กำหนดการ

  • ลูกค้าสามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2562 หรือภายใต้กรอบวงเงินที่ธนาคารกำหนด


สถานที่ติดต่อ


6 มาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าเดิมของ ธอส. กรณีหลักประกัน (ที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคาร) ของตนเองหรือ  คู่สมรสได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัย

สามารถขอลดอัตราดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระ ดังนี้

  • เดือนที่ 1-4 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี
  • เดือนที่ 5-16 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.50% ต่อปี
  • เดือนที่ 17-24 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.00% ต่อปี
  • ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี
  • ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้
    • กรณีลูกค้าสวัสดิการ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี
    • กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี
    • กรณีกู้เพื่อชำระหนี้หรือซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกฯ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. อยู่ที่ 6.75% ต่อปี)

มาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่หลักประกันของตนเองหรือคู่สมรสได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัย

  • สามารถขอกู้เพิ่ม หรือกู้ใหม่ เพื่อปลูกสร้างอาคารทดแทนหลังเดิม หรือกู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 3.00% ต่อปี นาน 3 ปี หลังจากนั้น
    • ลูกค้าสวัสดิการ คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี
    • ลูกค้ารายย่อย คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี
  • สำหรับลูกค้าผู้ที่ต้องการยื่นกู้ตามมาตรการที่ 2 ธนาคารกำหนดวงเงินให้กู้ต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อ 1 หลักประกัน และยังยกเว้นค่าธรรมเนียมในรายการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย
    • ค่าตรวจสอบหลักประกันค่าประเมินราคาหลักประกัน
    • ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้
    • ค่าธรรมเนียมการขอเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
    • ค่าธรรมเนียมการขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการกู้

มาตรการที่ 3 ลูกหนี้ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย และกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้

  • ให้ลูกหนี้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 4 เดือน คิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 4 เดือนแรกโดยไม่ต้องชำระเงินงวด
  • จากนั้นเดือนที่ 5-16 อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน
  • เมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้ลูกหนี้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 4 ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้

  • ให้ประนอมหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี
  • โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน
  • เมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้ลูกหนี้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 5 ลูกหนี้ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร

  • ให้ผ่อนชำระโดยใช้อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปีตลอดระยะเวลาที่คงเหลือตามสัญญากู้

มาตรการที่ 6 กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลังและไม่สามารถซ่อมแซมได้

  • ให้ปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดินที่คงเหลือเท่านั้น


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม


ที่มา https://www.ghbank.co.th/news/detail/public-relations/gh-bank-help-flood-victims
Last Updated on Saturday, 05 January 2019 11:10