logotype
สิทธิที่จะได้รับของทหารผ่านศึกด้านสวัสดิการ PDF Print E-mail
Written by contentweb   
Saturday, 24 December 2011 14:38
หมายเหตุ** (ทหารผ่านศึกทุกชั้นบัตร) คือ บัตรชั้นที่ ๑, ๒, ๓ และ ๔


การสงเคราะห์ค่าคลอดบุตร

ให้การสงเคราะห์แก่ ทหารผ่านศึกหญิง หรือภริยาของทหารผ่านศึกที่กำลังกระทำหน้าที่ในการสงคราม คราวละ 2,000 บาท ต้องยื่นคำร้องภายในระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันคลอด

หลักฐาน
  • บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวประชาชน
  • ใบสำคัญการสมรส
  • สูติบัตร
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับการสงเคราะห์ ภรรยาและบุตร
  • หนังสือรับรองผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด
  • คำสั่งให้เจ้าหน้าที่พ้นจากหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่ราชการ

การสงเคราะห์เงินเลี้ยงชีพรายเดือน

ให้การสงเคราะห์แก่ ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑ ที่พิการทุพพลภาพ

1. ผู้ที่ได้รับบำนาญพิเศษ ให้ได้รับการสงเคราะห์เดือนละ 6,500 บาท
2. ผู้ที่ไม่ได้รับบำนาญพิเศษ ให้ได้รับการสงเคราะห์เดือนละ 9,000 บาท
3.ผู้ที่ไม่ได้รับบำนาญพิเศษ แต่ได้รับบำนาญปกติและเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญรวมกัน ไม่ถึงเดือนละ 8,060 บาท ให้ได้รับการสงเคราะห์จนครบเดือนละ 8,060 บาท

หลักฐาน
  • บัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑
  • สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมฉบับจริง
  • ใบสำคัญสำหรับคนพิการทุพพลภาพหรือมีโรคซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ (สด.๖) หรือใบสำคัญความเห็นแพทย์
  • หนังสือสั่งจ่ายบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพของกรมบัญชีกลาง หรือหนังสือรับรองจากต้นสังกัดว่า ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญจากทางราชการ หรือหนังสือรับรองการรับบำนาญปกติ และเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

การสงเคราะห์เงินช่วยเหลือเป็นค่าครองชีพพิเศษ

ให้การสงเคราะห์แก่ ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑ ที่พิการทุพพลภาพขนาดหนัก ได้รับเงินช่วยเหลือดำรงชีพตามระเบียบ บ.ท.ช. เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท

หลักฐาน
  • เป็นกรณีสงเคราะห์ช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ผู้ได้รับเงินช่วยเหลือดำรงชีพตามระเบียบ บ.ท.ช.

การสงเคราะห์เงินช่วยค่าครองชีพเพื่อผดุงเกียรติเป็นรายเดือน

ให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑ ที่พิการทุพพลภาพหรือพิการที่ประพฤติตนเหมาะสมกับเกียรติของทหารผ่านศึก และไม่กระทำการใดๆ ให้เป็นที่เสียหายหรือเสื่อมเสียชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของทหารผ่านศึกหรือองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก จะได้รับการสงเคราะห์เงินช่วยค่าครองชีพเพื่อผดุงเกียรติเป็นรายเดือน เดือนละ 5,000 บาท (ปรับเป็น 6,000 บาท เริ่ม 1 มิถุนายน 2561)

ผู้ซึ่งได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพื่อผดุงเกียรติเป็นรายเดือนผู้ใดเป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีหรือเป็นบุคคลล้มละลาย หรือต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดที่มิได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ไม่มีสิทธิรับเงินช่วยค่าครองชีพเพื่อผดุงเกียรติเป็นรายเดือน

ผู้ไม่มีสิทธิรับเงินช่วยค่าครองชีพเพื่อผดุงเกียรติเป็นรายเดือน เมื่อได้พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลาย หรือได้พ้นโทษจำคุกมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือน ถ้าองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พิจารณาเห็นว่า ผู้นั้นมีความประพฤติเหมาะสมสมควรได้รับการสงเคราะห์อีก ก็ให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกพิจารณาให้การสงเคราะห์ให้ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑ ผู้นั้นได้รับการสงเคราะห์เงินช่วยค่าครองชีพเพื่อผดุงเกียรติเป็นรายเดือนต่อไปเป็นรายๆ ไป

หลักฐาน
  • บัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ใบสำคัญสำหรับคนพิการทุพพลภาพหรือมีโรคซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ (สด.๖) หรือใบสำคัญความเห็นแพทย์

การสงเคราะห์เงินเชิดชูเกียรติ

ให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑ ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดีด้วยความกล้าหาญ เหรียญดุษฎีมาลาเข็มกล้าหาญ หรือเหรียญกล้าหาญ เดือนละ  6,000 บาท

หลักฐาน
  • บัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาราชกิจจานุเบกษาการได้รับพระราชทานเหรียญ

การสงเคราะห์เงินช่วยเหลือรายเดือน แก่ครอบครัวทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ ๑

ให้การสงเคราะห์แก่ผู้ถือบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึก บัตรชั้นที่ ๑ ครอบครัวละเดือนละไม่เกิน 4,000 บาท แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งตามที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเห็นสมควร ได้แก่ บิดาหรือมารดา สามีหรือภริยา หรือบุตร

หลักฐาน
  • บัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • ใบสำคัญการสมรส (กรณีบิดามารดา หรือภรรยา)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • มรณบัตรของผู้ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติราชการสนาม
  • สูติบัตร (กรณีบุตร)
  • หนังสือสละสิทธิการรับเงินช่วยเหลือรายเดือน (กรณีบิดาหรือมารดา)

การสงเคราะห์เงินช่วยเหลือรายเดือนแก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๒, ๓ และ ๔

ให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๒ บัตรชั้นที่ ๓ และบัตรชั้นที่ ๔ ที่พิการจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือพิการทุพพลภาพหรือพิการจนเป็นอุปสรรคสำคัญในการประกอบอาชีพ จากเหตุอื่น และอัตคัดขัดสน ขาดผู้อุปการะ เดือนละไม่เกิน 4,000 บาท

หลักฐาน
  • บัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ใบรับรองแพทย์ และ/หรือใบสำคัญความเห็นแพทย์ จาก รพ. ของทางราชการ ว่ามีความพิการทุพพลภาพหรือพิการ
  • หนังสือการรับเงินบำนาญพิเศษ หรือบำนาญปกติ หรือหนังสือการรับเงินตอบแทนจากทางราชการ (กรณีที่มียศ)

การสงเคราะห์เงินเลี้ยงชีพพิเศษ

ให้การสงเคราะห์แก่ ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑ ที่พิการทุพพลภาพหรือพิการจากการปฏิบัติหน้าที่ และได้รับเงินเลี้ยงชีพรายเดือน มีสิทธิขอรับเงินเลี้ยงชีพพิเศษ จำนวนหนึ่งในสามของเงินช่วยเหลือแก่ทายาทที่มีสิทธิได้รับ โดยจ่ายให้ครั้งเดียว

หลักฐาน
  • บัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑
  • หนังสือสั่งจ่ายบำนาญพิเศษ (กรณีเป็นผู้ที่ได้รับบำนาญพิเศษ) หรือหนังสือสั่งจ่ายบำนาญปกติและเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (กรณีเป็นผู้ได้รับบำนาญปกติอย่างเดียว)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน

การสงเคราะห์ส่งเสริมสิทธิและเกียรติ

1. ช่วยขอสิทธิพิเศษในกิจการของเอกชนผู้มีจิตศรัทธา
2. ช่วยขอสิทธิพิเศษในกิจการของทางราชการ และรัฐวิสาหกิจ
3. จัดให้มีการบำเพ็ญกุศลทางศาสนาในวาระอันเป็นที่ระลึกของทหารผ่านศึกนอกประจำการที่นับถือศาสนาต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
4. ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลทางศาสนา แก่ผู้ถึงแก่ความตายในสงคราม ให้การสงเคราะห์คราวละ ไม่เกิน 5,000 บาท


การสงเคราะห์เยี่ยมเยียนทหารผ่านศึกและครอบครัวเป็นครั้งคราว

จ่ายเงินเยี่ยมเยียน ช่วยเหลือทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก หรือทหารนอกประจำการเป็นครั้งคราว ตามที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเห็นสมควร ในวงเงินคนละไม่เกิน 500 บาท และอาจจัดสิ่งของเยี่ยมเยียนตามความเหมาะสม

การสงเคราะห์เยี่ยมเยียนหทารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการปฏิบัติหน้าที่ ฯ

จ่ายเงินเยี่ยมเยียนช่วยเหลือทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการกระทำหน้าที่ในการสงคราม ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล คนละ ๔๐๐ บาท

การสงเคราะห์เงินช่วยเหลือครั้งคราว

ให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการทุกชั้นบัตร และผู้ถือบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึกชั้นที่ ๑ ที่ยากจน ขัดสน ซึ่งมีเหตุจำเป็นและความเดือดร้อนเฉพาะหน้า คนละปีละไม่เกิน 800 บาท (ปรับเป็น 1,000 บาท เริ่ม 1 ต.ค. 61) ซึ่งองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก จะให้การสงเคราะห์กรณีจำเป็น และเดือดร้อนเฉพาะหน้า ดังต่อไปนี้

  1. เจ็บป่วย เป็นเหตุให้ต้องหยุดประกอบอาชีพ เกิน ๑๕ วัน ขึ้นไป โดยที่นักสังคม สงเคราะห์ หรือเจ้าหน้าที่ที่ให้การสงเคราะห์ไปเยี่ยมถึงที่พักอาศัยพบว่าเป็นจริง หรือมี ใบรับรองแพทย์มาแสดงก็ให้การสงเคราะห์ได้
  2. ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ หรือมีความเดือดร้อนเฉพาะหน้า จนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ตามปกติได้โดยที่นักสังคมสงเคราะห์พิจารณาเห็นสมควร
  3. เดือดร้อนเกี่ยวกับค่าพาหนะเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือย้ายไปประกอบอาชีพในสถานที่ แห่งอื่น
  4. ต้องมิใช่ผู้มีรายได้ประจำ หรือต้องไม่ได้รับบำนาญ เบี้ยหวัด เงินเดือน หรือค่าจ้างจาก ทางราชการรัฐวิสาหกิจ และ อผศ. ยกเว้นผู้ที่ได้รับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพ ที่ไม่ เป็นพนักงาน ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ และพนักงาน อผศ.

การพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือครั้งคราว ผู้ขอรับการสงเคราะห์จะต้องมาเขียนคำร้องด้วยตนเองเนื่องจากเป็นเงินสงเคราะห์ที่ให้เมื่อมีเหตุเดือดร้อน จำเป็น เจ้าหน้าที่จะพิจารณาให้การช่วยเหลือตามเหตุความเดือดร้อนจำเป็นเฉพาะหน้า แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนด มิใช่เป็นเงินสิทธิดังเช่นเงินเบี้ยหวัด บำนาญ หรือเงินเดือน

การสงเคราะห์ค่าประสบภัยพิบัติ

ให้การสงเคราะห์แก่ ทหารผ่านศึกที่กำลังกระทำหน้าที่ในการสงคราม ครอบครัวทหารผ่านศึกนอกประจำการทุกชั้นบัตร และผู้ถือบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ ๑ (เว้นแต่บุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว) จะได้รับการสงเคราะห์ ดังนี้

1. ที่อยู่อาศัยประสบภัยพิบัติ ผู้รับการสงเคราะห์ ต้องเป็นเจ้าบ้าน

  • ถ้าได้รับความเสียหายบางส่วนจะได้รับการสงเคราะห์เท่าที่เสียหายจริง แต่ไม่เกิน 3,500 บาท
  • ถ้าเสียหายทั้งหลังจะได้รับการสงเคราะห์เท่าที่เสียหายจริง แต่ไม่เกิน 5,000 บาท

2. พืชผลทางการเกษตร สัตว์เลี้ยง อาคารสถานที่ หรือเครื่องมือสำหรับประกอบอาชีพตามที่กำหนด ผู้รับการสงเคราะห์ ต้องเป็นผู้ดำเนินการและเป็นเจ้าของที่ดิน หรือมีสัญญาเช่าที่ดินในการประกอบอาชีพ

  • จะได้รับการสงเคราะห์เท่าที่เสียหายจริง รายละไม่เกิน 1,000 บาท
หลักฐาน
  • คำสั่งปฏิบัติหน้าที่ หรือบัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ หรือบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึก บัตรชั้นที่ ๑ (เว้นแต่บุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองความเสียหายจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง (หนังสือรับรอง)
  • รูปถ่ายความเสียหายของบ้าน หรือพืชผลทางการเกษตร

การสงเคราะห์ค่าการศึกษา

1. ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑ สามีหรือภริยาของทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ ๑ บุตรของทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑ สามีหรือภริยา ผู้ได้รับบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึกชั้นที่ ๑ บุตรผู้ได้รับบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึกชั้นที่ ๑ และบุตรของทหารผ่านศึกที่มีสิทธิจะได้รับบัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการชั้นที่ ๑ แต่ยังไม่ได้รับ จะได้รับการสงเคราะห์ตามหลักเกณฑ์
2. ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๒, ๓ และ ๔ จะได้รับการสงเคราะห์การศึกษาจนจบระดับปริญญาตรีทั้งในและนอกประเทศ โดยจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมค่าบำรุง ค่าอุปกรณ์การศึกษา และอื่นๆ คนละไม่เกิน ๘,๐๐๐ บาท แบ่งจ่ายเป็นรายปีๆ ละไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท
3. สงเคราะห์เป็นทุนการศึกษาแก่บุตรทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๒, ๓ และ ๔ เพื่อศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า จนจบปริญญาตรีในประเทศ คนละ ๕,๐๐๐ บาท ต่อปีการศึกษา โดยการสอบคัด
เลือกตามจำนวนทุนที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกกำหนดในแต่ละปี
4. จ่ายเงินสงเคราะห์การศึกษาแก่บุตรของทหารผ่านศึก ที่กำลังกระทำหน้าที่ในการสงคราม ตามหลักเกณฑ์
5. ทุนการศึกษา

  • อผศ. ให้การสงเคราะห์เป็นทุนการศึกษา แก่บุตรของทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ ๒ บัตรชั้นที่ ๓ และบัตรชั้นที่ ๔ เพื่อศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเทียบเท่า จนจบปริญญาตรีในประเทศ ในวงเงินทุนละ ๕,๐๐๐ บาท ต่อปีการศึกษา โดยการสอบชิงทุน

  • เงินทุนบริจาคจากหน่วยงานและเอกชน บริจาคเงินทุนการศึกษา
หลักฐาน (ที่ต้องนำมาแสดงในการขอรับการสงเคราะห์ ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑)
  • บัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑ หรือบัตรครอบครัวทหารผ่านศึก บัตรชั้นที่ ๑
  • สำเนาทะเบียนสมรส
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองการเป็นนักเรียนและนักศึกษา
  • ระเบียบการของโรงเรียน

ต้องยื่นคำร้องให้เสร็จสิ้นไม่เกินปีการศึกษาถัดไป

หลักฐาน (ที่ต้องนำมาแสดงในการขอรับการสงเคราะห์ ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๒, ๓, ๔)
  • บัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองการเป็นนักเรียนและนักศึกษา (กสก.๒)
  • ระเบียบการของโรงเรียน

ต้องยื่นคำร้องให้เสร็จสิ้นไม่เกินปีการศึกษาถัดไป

หลักฐาน (เพิ่มเติมแล้วแต่กรณี)
  • การขอรับการสงเคราะห์การศึกษาของบุตร
    • สำเนาสูติบัตรของบุตร
  • ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุงการศึกษา
    • ใบเสร็จรับเงิน
    • ใบอนุญาตของกระทรวงศึกษาธิการ (กรณีโรงเรียนเอกชน)
  • ค่าอุปกรณ์, เครื่องแต่งกาย และค่าอยู่ในโรงเรียนประจำ
    • หนังสือรับรองผลการศึกษาและความประพฤติ (กสก.๓)
  • ค่าอาหาร
    • หนังสือรับรองเวลาเรียน (กสก.๔)
  • ทุนการศึกษา (กสก.๗)
    • สูติบัตรของบุตร
    • สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ, ชื่อสกุล ในกรณีชื่อหรือชื่อสกุลไม่ตรงกับหลักฐานที่ใช้
    • หนังสือรับรองความเห็นแพทย์ของโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลของทางราชการ

การสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาล

การสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาล ให้แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการทุกชั้นบัตร และผู้ถือบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึกชั้นที่ ๑

1. ทหารผ่านศึกนอกประจำการทุกชั้นบัตร และครอบครัว ครอบครัวละปีละไม่เกิน 3,500 บาท จากเดิม 3,000 บาท เริ่ม 1 มี.ค.61
2. ผู้ถือบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึกชั้นที่ ๑ คนละปีละไม่เกิน 3,500 บาท  จากเดิม 3,000 บาท เริ่ม 1 มี.ค.61

หลักฐาน
  • บัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ หรือผู้ถือบัตรประจำครอบครัวทหารผ่านศึก บัตรชั้นที่๑
  • ใบเสร็จรับเงินฉบับจริง พร้อมใบสรุปหน้างบค่ารักษาพยาบาลของสถานพยาบาลของทาง ราชการ หรือโรงพยาบาลเอกชน
  • ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล
  • กรณีเบิกให้ครอบครัว ต้องนำหลักฐานเพิ่มเติม ดังนี้

    • มารดา ใช้ทะเบียนบ้านของทหารผ่านศึกและทะเบียนบ้านของมารดา
    • บิดา ใช้ทะเบียนสมรสของบิดาและมารดาทหารผ่านศึก
    • ภรรยา ใช้ทะเบียนสมรสของทหารผ่านศึกและภรรยา
    • บุตร ใช้ทะเบียนสมรสของทหารผ่านศึกและภรรยา พร้อมสูติบัตรบุตร หรือสำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อบุตร
  • กรณีที่ไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตนเอง ให้จัดทำหนังสือมอบอำนาจตามแบบที่กำหนด

คำแนะนำในการทำเรื่องมอบอำนาจการเบิกค่ารักษาพยาบาลเอกสารประกอบในการยื่นเรื่องมอบอำนาจ

*** หลักฐานของผู้มอบอำนาจ (ทหารผ่านศึก) ***

  • สำเนาบัตรประจำตัวทหารผ่านศึกฯ (นำเอกสารฉบับจริงมาด้วย)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน (นำเอกสารฉบับจริงมาด้วย)

หมายเหตุ : (เอกสารทุกฉบับลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องด้วย)

*** หลักฐานของผู้รับมอบอำนาจ ***

  • สำเนาบัตรข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวประชาชน (นำเอกสารฉบับจริงมาด้วย)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน (นำเอกสารฉบับจริงมาด้วย)

หมายเหตุ : (เอกสารทุกฉบับลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องด้วย)


การสงเคราะห์ค่าจัดการศพ

ให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึกที่กำลังกระทำหน้าที่ในการสงครามหรือในการรบ หรือป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรไม่ว่าภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร หรือในการปราบปรามการจลาจล ตามที่กระทรวงกลาโหมหรือสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดและครอบครัว ทหารผ่านศึกที่ได้รับพระราชทานเครื่องอิสริยาภรณ์หรือเหรียญซึ่งมีสิทธิจะทำบัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ ทหารผ่านศึกนอกประจำการทุกชั้นบัตร และผู้ถือบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึก บัตรชั้นที่ ๑ สำหรับบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เว้นบุตรที่พิการทุพพลภาพหรือพิการจนเป็นอุปสรรคสำคัญในการประกอบอาชีพ ให้ได้รับการสงเคราะห์จ่ายเพียงครั้งเดียวคนละ 10,000 บาท ต้องยื่นคำร้องภายในเวลา ๑ ปี นับตั้งแต่วันถึงแก่ความตาย หรือวันที่ทายาทหรือผู้จัดการศพ ทราบการถึงแก่ความตาย

หลักฐาน
  • คำสั่งปฏิบัติหน้าที่ หรือบัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ หรือผู้ถือบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึก บัตรชั้นที่ ๑ (เว้นแต่บุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว) หรือหลักฐานการได้รับพระราชทานเหรียญ (สำเนาราชกิจจานุเบกษาพร้อมบัตร หรือบัตรประจำตัวประชาชน)
  • มรณบัตร
  • หนังสือรับรองการเป็นผู้จัดการศพ (กสก.๑) จากทางวัด หรือใบสำคัญการสมรส (กรณีภรรยา)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน (ของผู้ตายและผู้รับเงิน)
  • บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวข้าราชการ (ของผู้รับเงิน)

การสงเคราะห์เงินช่วยเหลือแก่ทายาท

ให้การสงเคราะห์แก่ ทายาทของทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑ ที่พิการทุพพลภาพ จ่ายเงินช่วยเหลือแก่ทายาทเพียงครั้งเดียว ซึ่งองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจะหักเงินเท่ากับเงินเลี้ยงชีพพิเศษที่ทหารผ่านศึกได้รับไปแล้วถ้าหากมีเสียก่อน ดังนี้

  1. ผู้ที่ได้รับบำนาญพิเศษ ให้จ่ายเงินช่วยเหลือแก่ทายาทเป็นจำนวนหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท
  2. ผู้ที่ไม่ได้รับบำนาญพิเศษ ให้จ่ายเงินช่วยเหลือแก่ทายาทเป็นจำนวนหนึ่งแสนแปดหมื่นสองพันเจ็ดร้อยบาท
ทายาทผู้มีสิทธิ
  • บุตรและให้หมายความรวมถึงบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้วด้วย
  • สามีหรือภรรยา
  • บิดามารดา
หลักฐาน
  • สำเนาบัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑
  • สำเนาทะเบียนบ้านของทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ ๑
  • หลักฐานเกี่ยวกับการตายของตัวทหารผ่านศึก เช่น มรณบัตร หรือ คำสั่งศาลสำหรับผู้ที่ ศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ
  • หนังสือรับรองการรับเงินบำนาญพิเศษ
หลักฐานเกี่ยวกับการเป็นทายาทของตัวทหารผ่านศึก

หลักฐานเกี่ยวกับบิดามารดา

  • บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการออกให้ ของบิดา มารดา (กรณียังมีชีวิตอยู่)
  • สำเนาทะเบียนบ้านของบิดา มารดา (กรณียังมีชีวิตอยู่) หรือมรณบัตร หรือหนังสือรับรองการตายจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง (กรณีที่ได้ตายไปก่อนแล้ว)
  • หลักฐานการเป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายของตัวทหารผ่านศึก ได้แก่
    • ทะเบียนสมรส หรือใบสำคัญการสมรสของบิดา มารดา หรือ
    • หนังสือรับรองของผู้ที่ควรเชื่อถือได้ ที่รับรองว่าบิดามารดา ได้ สมรสก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๗๘ หรือ
    • สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสูติบัตรของบุตรร่วมบิดา มารดา เดียวกันกับตัวทหารผ่านศึกผู้ตาย ซึ่งเกิดภายในปี พ.ศ.๒๔๗๘ หรือก่อนนั้น

หลักฐานเกี่ยวกับคู่สมรส ได้แก่

  • บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการออกให้
  • ทะเบียนสมรส หรือใบสำคัญการสมรส
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนามรณบัตร หรือหนังสือรับรองการตาย (กรณีคู่สมรสได้ตายไปก่อนแล้ว)
  • สำเนาทะเบียนการอย่า หรือใบสำคัญการอย่า หรือคำสั่งศาล (กรณีที่มีการอย่า)

หลักฐานเกี่ยวกับบุตร

  • บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ (เฉพาะผู้ที่มีอายุถึงเกณฑ์ต้องทำบัตร)
  • สูติบัตร หรือสำเนาทะเบียนบ้าน
  • ทะเบียนสมรส หรือใบสำคัญการสมรสของบิดา มารดา หรือสำเนาทะเบียนการรับรองบุตร หรือคำพิพากษาของศาลว่าเป็นบุตร
  • สำเนามรณบัตร หรือหนังสือรับรองการตายของผู้ที่ควรเชื่อถือได้ (กรณีที่มีบุตรตาย)
  • ทะเบียนการรับบุตรบุญธรรม (กรณีที่ตัวทหารผ่านศึกผู้ตายได้จดทะเบียนรับเป็นบุตรบุญธรรมก่อนการเป็นทหารผ่านศึก)

 


 

หน่วยงานที่รับผิดชอบ : องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ กระทรวงกลาโหม

ที่มา : http://thaiveterans.mod.go.th

Last Update :
2019-03-09

Last Updated on Saturday, 09 March 2019 20:13