logotype
กรณีให้ความอุปการะ หรืออยู่ในความอุปการะของบุคคลมีสัญชาติไทย PDF Print E-mail
Written by contentweb   
Friday, 23 December 2011 15:35

1. แบบคำขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร (แบบ ตม.9)

2. ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรัฐบาล (อายุไม่เกิน 3 เดือน)

3. หนังสือรับรองว่าไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมจากประเทศที่ตนมีภูมิลำเนา โดยผ่านการรับรองจากกงสุลไทยในประเทศนัน้ ๆ หรือ
ผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนัน้ ๆ ในประเทศไทย, แปลเป็นภาษาไทย และผ่านการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (เฉพาะผู้ยื่นคำขอที่มีอายุตัง้ แต่ 14 ปีขึน้ ไป)

4. สำเนาเอกสารรับรองการเป็นครอบครัว ได้แก่ ใบสำคัญการสมรส, ทะเบียนสมรส (ค.ร.2) ที่มีอายุไม่เกิน 3 เดือน, ใบสูติบัตรบุตร,
เอกสารการจดทะเบียนรับรองบุตร เป็นต้น ซึ่งหากเป็นเอกสารต่างประเทศ ให้ผ่านการรับรองเอกสารเช่นเดียวกับ ข้อ 3.
และหากเป็นการจดทะเบียนในประเทศไทย ให้หน่วยงานนัน้ ๆ รับรองสำเนา

5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีสัญชาติไทย พร้อมทัง้ นำต้นฉบับไปแสดงด้วย

6. สำเนาเอกสารแสดงคุณวุฒิการศึกษาของผู้ยื่นคำขอ ผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนัน้ ๆ ในประเทศไทย, แปลเป็นภาษาไทย
และผ่านการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือหนังสือรับรองว่าผู้ยื่นคำขอกำลังศึกษาอยู่
แล้วแต่กรณี

7. หนังสือรับรองประวัติการทำงานจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน และสำเนาใบอนุญาตทำงาน ทุกเล่ม ทุกหน้า

8. หนังสือรับรองเงินเดือนจากกิจการที่ผู้ให้ความอุปการะทำงานอยู่ ซึ่งลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามในกิจการนัน้ (ตามแบบที่กำหนด) ย้อนหลัง
2 ปี และ ใบสมัครงานพร้อมสัญญาการจ้าง (ถ้ามี)

9. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91 หรือ ภ.ง.ด.90) ของผู้ให้ความอุปการะ พร้อมหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย
ตามมาตรา 50 ทวิ จำนวน 3 ปีก่อนหน้าปีที่ยื่นคำขอ ซึ่งรับรองสำเนาโดยเจ้าหน้าที่ของสรรพากร พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงิน

10.สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) ตัง้ แต่ต้นปี จนถึงเดือนก่อนหน้าที่ยื่นคำขอ ซึ่งรับรองสำเนาโดยเจ้าหน้าที่
ของสรรพากร พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงิน

11.หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ผู้ให้ความอุปการะทำงานอยู่ (ฉบับคัดสำเนาจากกระทรวงพาณิชย์ และมีอายุไม่เกิน 3 เดือน
นับถึงวันที่ยื่นคำขอ)

12.บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลที่ผู้ให้ความอุปการะเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ด้วย (ฉบับคัดสำเนาจากกระทรวงพาณิชย์ และมีอายุไม่เกิน 3 เดือน
นับถึงวันที่ยื่นคำขอ)

13.สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่น ภ.พ.01, ภ.พ.09 และ ภ.พ.20

14.สำเนางบการเงิน (งบดุล งบกำไรขาดทุน) พร้อมแบบ ภ.ง.ด.50 ของปีก่อนที่ยื่นคำขอ ซึ่งรับรองสำเนาโดยเจ้าหน้าที่ของสรรพากร
พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงิน (กรณีเป็นส่วนราชการ หรือ รัฐวิสาหกิจ ไม่ต้องนำมาแสดง)

15.นิติบุคคลใด ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ให้สำเนาบัตรส่งเสริม หรือ เอกสารที่แสดงว่าได้รับการส่งเสริมด้วย

16.หนังสือรับรองจากธนาคาร พร้อมสำเนาบัญชีเงินฝากประจำของผู้ให้ความอุปการะ (ถ้ามี)

17.แผนที่แสดงสถานที่พำนักอาศัยและสถานที่ทำงาน

18.สำเนาหนังสือเดินทางที่แสดงว่าได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี (ทุกเล่มและทุกหน้า)

19.แบบข้อมูลบุคคล

  • และภาพถ่ายผู้ให้ความอุปการะ
  • ภายนอกสถานที่ทำงาน (คนเดียว),
  • ภายในสถานที่ทำงานกับพนักงาน,
  • ภายนอกโรงงาน (คนเดียว),
  • ภายในโรงงานกับคนงาน เครื่องจักร
  • และสินค้า (ถ้ามี),
  • ภาพถ่ายคนต่างด้าวภายนอกที่พักอาศัย
  • ภายในที่พักอาศัย พร้อมครอบครัว จำนวน 18 ภาพ ขนาดโปสการ์ด
  • ทุกภาพติดบนกระดาษหัวบริษัท ขนาด A4 พร้อมคำบรรยายใต้ภาพ

20.กรณีการยื่นอุปการะบุตรคนสัญชาติไทย ต้องนำหลักฐานการตรวจดีเอ็นเอ จากโรงพยาบาลของรัฐบาล แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง
บิดา มารดา และบุตร ด้วย

21.กรณีการยื่นอุปการะคู่สมรสคนสัญชาติไทย และมีบุตรด้วยกัน ต้องนำหลักฐานการตรวจดีเอ็นเอ จากโรงพยาบาลของรัฐบาล
แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง บิดา มารดา และบุตร ด้วย

22.กรณีคู่สมรสคนสัญชาติไทยมีบิดามารดา หรือคนใดคนหนึ่งเป็นคนต่างด้าว ให้แนบสำเนาใบสูติบัตรของคู่สมรสที่ผ่านการรับรอง
จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทัง้ แนบสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว, ใบสำคัญถิ่นที่อยู่, ทะเบียนบ้านของบิดามารดา
ที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ฯ ด้วย หากรายใดเสียชีวิตให้แนบสำเนาใบมรณบัตร ด้วย

23.กรณีคู่สมรสไม่สามารถมีบุตรได้ ให้แนบใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐบาล พร้อมระบุสาเหตุการไม่สามารถมีบุตรได้

24.เอกสารอื่น ๆ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรเรียกเพิ่มเติม

หมายเหตุ
  1. เอกสารใดเป็นเอกสารส่วนตัว ให้คนต่างด้าวรับรองสำเนาเอง
  2. เอกสารใดเป็นเอกสารของนิติบุคคล ให้รับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามในนิติบุคคลนัน้ พร้อมประทับตราสำคัญของบริษัทฯ
  3. เอกสารใดเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนัน้ ๆ ในประเทศไทย, แปลเป็นภาษาไทย โดยระบุรายละเอียดของผู้แปลที่สามารถตรวจสอบได้ และผ่านการรับรองการแปลจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

หน่วยงานที่รับผิดชอบ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

Source: http://www.immigration.go.th/nov2004/base.php?page=service#

Last update: 2019-03-14

Last Updated on Thursday, 14 March 2019 14:09